72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

ปภ.รายงานยังมีอุทกภัยในพื้นที่ 6 จังหวัด

ปภ.รายงานยังมีอุทกภัยในพื้นที่ 6 จังหวัด ประสานพื้นที่เร่งดูแลช่วยเหลือประชาชน 14 ตุลาคม 2566 เวลา 10.00 น. ปภ.รายงานช่วงวันที่ 26 กันยายน – 14 ตุลาคม 2566 มีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 35 จังหวัด 145 อำเภอ 553 ตำบล 2,809 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 58,748 ครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมใน 6 จังหวัด 23 อำเภอ 115 ตำบล 689 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 20,363 ครัวเรือน ภาพรวมระดับน้ำลดลง ประสานพื้นที่เร่งให้การช่วยเหลือประชาชนแล้ว กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 14 ตุลาคม […]

(มีคลิป) น้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน ครั้งที่ 3 ในรอบปี

มาไว ไปไว น้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน บ้านที่ถูกท่วมประจำก็ป้องกันอย่างเต็มที่ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ในรอบปีนี้แล้ว วันนี้( 12 ตุลาคม 2566 ) สภาพถนนสายเกาะคา-ห้างฉัตร หน้าวัดจำทรายมูลหมู่ 6 ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง มีเศษสวะ ขยะ เศษขวดกิ่งไม้ต่างๆ และน้ำป่าที่ไหลล้นทะลักเข้าท่วมถนนสายดังกล่าวและเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยทำให้การสัญจรทางถนนผ่านจุดดังกล่าวค่อนข้างลำปางและต้องใช้เวลา โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเทศบาลตำบลปงยางคก ผู้ใหญ่บ้านจำ หมู่ 6 ฝ่ายปกครองอำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ได้อำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่สัญจรผ่านเส้นทางดังหล่าว โดยให้สัญจรเพียงช่องทางเดียวเพราะมีบางจุดน้ำลึกว่า 1 เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรได้ และระดับน้ำเริ่มเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ ด้านนายพิทักษ์ ใจเที่ยง ผู้ใหญ่บ้านจำ หมู่ 6 แห่งนี้เปิดเผยว่า ระดับน้ำในลำห้วยแม่ตาล เอ่อล้นเมื่อประมาณ 06.00 น.มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องทางเทศบาลได้จัดรถแบ็คโฮมาเปิดาทางน้ำและมีการนำทรายและกระสอบทรายมาแจกจ่ายชาวบ้านที่มักจะถูกน้ำท่วมประจำโดยในปีนี้น้ำท่วมเป็นรอบที่ 3 แล้ว ต้องทำใจกับการรับมือน้ำท่วมทุกๆปี เพราะหมู่บ้านมีสภาพเป็นแอ่งกระทะแบละทางน้ำคับแคบลงมาก นอกจากนี้ระดับนน้ำที่เอล้นยังส่งผลกระทบไปยังบ้านม้าเหนือ ม้าใต้ ม้ากลาง ตำบลลำปางหลวง ที่เผชิญชะตากรรมเดียวกันทุกครั้งหากมีน้ำป่าไหลหลากโดยสถานการณ์ล่าสุด ในช่วงบ่ายนี้น้ำได้ลดระดับลงแล้ว รถเล็กเริ่มผ่านถนนเส้นดังกล่าวได้แล้ว

แขวงทางหลวงเชียงใหม่ แจ้งเหตุภัยพิบัติฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่

