72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

ผบ.ตร.สั่ง น.1 เร่งตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้อาคารที่ทำการ บก.น.5

ผบ.ตร.สั่ง น.1 เร่งตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้อาคารที่ทำการ บก.น.5 และความเสียหายทรัพย์สินทุกชนิดโดยละเอียด พร้อมจัดหาปรับปรุงที่ทำการชั่วคราว ดูแลตำรวจที่ได้รับผลกระทบ เบื้องต้น พฐ.รายงานไฟไหม้จาก กระแสไฟในคอมเพรสเซอร์แอร์ลัดวงจร นอกจากนี้ยังสั่งการให้ตรวจความเสียหายของทรัพย์สินที่เกิดเพลิงไหม้ทุกชนิดโดยละเอียด ทั้งเอกสารทางราชการ รถยนต์ หรือทรัพย์สินอื่นๆพร้อมกับให้กองโยธาธิการ สำนักงานส่งกำลังบำรุง ตร.เร่งเข้าปรับปรุงอาคาร 9 ชั้นด้านหลังเพื่อเป็นที่ทำการชั่วคราว ให้พร้อมบริการพี่น้องประชาชน และดูแลความเป็นอยู่ สวัสดิการ ขวัญกำลังใจของข้าราชการตำรวจที่ได้รับผลกระทบ ซึ่ง ตร.พร้อมจะสนับสนุนให้ความช่วยเหลือ”

รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ย้ำมาตรการป้องกันไฟป่าหมอกควัน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ย้ำทุกอำเภอ ทุกหน่วยงาน ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันไฟป่าหมอกควันอย่างเคร่งครัด สั่งอำเภอรอบใน เพิ่มกำลังในการลาดตระเวน วันนี้ (4 มี.ค. 66) นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เน้นย้ำให้ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ทุกอำเภอ และทุกหน่วยงาน ปฏิบัติตามมาตรการและข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์ คาดว่า อำเภอรอบใน ได้แก่ อำเภอสันป่าตอง แม่วางหางดง สะเมิง แม่ริม แม่แตง สันกำแพง แม่ออน สันทราย และดอยสะเก็ด จะมีการเกิดจุดความร้อนเพิ่มมากขึ้น จึงขอให้เพิ่มและเข้มงวดในการปฏิบัติงานให้มากขึ้น โดยเน้นหนักประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจในมาตรการการห้ามเผาและเพิ่มกำลังในการลาดตระเวน

(มีคลิป) ลำปาง ฉีดพ่นละอองน้ำสวนสาธารณะเพื่อสร้างความชุ่มชื้น

ลำปาง ฉีดพ่นละอองน้ำสวนสาธารณะเพื่อสร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่สีเขียวและจุดที่ประชาชนมารวมกลุ่มกันจำนวนมากห้วงที่ประสบปัญหามลพิษทางอากาศ เวลา 14.30 น.วันที่ 3 มีนาคม 2566 ที่สวนสาธารณะเขลางค์ เขตเทศบาลนครลำปาง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง นายชนาธิป เสมแย้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายจรัสพันธ์ อรุณคง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง นายสุรพล ตันสุวรรณ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครลำปาง ตรวจเยี่ยมเป็นกำลังใจให้กับผู้ปฎิบัติงานในการฉีดพ่นละอองน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นเพื่อสร้างพื้นที่ Green zone Safe zone ตามแหล่งสวนสาธารณะต่างๆที่ประชาชนมาใช้บริการจำนวนมากๆ เพื่อลดปัญหาปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานมากว่าสัปดาห์แล้ว แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะขอความร่วมมือประชาชนงดกิจกรรมกลางที่โล่งแจ้งออกไปก่อน แต่ทว่ายังมีหลายๆคนปรับเปลี่ยนเวลามาออกกำลังกายในช่วงสายและบ้ายแทนหลังสภาพอากาศเปิดมาบ้าง ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยสุขภาพร่างกายขอิงผู้มาใช้บริการสวนสาธารณะ จังหวัดลำปาง ร่วมกับ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเขต 10 ลำปาง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง เทศบาลนครลำปาง เทศบาลเมืองเขลางค์นคร แขวงทางหลวงลำปาง แขวงทางหลวงชนบทลำปาง ออกฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่สวนสาธารณะเป็นประจำสลับสับเปลี่ยนกันไปจนกว่าสถานการณ์ต่างจะคลี่คลายลงไป

