72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

ตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหว

สำหรับสถานการณ์แผ่นดินไหวในช่วงวันที่ 1-2 ตุลาคม 2566 ตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขนาด 4.0 และ 2.4 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา ขนาด 2.9 มีศูนย์กลางอยู่ที่นอกชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา ขนาด 1.9 มีศูนย์กลางอยู่ที่ ต.บ้านแก่ง อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นแผ่นดินไหวขนาดเล็ก ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด

ปภ.ประสาน 10 จังหวัด และ กทม. เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ปภ.ประสาน 10 จังหวัด และ กทม. เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค. 66 เป็นต้นไป 1 ต.ค. 66 เวลา 14.00 น. กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 10 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป โดยให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จุดเสี่ยงที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำให้เฝ้าระวังระดับน้ำและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ รวมถึงแจ้งจังหวัดประสานท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำ จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ และเตรียมความพร้อมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) […]

สบเมยถนนถูกตัดขาดเสียหายจากอุทกภัย

นายอำเภอสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ตรวจสอบถนนถูกตัดขาด เส้นทางเสียหายหลายแห่ง จากอุทกภัยฝนตกหนัก เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2566 นายอัครพันธุ์ พูลศิริ “นายอำเภอตั้ม” นายอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายในพื้นที่ อ.สยเมย สืบเนื่องจากฝนตกหนักปริมาณน้ำฝนสะสมในพื้นที่หลายแห่ง เป็นเหตุทำให้ ถนนคอนกรีต เส้นทางอุทยานแห่งชาติแม่เงา-บ้านสบโขง (เลยอุทยานแห่งชาติแม่เงาไปประมาณ 800 เมตร) ถูกน้ำกัดเซาะ รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรได้ ชาวบ้านได้รับผลกระทบในการเดินทาง ทำให้นายอำเภอสบเมยต้องเร่งเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในพื้นที่ โดยนายอัครพันธุ์ พูลศิริ นายอำเภอสบเมยได้ ประสานงานกับแขวงทางหลวงชนบทแม่สะเรียง เพื่อให้นำเครื่องจักรกลหนักพร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าพื้นที่เร่งรัดแก้ไขคาดว่าจะเปิดเส้นทางได้ในช่วงบ่ายๆวันนี้

เยี่ยมและพบปะประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ตำบลสรอย อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่

อบจ.แพร่ โดยรองพิภพฯ เยี่ยมและพบปะประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ตำบลสรอย อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ วันที่ 30 กันยายน 2566 นายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ มอบหมายให้ นายพิภพ ถานะวุฒิพงศ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ และคณะ เยี่ยมพบปะประชาชน ผู้ประสบอุทกภัย พื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลสรอย พร้อมนำรถบรรทุกน้ำสะอาด จำนวน 4 คัน เพื่อบริการให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในการใช้อุปโภคบริโภค และทำความสะอาดบ้านเรียนตลอดจนถึงสถานที่สาธารณะของหมู่บ้าน พร้อมด้วยเครื่องจักรกล 1 ชุด พร้อมปฏิบัติงานทุกรูปแบบเพื่อให้ประชาชนพ้นอุทกภัยในครั้งนี้ กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็วโดยมี สจ.ปฏิพลจอมดวง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่เขต 2 อำเภอวังชิ้น และผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เป็นผู้ประสานงาน และบริการประชาชนชาวสรอยอย่างใกล้ชิด ในวันเดียวกันนั้นายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ มอบให้ นายพิภพ ถานะวุฒิพงศ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ตรวจเยี่ยม การซ่อมแซมทำนบดินอ่างเก็บน้ำแม่แย้ ตำบลปงป่าหวาย พร้อมด้วย นายวีฤทธิ กวยปาณิก เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่สจ.วังสาคร มัานขีด […]

