72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

(มีคลิป) เชียงใหม่ แนะ 7 อำเภอท้ายน้ำ เตรียมขนของขึ้นที่สูง

เชียงใหม่ แนะขนของหนีน้ำ ปลอดภัยไว้ก่อน ผู้ว่าฯ สั่งเฝ้าระวังพื้นที่ 7 อำเภอท้ายน้ำ พิษมู่หลานกระทบแล้วกว่า 3 พันคน วันที่ 14 ส.ค.65 นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สั่งเฝ้าระวังแม่น้ำปิงล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำสองฝั่งแม่น้ำในพื้นที่ 7 อำเภอท้ายน้ำ คือ อำเภอเมืองเชียงใหม่ หางดง สันป่าตอง ดอยหล่อ จอมทอง ฮอด และ ดอยเต่า ที่มวลน้ำจากเขตตัวเมืองจะไหลผ่าน โดยให้นายอำเภอเตรียมพร้อมบุคลากรและเครื่องจักรกลเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันที และ แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ติดตามสถานการณ์น้ำ เตรียมความพร้อมรับมือด้วยการขนย้ายทรัพย์สินไปเก็บไว้บนที่สูงและเตรียมย้ายยานพาหนะไปยังพื้นที่ปลอดภัย โดยตั้งแต่วันที่ 11- 13 สิงหาคม 2565 พายุ “มู่หลาน” ทำให้ประชาชนกว่า 3,000 คน ใน 7 อำเภอ 25 ตำบล 98 หมู่บ้าน ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และ ดินโคลนถล่ม […]

(มีคลิป) รองผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เฝ้าระวังปริมาณน้ำปิง

นายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่เฝ้าระวังพร้อมตรวจติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำปิง วันที่ 14 สิงหาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. และเวลา 15.00 น. นายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่เฝ้าระวังพร้อมตรวจติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำปิง ในบริเวณพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ ณ บริเวณจุดวัดฟ้าฮ่าม และบริเวณจุดสถานี P1 บริเวณเชิงสะพานนวรัตน์ พร้อมทั้งลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำของประตูระบายน้ำท่าวังตาล ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยสถานการณ์น้ำเริ่มทรงตัว และมีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงมีการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยนายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เน้นย้ำให้มีการติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะแจ้งให้ประชาชนผู้อาศัยบริเวณริมน้ำปิง และประชาชนผู้อาจได้รับผลกระทบทราบและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการให้ความข่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยได้แจ้งให้โครงการชลประทาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์และรายงานสถานการณ์ให้ทราบอย่างต่อเนื่อง

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ย้ำเฝ้าระวัง 7 อำเภอท้ายน้ำ

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ย้ำเฝ้าระวัง 7 อำเภอท้ายน้ำ อ.เมือง หางดง สันป่าตอง ดอยหล่อ จอมทอง ฮอด ดอยเต่า วันนี้ (14 ส.ค. 65) นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ออกโทรสารถึงนายอำเภอเมืองเชียงใหม่ หางดง สันป่าตอง ดอยหล่อ จอมทอง ฮอด และดอยเต่า ภายหลังจังหวัดเชียงใหม่ ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก น้ำเอ่อล้นตลิ่ง และดินสไลด์ ในหลายพื้นที่ของจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 11- 13 สิงหาคม 2565 เนื่องจากอิทธิพลของพายุ “มู่หลาน” ทำให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทั้งหมด 7 อำเภอ 25 ตำบล 98 หมู่บ้าน และมีประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจำนวนกว่า 3,000 คน โดยเบื้องต้น กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดเชียงใหม่ ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยเมื่อเวลา 13.00 น. พบว่าบริเวณสะพานนวรัตน์หรือจุด […]

(มีคลิป) น่าน รถประปาสนามเคลื่อนที่ ผลิตและแจกจ่ายน้ำ

บก.ทท. (นทพ.) ศบภ.นพค.31 สนภ.3 นทพ รถประปาสนามเคลื่อนที่ ผลิตและแจกจ่ายน้ำสำหรับอุปโภค บริโภค เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2565 บก.ทท. (นทพ.) โดย พ.อ. รฐนนท รัตนโสภณ ผบ.นพค.31 สนภ.3 นทพ./ผอ.ศบภ.นพค.31 สนภ.3 นทพ.จัดกำลังพลชุดช่วยเหลือประชาชน ศบภ.นพค.31ฯ, นำรถยนต์บรรทุกน้ำ และรถประปาสนามเคลื่อนที่ ผลิตและแจกจ่ายน้ำสำหรับอุปโภค บริโภค รวมจำนวน 2,000 ลิตร ให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัย เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนภายหลังการเกิดเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ บ.ท่าค้ำ ต.ริม อ.ท่าวังผา จ.น่าน ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาสำคัญเร่งด่วนของชาติ ของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา อีกทั้งเป็นการสนับสนุนพันธกิจด้านการพัฒนาประเทศเพื่อความมั่นคง และการช่วยเหลือประชาชนของกองบัญชาการกองทัพไทย

สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำปิงตอนบน ข้อมูล ณ 14 ส.ค.65 เวลา 13.00 น.

สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำปิงตอนบน ข้อมูล ณ 14 ส.ค.65 เวลา 13.00 น. P.1 สะพานนวรัฐ เมืองเชียงใหม่ ระดับ 3.41 ม. ปริมาณน้ำ 430.40 cms (ต่ำกว่าตลิ่ง 0.29 ม.) มีแนวโน้มลดลง ระดับน้ำสูงสุดเมื่อ 13 ส.ค.ุุ65 เวลา 09.00 น. วัดได้ 444.80 cms. P.67 บ้านแม่แต ระดับ 2.64 ม. ปริมาณน้ำ 327.10 cms (ต่ำกว่าตลิ่ง 1.16 ม.) มีแนวโน้มเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีปริมาณน้ำสูงสุด เมื่อ 13 ส.ค.65 เวลา 24.00 น. วัดได้ 420.60 cms. ฝายแม่แตง 94.50 cms […]

ปภ.เปิดพื้นที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำ

ปภ.เผยยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง (ลุ่มเจ้าพระยา) และภาคใต้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย เปิดพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ ตั้งแต่ช่วงวันที่ 14 สิงหาคม 2565 เป็นต้นไป โดยมีพื้นที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ภัย แยกเป็น จังหวัดพื้นที่ภาคเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ช่วงวันที่ 11-17 สิงหาคม 2565 จังหวัดพื้นที่ริมน้ำโขง 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นช่วงวันที่ 13-18 สิงหาคม 2565 จังหวัดพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และ […]

(มีคลิป) น้ำท่วมไม่กระทบเศรษฐกิจเชียงใหม่

ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ยืนยันระดับน้ำในแม่น้ำปิง ที่สูงขึ้น จะไม่กระทบกับพื้นที่เศรษฐกิจเชียงใหม่ แต่การเปิดประตูระบาย พร้อมกันทั้ง 6 บาน อาจมีผลกระทบพื้นที่ใต้ประตูระบายน้ำบ้างเล็กน้อย ทำให้มีน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มบางแห่ง แต่ระดับน้ำต้นทาง ทรงตัวและจะค่อยๆลดลงแล้ว และมวลน้ำทั้งหมดไหลลงสู่ทะเลสาบดอยเต่า และไหลเข้าเขื่อนภูมิพล เมื่อวันที่ 14 ส.ค.2565 ระดับน้ำในแม่น้ำปิง ที่ไหลผ่านตัวเมืองเชียงใหม่ เพิ่มขึ้นจุดสูงสุดแล้ว โดยที่บริเวณจุด P1 เชิงสะพานนวรัฐ ในตัวเมืองเชียงใหม่ อยู่ที่3.47 เมตร โดยนาย สุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 ได้ไปตรวจดูสถานการณ์น้ำ ในแม่น้ำปิง บริเวณประตูระบายน้ำท่าวังตาลโดยมีการยกบานประตูระบายน้ำพ้นผิวน้ำ ทั้งหมด 6 บาน ซึ่งระบายน้ำออกตัวเมืองได้รวดเร็ว ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำปิงเริ่มทรงตัว โดยผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 บอกว่าระดับน้ำได้ผ่านจุดพีคไปแล้ว และเริ่มทรงตัว และจะลดลงเรื่อยๆ แต่อาจจะมีผลกระทบกับบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่ม ริมน้ำทางตอนใต้บ้าง รวมทั้งกระซังเลี้ยงปลา ที่น้ำไหลแรง ซึ่งได้มากรแจ้งเตือนไปแล้ว แต่ทั้งนี้ปริมาณน้ำทางตอนเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ สามารถไหลเข้าเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลอำเภอแม่แตงได้มากถึง 40 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้เชียงใหม่รอดพ้น […]

ปภ.รายงานจากอิทธิพลพายุโซนร้อนมู่หลาน

ปภ.รายงานจากอิทธิพลพายุโซนร้อนมู่หลานยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 2 จังหวัด และยังส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 14 สิงหาคม 2565 เวลา 11.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย รายงานผลกระทบจากพายุมู่หลาน ทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่รวม 11 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ พะเยา น่าน ลำปาง แพร่ พิษณุโลก นครพนม เลย และปราจีนบุรี 34 อำเภอ 109 ตำบล 609 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 5,477 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย (เชียงราย) ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย และน่าน รวม 5 อำเภอ 18 ตำบล 98 หมู่บ้าน […]