(มีคลิป) แม่ฮ่องสอน ไฟป่ายังน่าเป็นห่วง หลังค่าฝุ่นพิษพุ่งต่อเนื่อง

สถานปารณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังน่าเป็นห่วง หลังค่าฝุ่นพิษเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ทัศนวิสัยเหลือเพียง 3 กม.ด้าน ปภ.เร่งระดมรถฉีดน้ำลดฝุ่นบริเวณสถานที่ราชการ หวังลดฝุ่นพิษ ขณะที่ผลกระทบจากหมอกควันไฟป่ายังไม่ทบต่อการท่องเที่ยวมากนั้น เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2566 สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน) สรุปสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ประจำวันที่ 3 มีนาคม 2566 ในพื้นที่รับผิดชอบ รายงานว่าPM2.5 มีค่า 51-90 มคก./ลบ.ม. “คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ” PM2.5 มีค่า >90 มคก./ลบ.ม. “คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ”(ค่ามาตรฐานเกิน 50 มคก./ลบ.ม.) คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ ทุกคนควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ Hotspot เกิดขึ้นจำนวน 209 จุด (เชียงราย 7 จุด เชียงใหม่ 40 จุด แม่ฮ่องสอน 66 จุด […]

(มีคลิป) ระทึก!! ไฟไหม้โกดังเก็บของกลางหมู่บ้าน

ระทึก!! ไฟไหม้โกดังเก็บของกลางหมู่บ้านโชคดีสกัดไฟไม่ให้ลุกลามติดบ้านหลังใหญ่ เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 3 มี.ค. 2566 เกิดเหตุไฟไหม้โกดังเก็บของ ตั้งอยู่กลางหมู่บ้านฮ่องแล้ว หมู่ 3 ต.ริมปิง อ.เมืองลำพูน โดยมีนายเอนก มหาเกียรติคุณ นายกฯ ทต.ริมปิง ,ปลัดอำเภอเมืองลำพูน ,ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 บ้านฮ่องแล้ง เดินทางไปอำนวยการดับเพลิง ชึ่งมีรถน้ำจากงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทต.ริมปิง ,ทต.ประตูป่า ,ทต.เหมืองง่า และทต.อุโมงค์ เข้าสกัดไฟที่ลุกไหม้อย่างหนักขึ้นที่โกดังเก็บของขนาดใหญ่ อยู่หน้าบ้านและทำการฉีดน้ำตัวบ้านหลังใหญ่เพื่อป้องกันไฟลุกลามไปติด และสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ไม่ลุกลามเป็นวงกว้าง พบว่าโกดังทั้งหลังถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหลัง เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ที่มีบ้านใกล้เรือนเคียงเป็นอย่างมากส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

(มีคลิป) เร่งเก็บกู้ซากรถบรรทุก หลังเกิดไฟลุกไหม้วอดทั้งคัน

ทางหลวงเร่งเก็บกู้ซากรถบรรทุกพัสดุ เพื่อเคลียร์ผิวจราจร หลังเกิดไฟลุกไหม้วอดทั้งคัน ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ วันที่ 3 มี.ค. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงสายวันนี้ได้มีเจ้าหน้าที่จากกรมทางหลวง ได้มาเก็บกวาดเศษซากพัสดุที่ถูกไฟไหม้เสียหาย บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 118 ช่วงเชียงราย-เชียงใหม่ บริเวณตรงข้ามตลาดเห็ด ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย โดยมีรถบรรทุกหกล้อขนส่งพัสดุถูกไฟลุกไหม้วอดทั้งคัน จอดที่ริมถนนขาออกเชียงรายมุ่งหน้าไปทาง อ.แม่สรวย ถูกไฟไหม้วอด พัสดุด้านหลังรถถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด และไฟที่ลุกไหม้รถยังได้ลามไปไหม้ศาลารอรถและป่าข้างทางด้วย เจ้าหน้าที่จากกรมทางหลวงเข้ามาเก็บกวาดที่เกิดเหตุเพื่อประเมินความเสียหายต่อพื้นผิวการจราจร เหตุไฟไหม้รถดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา รถคันประสบเหตุคือ รถบรรทุกหกล้อยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน สมุทรปราการ เป็นรถขนส่งพัสดุ มีนายปัญจศิลป์ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ชาวบ้าน ต.น้ำดิบ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน เป็นผู้ขับขี่ และให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้ไปรับพัสดุมาจาก อ.แม่สาย และกำลังจะมุ่งหน้าไปที่ จ.เชียงใหม่ แต่จังหวะที่เลี้ยวเข้าถนนสาย 118 […]

ทส. เฝ้าระวังสถานการณ์วิกฤติฝุ่นละออง PM 2.5 ภาคเหนือยังสูง!