สทนช.เตือนภาคเหนือ  เฝ้าระวังน้ำหลากดินถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ขอรายงานสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำ ประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2566 ดังนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามสถานการณ์น้ำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ร่องมรสุมทำให้เกิดฝนตกหนักสะสมบริเวณภาคเหนือ ทำให้มีน้ำในลำน้ำเพิ่มมากขึ้นและมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำปริมาณมาก โดยอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ขนาดกลาง และขนาดเล็ก มีปริมาณน้ำสูงกว่าเกณฑ์เก็บกักน้ำสูงสุด และกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ในวันที่ 3 – 6 ตุลาคม 2566 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และ ภาคใต้ สทนช. ได้วิเคราะห์คาดการณ์จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ล้นตลิ่งบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมลำน้ำ โดยมีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง ในช่วงวันที่ 3 – 7 ตุลาคม 2566 ดังนี้ 1. เฝ้าระวังน้ำหลากดินถล่ม ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอจอมทอง แม่แจ่ม อมก๋อย แม่วาง แม่แตง ฝาง ดอยเต่า ฮอด ดอยสะเก็ด และกัลยาณิวัฒนา)จังหวัดตาก (อำเภอเมืองตาก ท่าสองยาง สามเงา บ้านตาก […]

อำเภอฮอด เร่งทำความสะอาดถนนสาย 108 ฮอด-แม่สะเรียง

อำเภอฮอด ระดมกำลังพลเร่งฉีดล้างโคลนและทำความสะอาดถนนทางหลวงสาย 108 ฮอด-แม่สะเรียง เพื่อคืนพื้นที่สัญจรให้แก่ชาวบ้าน หลังน้ำป่าไหลท่วมผิวถนนเมื่อวานที่ผ่านมา เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา (30 ก.ย. 66) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันลงพื้นที่อำเภอฮอด เพื่อติดตามการทำความสะอาดและฟื้นฟูสภาพถนน บริเวณถนนทางหลวงสาย 108 ฮอด-แม่สะเรียง ภายหลังเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมถนนเส้นทางดังกล่าว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา ทำให้รถไม่สามารถสัญจรได้ ล่าสุด สถานการณ์น้ำได้ลดระดับลงจนเกือบเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว โดยเหลือเพียงแค่น้ำท่วมขังเล็กน้อยในบางจุดเท่านั้น แต่สภาพถนนยังเต็มไปด้วยโคลนที่ไหลมาพร้อมกับน้ำป่า ดังนั้น จึงได้ระดมกำลังเข้าทำความสะอาดถนนเพื่อคืนพื้นที่สัญจรให้กับชาวบ้าน เบื้องต้น หลายหน่วยงาน อาทิ แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ บูรณาการร่วมกันนำเครื่องจักรอุปกรณ์ต่างๆ และรถน้ำ เพื่อทำการฉีดล้างถนนให้เกิดความสะดวกในการสัญจรของพี่น้องประชาชน โดย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดเผยถึงสาเหตุของการเกิดน้ำไหลเข้าท่วมถนนเส้นทางดังกล่าวว่า เกิดจากท่อระบายน้ำสำหรับรับน้ำจากภูเขามีขนาดเล็กเกินไป ไม่สามารถรับน้ำจำนวนมากที่ไหลมาจากภูเขาอย่างรวดเร็วได้ทัน โดยต่อไปจะได้มีการแก้ไขปัญหาในระยะยาวโดยให้ทางหลวงเข้ามาสำรวจ เพื่อออกแบบขยายท่อระบายน้ำที่สามารถรองรับมวลน้ำจำนวนมากให้ไหลผ่านไปลงสู่ลำน้ำแจ่มได้สะดวกขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้มีการแก้ปัญหาในลักษณะดังกล่าวไปหลายจุดแล้ว และจุดนี้จะเป็นจุดต่อไปที่จะเร่งแก้ปัญหาให้ได้โดยเร็วที่สุด