เรียน หัวหน้าส่วนราชการ         แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 1 ขอแจ้งเหตุภัยพิบัติฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ ส่งผลให้ถนนทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว บน ทล.1088 กม.77+470 -77+490 บริเวณ ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่มครับ โดยในขณะนี้ หมวดทางหลวงแม่แจ่ม แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 1 ได้ทำการปรับระดับผิวทางเบื้องต้น เพื่อให้รถเล็กผ่านทางได้เป็นการชั่วคราวก่อน ส่วนรถใหญ่ ตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป ขอให้ไปใช้เส้นทางเลี่ยงเข้า ทล.1263 ขุนยวม – แม่นาจร และ ทล.108 สาย เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน แทนเป็นการชั่วคราวก่อน         จึงเรียนประสานงาน หน่วยงานปกครอง หน่วยงานท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันจัดการจราจร ควบคุมดูแล และ ประชาสัมพันธ์แก่ประชาชน ให้ถนนในช่วงนี้ผ่านได้เฉพาะรถเล็ก ส่วนรถบรรทุกตั้งแต่ […]

รัฐบาลเตือนเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำที่มีความเสี่ยง น้ำล้นตลิ่งช่วง 12-18 ต.ค. นี้

รัฐบาลเตือนประชาชนเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำที่มีความเสี่ยง น้ำล้นตลิ่ง เนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่าน เฝ้าระวังน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่ด้านท้ายอ่างเก็บน้ำ ช่วง 12-18 ตุลาคม นี้ วันนี้ (10 ตุลาคม 2566) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตือนประชาชนเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำที่มีความเสี่ยง และน้ำล้นตลิ่ง เนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีปริมาณฝนตกหนักสะสม ทั้งนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้คาดการณ์จะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นอีก ในช่วงวันที่ 9 – 12 ตุลาคม 2566 ส่งผลให้น้ำหลากลงสู่ลุ่มน้ำและอ่างเก็บน้ำเพิ่มมากขึ้น จึงขอให้เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ด้านท้ายอ่างเก็บน้ำ ในช่วงวันที่ 12 – 18 ตุลาคม 2566 ดังนี้ “นายกรัฐมนตรีสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมตรวจสอบความมั่นคงอาคารป้องกันริมแม่น้ำและเสริมคันบริเวณจุดเสี่ยงที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที” นายคารม กล่าว

ปภ. แนะประชาชนรู้ทัน รู้รับมือภัยพิบัติดำเนินชีวิตปลอดภัย

ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ความแปรปรวนของสภาพอากาศ และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยครั้งและทวีความรุนแรงมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ภัยกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะข้อควรปฏิบัติเพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างปลอดภัย ดังนี้ เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ

ปภ.แนะเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยอย่างปลอดภัย

ช่วงฤดูฝนหลายพื้นที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย โดยเฉพาะบริเวณที่ราบลุ่ม ที่ลาดเชิงเขา ริมฝั่งแม่น้ำเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอและวิธีการเตรียมความพร้อมรับมืออย่างปลอดภัย เมื่อเกิดอุทกภัย ดังนี้ เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงให้ปฏิบัติดังนี้

(มีคลิป) ได้รับความเดือดร้อนน้ำท่วมขัง วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วย

ชาวบ้าน- วัดและโรงเรียน บ้านท่าเดื่อ หมู่ที่ 6 ต.สันผีเสื้อ อ.เมืองจ.เชียงใหม่ ได้รับความเดือดร้อนน้ำท่วมขัง วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วย เรื่องนี้ทางนายภาวิต บุญชละ รองนายกเทศมนตรี นายวีระชัย จันทพร เลขานุการนายกเทศมนตรี นายนิเรศ เข็มขาว ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 พร้อมด้วย นายบุญนิธิ กรุงวงศ์ ผู้อำนวยการกองช่าง นายสุรเสน พุฒิวณิชย์ หัวหน้าฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง นายชัยวัฒน์ จังสถิตย์ หัวหน้าฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลสันผีเสื้อ ลงพื้นที่เดินสำรวจตรวจสอบข้อร้องเรียน กรณีโครงการบ้านจัดสรร ถมดินทับลำเหมืองสาธารณะประโยชน์ จากการสำรวจพบว่า ไม่มีการถมดินทับลำเหมืองสาธารณะประโยชน์ขวางทางน้ำ อันเป็นสาเหตุทำให้น้ำท่วมขังแต่อย่างใด ซึ่งเป็นไปตามแนวผังโครงการที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ แล้วอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทางด้านนายนิเรศ เข็มขาว ผู้ใหญ่บ้านได้กล่าวว่าโครงการหมู่บ้านจัดสรรได้ถมที่จึงทำให้กีดขวางทางน้ำเดิม จึงเป็นผลทำให้หมู่บ้านท่าเดื่อ วัดท่าเดื่อและโรงเรียนวัดท่าเดื่อ เกิดน้ำท่วมขัง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยเกิดมาก่อนเลย จึงขอวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือด้วยและโครงการหมู่บ้านจัดสรรนี้ก็ไม่เคยมาทำประชาคมร่วมกับชาวบ้านเลยไม่เคยศึกษาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว เรื่องนี้ทางเทศบาลตำบลสันผีเสื้อและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้หาแนวทางในการระบายน้ำท่วมขังร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในระยะยาวต่อไป