ทส. เฝ้าระวังสถานการณ์วิกฤติฝุ่นละอองภาคเหนือ แจ้งเตือนวันที่ 4-10 มีนาคม PM2.5 ยังสูงเกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ วันที่ 3 มีนาคม 2566 ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) นางสาวศิวพร รังสิยานนท์ โฆษก ศกพ. แถลงข่าวแจ้งเตือนสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ มีความรุนแรง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน จากข้อมูลการติดตามตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า ในภาพรวมของพื้นที่ภาคเหนือส่วนใหญ่คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ ค่าเฉลี่ยของปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) สูงเกินค่ามาตรฐาน ทั้งนี้ ศกพ. คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ PM2.5 ยังมีแนวโน้มฝุ่นละอองสูงเกินมาตรฐาน ระหว่างวันที่ 4-10 มีนาคม 2566 ศกพ. ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าในปี 2566 สถานการณ์จะมีความรุนแรง เนื่องจากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่ไม่เอื้อต่อการกระจายตัวของฝุ่นละออง รัฐบาลจึงได้เตรียมการรับมือตั้งแต่ปี 2565 โดยทุกหน่วยงานดำเนินการอย่างเข้มข้น บูรณาการทุกภาคส่วนในหลายมิติ ประกอบด้วย 3.การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะชุมชน ในการดูแลรักษาป่าและเฝ้าระวังไฟ 4.การดูแลสุขภาพประชาชน โดยจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุข จัดเตรียมห้องปลอดฝุ่น และจัดตั้งคลีนิคมลพิษ นอกจากนี้ […]

หวิดวอด!! แม่บ้านนึ่งข้าวเหนียว ดับฟื้นไม่หมด ไฟลุกลาม

หวิดวอด!! แม่บ้านนึ่งข้าวเหนียว ดับฟื้นไม่มิด ไฟลุกลาม เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2566 เวลา 07.30 น. งานกู้ภัยองค์การบริหารส่วนตำบลเหล่ายาว อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูนได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนทางโทรศัพท์ว่ามีไฟไหม้บริเวณบ้านในหมู่บ้านปากทางม่วงโตน หมู่ที่ 11 ต.เหล่ายาว ทางเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงได้นำรถน้ำ 1 คัน ออกไประงับเหตุ พบว่าไฟกำลังลุกไหม้ บ้านไม้ 2 ชั้น จึงทำการดับไฟโดยมีชาวบ้านเข้าช่วยเหลือ และสามารถสกัดไฟไว้ได้ จนไฟสงบลงไม่ลุกลามเข้าตัวบ้าน ส่วนตัวบ้านเพียงส่วนหนึ่งที่ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหาย ภายหลัง สอบถามพบว่าเป็นบ้านของ นายพิชัย เตปินา่วนสาเหตุ เนื่องจากภรรยาของเจ้าของบ้าน ได้ตื่นนอนแล้วก่อไฟโดยใช้ฟืน เป็นเชื้อเพลิงหลังนึ่งข้าวเสร็จ จึงดับไฟแต่แต่ดับไม่หมด จึงกลับขึ้นไปนอนต่อ จึงกระทั่งไฟได้ประทุขึ้นมาลุกลามไหม้บ้าน ชาวบ้านใกล้เคียงเห็นไฟไหม้บ้านจึงแจ้งให้รถดับเพลิงทราบเหตุแล้วช่วยกันดับไฟจนสงบลง เจ้าของบ้านถือได้ว่าโชคดีมากที่ไม่สูญเสียบ้านทั้งหลังไปกับกองเพลิง จึงทำให้เกิดเหตุไฟไหม้ดังกล่าว ภาพ/งานป้องกันฯ อบต.เหล่ายาว

(มีคลิป) น่าน คุมห้ามเผาไม่อยู่ ค่าฝุ่นละอองพุ่ง ส่งผลต่อสุขภาพ

น่าน คุมห้ามเผาไม่อยู่ ค่าฝุ่นละอองพุ่งสูง คุณภาพอากาศแย่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2566 สำหรับสภาพอากาศจังหวัดน่าน ที่ปกคลุมไปด้วยหมอกควันไฟ และมีค่าฝุ่นละอองพุ่งสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน ขั้นกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยวันนี้ 2 มีนาคม 2566 ที่สถานีตรวจวัดอากาศ สำนักงานเทศบาลเมืองตรวจ วัดค่าค่าฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ได้ 118 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่สถานีตรวจวัดอากาศ ตำบลห้วยโก๋น อ.เฉเฉลิมพระเกียรติ ค่าฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจพบ 109 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถืออยู่เกณฑ์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้ฝุ่นละอองเพิ่มสูงขึ้นมาจากไฟป่า การลักลอบเผาป่าเพื่อเตรียมพื้นที่การเกษตร และหาของป่า ซึ่งแม้ว่าจะมีการประกาศห้ามเผาเด็ดขาดมาตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาแล้วก็ตาม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายออกรณรงค์ห้ามเผา และลาดตระเวนตรวจตราแล้วก็ตาม แต่ก็ยังพบการลักลอบเผากันในหลายพื้นที่ ทั้งนี้จุดความร้อนสะสม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 1 […]