(มีคลิป) ระทึก!! วินาที สะพานวังสะแกงข้ามลำน้ำปิงถล่ม

คืบหน้ากรณีเมื่อที่ 30 กันยายน 2566 นายฉัตรชัย จอมเดช นายช่างโยธาอาวุโส และนายสมพงษ์ มอญแก้วผอ.แขวงทางหลวงชนบทเชียงใหม่ ได้รายงานสรุปด่วนถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร กรณีสถานการณ์ฝนตกและผลกระทบจากอุทกภัยของเชียงใหม่ โดย แขวงทางหลวงชนบทเชียงใหม่ ได้ รายงานสถานการณ์สายทางที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย (ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 เวลา 19.00 น) จำนวน 1 สายทาง ได้แก่ 1.ถนนสาย ชม.3003 แยก ทล. 108 – บ้านหนองล่อง อ.จอมทอง – อ.เวียงหนองล่อง จ.เชียงใหม่-ลำพูน สะพานในสายทาง ชึ่งเป็นข้ามลำน้ำปิง ได้เกิดการทรุดตัวลง จำนวน 3 ช่วง ความยาว 60 เมตร ขณะนี้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่าสะพานได้ แขวงทางหลวงชนบทเชียงใหม่ ได้รายงานอีกว่า ได้นำอุปกรณ์ ป้ายเตือน […]

ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ อ.สูงเม่น ติดตามน้ำท่วม 24 ชม.

เมือวันที่ 30 ก.ย.2566 เวลา 08.00 น. นายนคร สายยืด นายอำเภอสูงเม่น จ.แพร่/ผู้บัญชาการเหตุการณ์อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ สั่งการให้ นางเรณู เที่ยงไทย ปลัดอำเภอ(หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง) น.ส.นงลักษณ์ มะทะ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ส.อ.พนม สมนึก ปลัดอำเภอสูงเม่น นำสมาชิก ร้อย อส.อ.สูงเม่น 4 ลงพื้นที่ออกสำรวจพื้นที่อำเภอสูงเม่น เนื่องจากฝนตกหนักในพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง บ้านเรือนประชาชน และ พื้นที่ทำเกษตรกรรม รวมถึงพื้นที่สาธารณะประโยชน์ที่ได้รับความเสียหาย พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้ กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ผู้อำนวยการท้องถิ่นทุกแห่ง ให้การช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยที่ได้รับความเดือดร้อน รายงานให้อำเภอทราบ และเฝ้าระวังเหตุการณ์ ตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าเหตุการณ์จะปกติ

แม่ลาน้อย คอสะพานทรุดขาด

แม่ลาน้อย คอสะพานทรุดขาด เร่งลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก และสำรวจความเสียหาย ในเบื้องต้นพบคอสะพานทรุดขาด 2 แห่ง วันที่ 30 กันยายน 2566 เวลา 14.00น นายกฤตพล รชตเมธานนท์ นายอำเภอแม่ลาน้อย ได้ลงพื้นที่ร่วมกับ นายสมบัติ ยะสินธุ์สส.แม่ฮ่องสอน เขต 2, สจ. นายกเทศมนตรีตำบลแม่ลาน้อย และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ร่วมตรวจสอบสะพาน 2 แห่ง ประกอบด้วย สะพานข้ามน้ำลาบ้านแม่ลาน้อย ม.1 สะพานข้ามน้ำลาบ้านป่าหมาก ม.2 ต.แม่ลาน้อย อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2566 เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัยดังกล่าว และได้พูดคุยกับราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ ว่าภาคส่วนราชการจะได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา เพื่อให้สะพานทั้ง 2 แห่ง สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ต่อไป

สะพานข้ามน้ำปิงวังสะแกง – เวียงหนองล่อง ถล่ม!

สะพานข้ามน้ำปิงวังสะแกง – เวียงหนองล่อง ถล่มขาด หลังมวลน้ำหลากไหลหลาก เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาแขวงทางหลวงชนบทลำพูน รายงานสถานการณ์สายทางที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สายทาง ได้แก่ ถนนสาย ชม.3003 แยก ทล. 108 – บ้านหนองล่อง อ.จอมทอง – อ.เวียงหนองล่อง จ.เชียงใหม่-ลำพูน สะพานข้ามลำน้ำปิง ได้เกิดการทรุดตัวลง และล่มขาดอกจากกันรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านสะพานได้ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำอุปกรณ์ ป้ายเตือน สัญญาณไฟกระพริบ ติดตั้งเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทาง และจัดเจ้าหน้าทีเฝ้าติดตามสถานการณ์อุทกภัยในสายทางอย่างใกล้ชิดแล้ว อย่างไรก็ตามขณะที่สะพานข้ามน้ำปิงดังกล่าวขาด ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ขอบคุณภาพ ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน

น้ำขานเพิ่มปริมาณไหลแรงกัดเซาะตลิ่ง​ หลากท่วมแล้ว​ 83 ครัวเรือน

น้ำขานเพิ่มปริมาณไหลแรงกัดเซาะตลิ่งเป็นแนวยาว​ หลากท่วมแล้ว​ 83 ครัวเรือน​ อำเภอดอยหล่อเตรียมประสานโยธาฯ​ หางบสร้างเขื่อนป้องกัน ผญบ.ม.20​ ดอยหล่อ​ ร่วมชาวบ้าน​ กั้นถนนเป็นทางระบายน้ำแก้น้ำท่วมบ้านเรือนได้ผล วันที่​ 30​ ก.ย.​ 66 เวลา​ 15.45​ น.​ อำเภอดอยหล่อ​ เขียงใหม่ รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่​ ว่า​ พื้นที่บ้านสบอาว หมูที่ 4 ตำบลสันติสุข ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดลำน้ำขาน​ มักจะเกิดน้ำท่วมเป็นประจำทุกปีหากมีฝนตกมากในพื้นที่และต้นน้ำ ซึ่งสถานการณ์วันนี้​เกิดน้ำท่วมขังบ้านเรือนราษฎร จำนวน 83 ครัวเรือน ถนนที่อยู่ติดลำน้ำขาน ถูกน้ำกัดเซาะ ทั้งนี้ผู้ใหญ่บ้านได้แจ้งเตือนราษฎรให้ระมัดระวัง การสัญจร และขนของไว้ที่สูงแล้ว คาดว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ปริมาณน้ำเริ่มลดลง ทั้งนี้เมื่อน้ำลดแล้วจะประสานโยธาธิการจังหวัดเชียงใหม่เข้าตรวจสอบพื้นที่ริมตลิ่งที่ถูกน้ำกัดเซาะตลอดทั้งแนวเพื่อหาทางแก้ไข​ ซึ่งตลิ่งบริเวณนี้ได้มีการสำรวจก่อนจะเกิดน้ำท่วมแล้วและจะได้ประสานงบประมาณมาดำเนินการสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะตลิ่งต่อไป นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่า​ พื้นที่รับน้ำจากการที่น้ำล้นอ่างห้วยทราย​ ระบายลงมายังพื้นที่​ หมู่ที่ 20 ตำบลดอยหล่อ​ ผู้ใหญ่บ้านและราษฎรได้นำกระสอบทรายกั้นเพื่อไม่ให้น้ำเข้าบ้าน ซึ่งหมู่บ้านนี้ถนนจะเป็นรางระบายน้ำ บ้านเรือนจึงยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำหลาก

เตือนพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แตง เตรียมรับมือมวลน้ำ​ น้ำแม่แตงจ่อระดับวิกฤต

เตือนพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แตงรับมือมวลน้ำ​ น้ำแม่แตงจ่อระดับวิกฤต​ ต.เมืองก๋าย​ ต.กื๊ดช้าง​ บางจุดดินสไลด์​ ต้นไม้ล้ม​ หน่วยงานเร่งแก้ไขให้ความช่วยเหลือแล้ว วันที่ 30 ก.ย.​ 2566 นายชัยณรงค์ นันตาสาย นายอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ตรวจสอบ เตรียมการ และเร่งให้ความช่วยเหลือ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุดินสไลด์ ต้นไม้ล้มปิดทับเส้นทาง พื้นที่ตำบลกื้ดช้าง ตำบลเมืองก๋าย และแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำ เตรียมรับมือมวลน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ระดับน้ำแตง สถานีตรวจวัดอุทกวิทยา สะพานเมืองกื้ด TP 92 เวลา 11.00​ น. ระดับน้ำ 270 เซนติเมตร ระดับอันตราย 280 เซนติเมตร

1 … 157 158 159 160 161 … 437