72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

แผ่นดินไหวในช่วงวันที่ 3-4 กรกฎาคม 2566

สถานการณ์แผ่นดินไหวในช่วงวันที่ 3-4 กรกฎาคม 2566 ตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขนาด 2.4 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา ขนาด 2.0 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศลาว และขนาด 1.6 มีศูนย์กลางอยู่ที่ต.แม่คือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นแผ่นดินไหวขนาดเล็ก ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด

ฝนตกหนักใน ‘หูหนาน’ กระทบกว่า 95,000 คนแล้ว

ฉางซา, 3 กรกฎาคม (ซินหัว) — เมื่อวันอาทิตย์ 2 กรกฎาคม หน่วยงานท้องถิ่นมณฑลหูหนานทางตอนกลางของจีน เปิดเผยว่าเหตุฝนตกหนักส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 95,000 คนแล้ว และทำให้ชาวบ้านต้องโยกย้ายถิ่นฐานและอพยพอีกกว่า 14,000 คน สำนักงานใหญ่การควบคุมอุทกภัยและบรรเทาภัยแล้งหูหนาน รายงานว่าพื้นที่บางส่วนของหูหนานเผชิญฝนตกหนักตั้งแต่วันพฤหัสบดี 29 มิถุนายน โดยแคว้นปกครองตนเองเซียงซี กลุ่มชาติพันธุ์ถู่เจียและเหมียวเจอฝนตกหนักมากที่สุด ซึ่งคาดว่าก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยตรงราว 575 ล้านหยวน (ราว 2.81 พันล้านบาท) หากนับเฉพาะแคว้นปกครองตนเองแห่งนี้ กู่จ้างและเป่าจิ้ง เป็นสองอำเภอที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดในแคว้นปกครองตนเองเซียงซี โดยหลังจากที่สภาพอากาศกลับมาปลอดโปร่งและน้ำท่วมขังน้อยลง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและประชาชนได้ทำงานร่วมกันเพื่อกลับมาฟื้นบริการการขนส่ง ไฟฟ้า และเครื่อข่ายการสื่อสาร เติ้งจงเซียง หนึ่งในชาวบ้านท้องถิ่น บอกเล่าว่าได้ยินเสียงกลองช่วงราวหกโมงเช้าของวันศุกร์ (30 มิ.ย.) เมื่อเปิดประตูมาจึงพบเจ้าหน้าที่ของหมู่บ้านกำลังตีกลองเพื่อแจ้งเตือนให้ชาวบ้านระวังน้ำท่วม หลังจากนั้นเพียง 10 นาที น้ำก็ท่วมสูงจากธรณีประตูจนถึงหัวเข่า พร้อมเสริมว่าตนไม่เคยเห็นน้ำท่วมหนักแบบนี้มาหลายสิบปีแล้ว ฝนที่ตกหนักยังทำให้เกิดน้ำท่วมขังในเขตเมืองของอำเภอเป่าจิ้ง รัฐบาลท้องถิ่นได้ระดมสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนและเจ้าหน้าที่กว่า 3,000 คนมาช่วยเหลือชุมชนระบายน้ำ ขุดลอก และฆ่าเชื้อ โดยมีการจัดเตรียมอาหาร น้ำ เต็นท์ และผ้าห่มให้กับผู้โยกย้ายถิ่นฐาน

(มีคลิป) เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าสู่หมู่บ้านปางมะโอ ได้รับความเสียหายบางส่วน

เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าสู่หมู่บ้านปางมะโอ ดินโคลนไหลทับ และเข้าโรงเพาะเห็ดหอมได้รับความเสียหายบางส่วน หลังจากที่ในพื้นที่จังหวัดลำปาง เกิดฝนตกตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 กรกฏาคม 2566 เป็นต้นมา และจากการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนในพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่มในพื้นที่ จังหวัดลำปาง โดยกรมทรัพยากรน้ำ โดยส่วนอุทกวิทยาที่ 1 เชียงใหม่ สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 ได้รับรายงานปริมาณน้ำฝนจากสถานีเตือนภัยล่วงหน้า บ้านปางมะโอ ม.1 ต.วังเงิน อ.แม่ทะ จ.ลำปาง เมื่อคืนวันที่ 2 กรกฏาคม 2566 เวลา 22.24 น.มีปริมาณน้ำฝนสะสม 12 ชั่วโมง เท่ากับ 122.5 มิลลิเมตร (สัญญาณไฟสีเหลือง)อาจเกิดน้ำป่าไหลหลากพื้นที่หมู่บ้านลุ่มต่ำหมู่บ้านนท้ายน้ำ จึงแจ้งเตือนไปในส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.ลำปาง ส่งผลให้ช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมาเกิดน้ำป่าไหลหลากในหมู่บ้านปางมะโอ เข้าท่วมถนนในหมู่บ้านและโรงเพาะเห็ดหอมของชาวบ้านบางส่วน ก่อนจะไหลลงทุ่งนาและแห้งลงอย่างรวดเร็ว โดยช่วงเช้าวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 จากการตรวจสอบพบว่า ถนนในหมู่บ้านปางมะโอ ม.1 ต.วังเงินได้รับผลกระทบมีเศษดินโคลนและเศษหินบางส่วน ปิดทับเส้นทางถนนในหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมใจกันเร่งตักเศษดินโคลนเข้าข้างถนน เพื่อเปิดให้รถจักรยานยนต์ที่ชาวบ้านใช้สัญจรส่งลูกหลานไปโรงเรียน […]

(มีคลิป) สิ้นกรรม ฟ้าผ่าแม่ควาย ที่ดาราชื่อดังไถ่ชีวิตถวายวัดเด่นเหม้า

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 1 ก.ค.2566 พระขุนเดข พรมสวัสดิ์ เจ้าอาวาสวัดเด่นเหม้า ต.แม่ลาน อ.ลี้ จ.ลำพูน ได้เจริญพรว่าเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้เกิดฟ้าผ่าแม่ควายที่ผูกเลี้ยงไว้บริเวณหลังวัดได้เสียชีวิตลง โดยพระขุนเดช ฯ เจริญพรว่า เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2566 ทางดาราหญิง ได้ไถ่ชีวิตควาย จำนวน 4 ตัวมาถวายที่วัด ประกอบกับทางวัดมีเนื้อที่ถึง 19 ไร่ มีสระน้ำและทุ่งหญ้า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ได้นำแม่ควายที่เข้าฝูงไม่ได้แยกตัวมาผูกเลี้ยงไว้ที่หลังวัด จนเกิดฝนฟ้าคะนองแล้วมีฟ้าผ่าลงมาใส่แม่ควายถึงแก่ชีวิต จากนั้นทางอาตมา ได้ให้รถไถ่ขุดหลุมฝั่งแม่ควายในพื้นที่บริเวณวัด หมดสิ้นหมดกรรมกันในชาตินี้

ฝนตกหนักบนดอยโป่งแยง ลำน้ำแม่สาเพิ่มระดับ

ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 30 มิ.ย. 2566 เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ต.โปงแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ น้ำป่าได้ไหลหลากลงสู่ลำห้วยแม่สา ทำให้สีน้ำขุ่นแดง ในขณะนี้ปริมาณระดับน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อนึ่งภาพ/คลิป บันทึกภาพในน้ำตกแม่สาน้อย ภายใน สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ Cr.AH Yanut CM

จ.น่าน อ.บ่อเกลือ “ฝนถล่มหนัก” น้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือน-รีสอร์ท

วันที่ 30 มิ.ย. 66 อำเภอบ่อเกลือ ได้รับแจ้งจากผู้นำท้องที่ ว่าเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ จากที่มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุให้ น้ำล้นตลิ่งท่วมที่พัก/รีสอร์ท จำนวน 2 แห่ง ในพื้นที่บ้านสว้าใต้ หมู่ 7 ต.ดงพญา และเกิดดินสไลด์ บ้านเรือน จำนวน 2 หลังคาเรือน ในพื้นที่ บ้านห้วยหมี หมู่ 6 ต.ดงพญา จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่มีทรัพย์สินเสียหาย อยู่ระหว่างการสำรวจ เบื้องต้นได้ประสานไปยัง อปท. และภาคีเครือข่าย ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นและตามอำนาจหน้าที่ต่อไป หากมีความคืบหน้าจักรายงานให้ทราบต่อไป ภาพ/ข่าว ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน

(มีคลิป) แม่ไปขายผักที่ตลาด ลูกสติไม่สมประกอบไม่อยู่ไฟไหม้บ้านวอด

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 29 มิ.ย. 2566 ได้เกิดเหตุไฟใหม้บ้านของนางนิตยา ยศปัญญา อายุ 67 ปี บ้านป่าไผ่ บ้านเลขที่ 73 หมู่ 6 ต.แช่ช้าง อ.สันกำแพง เชียงใหม่ ทางพนักงานสอบสวน สภ.สันกำแพง รุดไปยังที่เกิดเหตุพบว่ามีรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันกำแพง ทต.แม่ปูคา ทต.บวกค้าง ทต.สันกลาง อบต.แช่ช้าง อบต.สันกำแพง เข้าระดมเข้าดับไฟที่ลุกไหม้บ้าน 2 ชั้นครึ่งไม้ครึ่งปูน จนควบคุมเพลิงไว้ได้พบว่าบ้านทั้งหลังถูกไฟไหม้ได้ัรับความเสียหายทั้งหลังพร้อมทรัพย์สินภายในบ้าน ในเบื้องต้นทราบว่าบ้านดังกล่าวทาง”ป้านิด”นางนิตยา อาศัยอยู่กับบุตร ซึ่งเป็นคนสติไม่สมประกอบ ก่อนเกิดเหตุป้านิดออกจากบ้านไปขายผักที่เก็บจากริมรั้วไปขายที่ตลาดป่าไผ่ ส่วนลํกชายออกจากบ้านทีหลังโดยขับขี่รถจยย.ไปได้สักครู่ก็เกิดไฟไหม้บ้านขึ้น เพื่อนบ้านเห็นกลุ่มควันไฟพวยพุ่งขึ้นหลังคาบ้านจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าดับไฟดังกล่าวส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน ล่าสุดทาง ทต.สันกำแพง เข้าตรวจสอบความเสียหาย เพื่อจะได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยตามระเบียบของทางราชการ อย่างไรก็ตามขอแจ้งไปยังผู้มีจิตเมตตาสามารถช่วยเหลือได้ที่ “นางนิตยา ยศปัญญาบัญชี 5190428281ธนาคารกรุงไทย”

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา แจงแผ่นดินไหวพิษณุโลก ขนาด 4.5

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาแจง แผ่นดินไหวพิษณุโลก ขนาด 4.5 ไม่ได้เกิดจากรอยเลื่อนมีพลัง คาดจะเป็นรอยเลื่อนที่ยังไม่ได้รับการสำรวจ ชี้เกิดในแนวตะวันออกเฉียงใต้-ตะวันตกเฉียงเหนือ ตามแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ ย้ำภัยแผ่นดินไหวยังคงเป็นภัยธรรม ชาติ ที่ยังไม่สามารถพยากรณ์ได้ วันที่ 29 มิถุนายน 2566 เวลา 10:30 น. ที่กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ดร.ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา แถลงข่าว ในกรณีการเกิดแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2566 เวลา 00:17 น. ซึ่งมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณ ต.ไผ่ล้อม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก โดยเป็นแผ่นดินไหวขนาดความรุนแรง 4.5 ความลึก 5 กิโลเมตร โดยได้รับแจ้งความรู้สึกสั่นไหวเป็นบริเวณกว้างในบริเวณจังหวัดพิษณุโลก พิจิตร และกำแพงเพชร โดยแผ่นดินไหวครั้งนี้ มีจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก ประมาณ 30 กิโลเมตร และห่างจากตัวเมืองพิจิตร ประมาณ 15 กิโลเมตร เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ จุดศูนย์กลางไม่ได้อยู่บนรอยเลื่อนมีพลัง […]