แนะการดูแลตนเอง เมื่อต้องอยู่ในพื้นที่ๆ มีหมอกควัน

คำแนะนำหลักสำหรับประชาชนในการดูแลตนเองเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่ๆ มีหมอกควัน 1. 🔍ติดตามค่าดัชนีคุณภาพอากาศในบริเวณที่ตัวเองอยู่หรือใกล้เคียงที่สุดเป็นระยะๆ โดยเลือกดัชนีที่สะท้อนผลกระทบต่อสุขภาพในช่วงเวลาชั่วโมงล่าสุดเป็นสำคัญ หรือใช้เครื่องวัดค่ามลพิษฝุ่นละเอียด PM2.5 แบบพกพา 2.🚪ปิดประตูหน้าต่างเพื่อไม่ให้มลพิษอากาศเข้ามาสะสมในอาคารและใช้เครื่องฟอกอากาศประสิทธิภาพสูง ซึ่งสามารถกรองอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่า 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.7%📌ข้อควรระวัง ห้องที่อยู่อาศัยเป็นเวลานาน หากปิดห้องสนิทจนระบบอากาศภายในและภายนอกไม่สามารถถ่ายเทกันได้ อาจทำให้รู้สึกมีอาการอึดอัด ปวดหรือมึนศีรษะ อ่อนล้า ควรเปิดพัดลมระบายอากาศออกร่วมด้วย หรือหากไม่มีพัดลมระบายอากาศออก อาจเปิดแง้มห้องเพื่อช่วยในการระบายอากาศเป็นระยะๆ และควรมีเครื่องตรวจวัดฝุ่นละเอียดPM2.5แบบพกพาเพื่อวัดประสิทธิภาพของการฟอกอากาศภายในห้อง ที่มา : ศ.นพ.ชายชาญ โพธิรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. ติดตามผ่านช่องทางFacebook : https://urlz.fr/kB2v ❤️ ด้วยความห่วงใย จาก #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่#PM25#MedCMU #MedCMUในมือคุณ#สื่อสารองค์กรMedCMU

แม่สอดวิกฤติหมอกควันปกคลุมทั้งอำเภอ ทัศนวิสัยน์มืดมัว ค่าฝุ่นพุ่ง

แม่สอดวิกฤติหมอกควันปกคลุมทั้งอำเภอ ทัศนวิสัยน์มืดมัว ค่าฝุ่นพุ่ง ประชาชนได้รับผลกระทบสุขภาพร่างกายบางคนหายใจลำบาก ระคายเคืองตา เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศในพื้นที่ชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตลอดทั้งวันมีควันไฟขมุกขมัวสีขาวปกคลุมส่งผลให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นการใช้รถสัญจรไป-มา บนท้องถนนไปด้วยความยากลำบาก นอกจากนี้ยังมีประชาชนได้รับผลกระทบสุขภาพร่างกายบางคนหายใจลำบากและ ระคายเคืองตา ส่วน กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียงกรมควบคุมมลพิษ รายงานจากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ต.แม่ปะ อ.แม่สอด, ตาก พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) มีค่า 218 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3) อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ ทังนี้ ข้อแนะนำด้านสุขภาพ ประชาชนทั่วไป ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ถ้ามีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น กลุ่มเสี่ยง: ประชาชนกลุ่มเสี่ยงควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพ เช่น ไอ หายใจลำบาก ตาอักเสบ แน่นหน้าอก ปวดศีรษะ หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย […]

PM 2.5 พุ่งหนัก ปกคลุมทั่วเมืองเชียงใหม่ ขึ้นอันดับ 4 ของโลก

ฝุ่นพิษ PM 2.5 พุ่งหนัก ปกคลุมทั่วเมืองเชียงใหม่ ขึ้นอันดับ 4 ของโลก หนักสุดพื้นที่ อ.ฮอด แพทย์เตือนเสี่ยงโรคมะเร็งปอด วันที่ 2 มี.ค.66 สภาพอากาศที่จังหวัดเชียงใหม่ในวันนี้ ปกคลุมไปด้วยฝุ่นควันไปทั่วเมือง ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นบนท้องถนนเป็นโทนสีเทาชัดเจน โดยล่าสุดเมื่อ 11.00 น.วันนี้ เว็บไซต์ iqair.com รายงานคุณภาพอากาศในจังหวัดเชียงใหม่ ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) และมลพิษทางอากาศ PM 2. AQI 5 อยู่ที่ 190 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า PM 2.5 อยู่ที่ 123.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในอันดับ 4 ของโลก รองจากอันดับ 1 อิรัก บังคลาเทศ และประเทศจีน ตามลำดับ เว็บไซต์ของกรมควบคุมมลพิษ air4thai.pcd.go.th รายงานในช่วงเวลาเดียวกัน จากการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ […]

1 … 203 204 205 206 207 … 437