(มีคลิป) น้ำกกเริ่มลดระดับ แต่ชุมชนป่าแดงยังจมน้ำ รอการช่วยเหลือ

น้ำกกเริ่มลดระดับกว่า 20 ซม. แต่ชุมชนป่าแดงยังจมน้ำ รอการช่วยเหลือ วันที่ 14 ส.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถึงแม้พายุมู่หลานจะสงบและเปลี่ยนทิศทางไปแล้ว แต่ที่ชุมชนป่าแดง ม.6 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย ยังมีบ้านเรือนที่ยังจมอยู่ในน้ำ เป็นหนึ่งในชุมชนริมน้ำกกที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากเหตุอุทกภัยครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ขึ้นเรือเพื่อดูสถานการณ์น้ำ ปรากฏว่าน้ำเริ่มลดระดับลงกว่า 20 ซม. แต่ถึงอย่างนั้นบางจุดระดับน้ำก็ยังสูง เช่นที่บริเวณซอย 1 ระดับน้ำยังอยู่ที่ประมาณ 120 ซม. หลายครัวเรือนยังมีการขนกระสอบทรายมาปิดกั้นน้ำและบ้านที่อยู่สูงก็เริ่มนำไดโว่มาสูบน้ำออกจากบ้านบ้างแล้ว ขณะที่ทางเทศบาลนครเชียงรายก็ได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาสูบน้ำจากชุมชนไปลงน้ำกก และนำเอาอาหารน้ำดื่มมาแจกจ่ายให้ผู้ได้รับผลกระทบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

“นายกฯ” ห่วงใยฝากกำลังใจถึงพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย

“นายกฯ” ห่วงใยฝากกำลังใจถึงพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย จากอิทธิพล “มู่หลาน” 11 จังหวัด กำชับจังหวัด-หน่วยทหาร-ท้องถิ่น เร่งเข้าสำรวจความเสียหายหลังน้ำลด ขณะที่ มท.1 เดินหน้าแก้ปัญหารวดเร็ว ปภ. จังหวัดเข้าช่วยเหลือน้ำท่วมเชียงราย-น่าน วันที่ 14 สิงหาคม 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามผลกระทบจากพายุมู่หลาน ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่รวม 11 จังหวัด 30 อำเภอ 77 ตำบล 410 หมู่บ้าน และยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ พะเยา น่าน และพิษณุโลก รวม 25 อำเภอ 70 ตำบล 391 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 1,885 ครัวเรือน […]

แม่สายน้ำลดแล้วทิ้งโคลนเต็มตลาดสายลมจอย

วันที่ 14 ส.ค.65 หลังจากน้ำจากลำน้ำสายชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภายในตลาดสายลมจอยซึ่งเป็นตลาดชายแดนและถูกน้ำท่วมมากที่สุดพบว่าน้ำได้ลดลงเกือบทั้งหมด ร้านค้าบางแห่งที่ตั้งอยู่เชิงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1 ที่ยังถูกน้ำท่วม ถนนใต้สะพานยังใช้สัญจรผ่านไปมาไม่ได้ ซึ่งย่านนี้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากเพราะกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวพัดประตูร้านพัง และสิ่งของเครื่องใช้ ป้าย ส่วนประกอบอาคาร สินค้า ภายร้านหายไปกับกระแสน้ำ ขณะที่ชุมชนเหมืองแดง ชุมชนไม้ลุงขน เกาะทราย และพื้นที่นอกเขตเทศบาล ต.แม่สาย ระดับน้ำได้ลงจนเกือบเป็นปกติแล้ว แต่ยังประสบปัญหาดินโคลน ทรายและวัชพืช ที่ไหลมากับน้ำตกค้างอยู่ มีรายงานว่า พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รมว.กระทรวงมหาดไทย และคณะมีกำหนดการจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนและมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนพื้นที่ อ.แม่จัน และ อ.แม่สาย ในวันจันทร์ที่ 15 ส.ค.นี้ โดยจะไปมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้ประชาชน ณ ที่ว่าการ อ.แม่จัน จำนวน 200 ราย และที่ว่าการ อ.แม่สาย จำนวน 290 ราย ก่อนไปเยี่ยมบ้านที่ประสบภัยเพื่อให้การช่วยเหลืออีกจำนวน 10 หลังคาเรือน […]

(มีคลิป) สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำปิงตอนบน 14 ส.ค. 65 (10.00 น.)

สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำปิงตอนบน ข้อมูล ณ 14 ส.ค.65 เวลา 10.00 น. P.1 สะพานนวรัฐ เมืองเชียงใหม่ ระดับ 3.47 ม. ปริมาณน้ำ 444.80 cms (ต่ำกว่าตลิ่ง 0.23 ม.) มีแนวโน้มคงที่ P.67 บ้านแม่แต ระดับ 2.87 ม. ปริมาณน้ำ 359.00 cms (ต่ำกว่าตลิ่ง 0.93 ม.) มีแนวโน้มเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ฝายแม่แตง 105.94 cms มีแนวโน้มทรงตัว ฝายแม่แฝก 159.52 cms มีแนวโน้มเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง P.103 สะพานวงแหวนรอบ 3 ระดับ 6.05 ม. ปริมาณน้ำ 509.00 cms (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.95 ม) มีแนวโน้มลดลง การเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำปัจจุบัน […]

1 … 271 272 273 274 275 … 437