ปภ.รายงานยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 11 จังหวัด

ปภ.รายงานยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 11 จังหวัด เร่งคลี่คลายสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชน 11 ตุลาคม 2566 เวลา 09.30 น. ปภ.รายงานช่วงวันที่ 26 กันยายน – 11 ตุลาคม 2566 มีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 35 จังหวัด 138 อำเภอ 515 ตำบล 2,506 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 52,290 ครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมใน 11 จังหวัด 45 อำเภอ 182 ตำบล 925 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 20,196 ครัวเรือน ประสานพื้นที่เร่งให้การช่วยเหลือประชาชนแล้ว กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 11 ตุลาคม 2566 […]

เสียหายหนักน้ำป่าไหลหลากท่วมหมู่บ้านกองก๋อย อำเภอสบเมย

เสียหายหนักน้ำป่าไหลหลากท่วมหมู่บ้านกองก๋อย อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เย็นวันนี้ (10 ตุลาคม 2566) นายอัครพันธุ์ พูลศิริ นายอำเภอสบเมย แจ้งว่า เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และบริเวณรอยต่ออำเภอแม่แจ่ม และอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก มีน้ำแม่ลิดและน้ำห้วยแม่โถที่ไหลมาจากอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ไหลเข้าเอ่อท่วมในพื้นที่ หมู่ 1 หมู่ 2 หมู่ 7 ตำบลกองก๋อย อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และน้ำได้ท่วมสะพานกองก๋อย – บ้านทุ่ง ตำบลบ่อสลี อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ขณะนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลกองก๋อย เข้าช่วยเหลือและสำรวจความเสียหาย เบื้องต้นพบรถยนต์ จำนวน 2 คันถูกน้ำพัดจมได้รับความเสียหาย หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป

รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม อำเภอจอมทอง

รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม อำเภอจอมทอง หลังปริมาณน้ำท่วมขังลดลงแล้ว พร้อมสำรวจความเสียหายและเร่งช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบ กำชับพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ใกล้ชิด ช่วงบ่ายวันนี้ (11 ต.ค.66) นายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายยุทธพงศ์ ไชยศร นายอำเภอจอมทอง และนายสมบัติ ทองแหง นายกเทศมนตรีตำบลสบเตี๊ยะ ได้ร่วมกันลงพื้นที่บ้านหนองอาบช้าง ตำบลสบเตี๊ยะ และโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 79 บ้านหนองอาบช้าง หมู่ที่ 9 ตำบลสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง เพื่อตรวจสอบพื้นที่ประสบอุทกภัยเนื่องจากฝนตกหนักช่วงคืนวานที่ผ่านมา จนกระทั่งเกิดน้ำขังรอระบาย กระทบบ้านเรือนราษฎร 11 ครัวเรือน และโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 79 บ้านหนองอาบช้างฯ ที่ล่าสุดสถานการณ์อุทกภัยบรรเทาลงและน้ำลดระดับลงแล้ว ในการนี้ทางด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนที่ประสบเหตุน้ำท่วมขัง จึงได้มอบหมายให้ เทศบาลและอำเภอร่วมพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน สรุปเบื้องต้น ได้ดังนี้ 1.ให้เทศบาลตำบลสบเตี๊ยะ ประสานการพิจารณาออกแบบ ปรับปรุงขยายท่อระบายน้ำขนาดใหญ่กว่าเดิม ลอดพื้นถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 108 บริเวณด้านหน้า โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 79 บ้านหนองอาบช้างฯ เพื่อเป็นช่องทางระบายน้ำท่วมขังลงลำเหมืองด้านหลังโรงเรียนฯ […]