แผ่นดินไหว ขนาด 4.5 ที่ จ.พิษณุโลก

สำหรับสถานการณ์แผ่นดินไหว ในช่วงวันที่ 28-29 มิถุนายน 2566 ตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขนาด 4.5 มีศูนย์กลางอยู่ที่ ต.ไผ่ล้อม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก ได้รับแจ้งรู้สึกสั่นไหวบริเวณ จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร จ.กำแพงเพชร และ จ.นครสวรรค์

สถานการณ์แผ่นดินไหว ในช่วงวันที่ 27-28 มิถุนายน 2566

สำหรับสถานการณ์แผ่นดินไหวในช่วงวันที่ 27-28 มิถุนายน 2566 ตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 4.2 มีศูนย์กลางอยู่ที่ตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซียขนาด 3.0 มีศูนย์กลางอยู่ที่ ต.บ้านสา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปางขนาด 3.0 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมาขนาด 4.4 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเวียดนามขนาด 4.2, 3.3 มีศูนย์กลางอยู่ที่นอกชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมาและขนาด 3.8 มีศูนย์กลางอยู่ที่หมู่เกาะนิโคบาร์ ประเทศอินเดียไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด

นักธรณีวิทยา คณะวิทย์ ม.อ. ชี้! อาจเกิดแผ่นดินไหวอีก

นักธรณีวิทยา คณะวิทย์ ม.อ. ชี้! อาจเกิดแผ่นดินไหวอีก บริเวณนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา Asst. Prof. Dr. HELMUT JOSEF DURRAST นักธรณีวิทยา สาขาวิทยาศาสตร์กายภาค คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ให้ข้อมูลกรณี แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2566 เวลา 08.40 น. บริเวณนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา ขนาด 6.0 ความลึก 10 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 500 กิโลเมตร ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนบริเวณอาคารสูงในจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร ซึ่งแผ่นดินไหวในครั้งนี้เกิดจากรอยเลื่อนสะกาย ในบริเวณประเทศเมียนมา ที่มีลักษณะการเลื่อนตัวตามแนวระนาบ และมีแผ่นดินไหวตาม ขนาด 3.6 – 4.4 จำนวน 4 ครั้ง ระดับความรุนแรงต่ำอาจจะเกิดคลื่นสึนามิได้ การเกิดแผ่นดินไหวในครั้งนี้ถือว่าเป็นคลื่นความถี่ต่ำ (ระยะเวลาที่ยาวนานกว่า) สามารถเดินทางไกลกว่า จึงมีผลต่ออาคารขนาดใหญ่ที่ได้รับแรงสั่นสะเทือน ซึ่งแน่นอนว่าในพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่ […]

เชียงใหม่พบจุดเสี่ยง 2 รอยเลื่อนมีพลังพาดผ่านพื้นที่

เชียงใหม่พบจุดเสี่ยง 2 รอยเลื่อนมีพลังพาดผ่านพื้นที่ จับตาเฝ้าระวังเตรียมความพร้อม หากเกิดเหตุฉุกเฉิน หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.0 เมื่อเวลาประมาณ 08.40 น. ของวันที่ 19 มิ.ย.66 ที่ผ่านมา บริเวณนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ในอาคารสูงในกรุงเทพมหานคร แม้จะไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดนี้ แต่เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่ มีรอยเลื่อนมีพลังที่ผ่านพาด ทำให้ล่าสุดทาง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร สั่งการให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ ตรวจสอบพื้นที่บริเวณสองรอยเลื่อนแผ่นดินไหวสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย กลุ่มรอยเลื่อนแม่ทา (พาดผ่านอำเภอแม่ออน) และรอยเลื่อนแม่จัน (พาดผ่านอำเภอแม่อาย) ตลอดจนพื้นที่ในเขตเมืองเชียงใหม่ และบริเวณใกล้เคียง ซึ่งมีอาคารสูงอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้พบว่าไม่มีผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในครั้งนี้แต่อย่างใด พร้อมสั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ หน่วยงานภายใต้คณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเชียงใหม่ นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันและการเตรียมความพร้อมรับมือ หากเกิดสถานการณ์แผ่นดินไหว ต้องไม่ตื่นตระหนก และรีบให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบทันที พร้อมกับรายงานให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดทราบทันที

1 … 171 172 173 174 175 … 437