ฝนตกหนักพื้นที่ อ.ฮอด ปริมาณลำน้ำแม่แจ่มเพิ่มระดับต่อเนื่อง

ฝนตกหนักพื้นที่ อ.ฮอด ปริมาณลำน้ำแม่แจ่มเพิ่มระดับต่อเนื่อง เอ่อท่วมถนนสาย ฮอด-แม่สะเรียง เตือน ปชช.ใช้ถนนผ่านเส้นทาง ด้วยอำเภอฮอด ได้รับแจ้งจากที่ว่าการอำเภอแม่แจ่มว่า ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ทำให้ปริมาณน้ำแม่แจ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เวลานี้ปริมาตรน้ำได้ท่วมถนนสายฮอด – แม่สะเรียง หมายเลขทางหลวง 108 ระหว่างกิโลเมตรที่ 6 – 9 ระดับน้ำเพิ่มขึ้นสูง ณ เวลานี้ รถยนต์ขนาดเล็ก ยังสามารถสัญจรผ่านได้ 1 ช่องทาง และปริมาณน้ำในห้วยแม่ลอง ห้วยแม่ทัง และห้วยแม่จ๋อม มีปริมาตรสูงขึ้น #ขอให้ผู้ใหญ่บ้านประชาสัมพันธ์ให้กับราษฏรในพื้นที่ทราบเพื่อเก็บของไว้ที่สูงป้องกันน้ำท่วม เครดิต : กะเหรี่ยงสันติภาพ คนเดิม

จอมทองเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมหลายจุด จนท.ติดตามสถานการณ์ หวั่นน้ำท่วมฉับพลัน

จอมทองเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมหลายจุด ขณะที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 79 บ้านหนองอาบช้าง น้ำสูงถึงระดับหน้าแข้ง จนท.เฝ้าติดตามสถานการณ์ หวั่นเกิดน้ำท่วมฉับพลัน วันที่ 10 ต.ค.66 รายงานข่าวแจ้งว่า จากสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือ และจังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลทำให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย น้ำป่าหลากและท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะในพื้นที่ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ล่าสุดมีรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดวานนี้ (9 ต.ค.66) จนถึงในขณะนี้ ทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับบางพื้นที่เกิดน้ำป่าหลาก ทำให้มีน้ำท่วมชุมชนอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านในพื้นที่ต้องเตรียมรับมือ และเฝ้าสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมา มีรายงานว่า น้ำห้วยอีแตไหลหลาก ได้เอ่อนองไหลเข้าท่วมภายในพื้นที่ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 79 บ้านหนองอาบช้าง อำเภอจอมทอง ปริมาณน้ำสูงถึงระดับหน้าแข้ง ทำให้ทางชาวบ้านและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และติดตามระดับปริมาณน้ำ โดยทราบว่าในช่วงสายที่ผ่านมา จากการที่ฝนหยุดตก ทำให้ระดับน้ำเริ่มลดปริมาณลงแล้ว แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ ขณะที่ ในส่วนของพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ ในวันนี้ยังคงมีฝนตกลงมาเป็นระยะ ๆ โดยทางด้านกรมอุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ รายงานพยากรณ์อากาศวันนี้ว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยมีบริเวณความกดอากาศสูง […]

1 … 155 156 157 158 159 … 437