72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

ปภ.ระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย แก้ไขปัญหาอุทกภัย – ช่วยเหลือประชาชน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานจากสถานการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลความอากาศสูงจากประเทศจีน ร่องมรสุม พายุเตี้ยนหมู่ พายุไลออนร็อก และพายุคมปาซุ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน รัฐบาลห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานอุทกภัย จึงได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและเร่งคลี่คลายสถานการณ์อุทกภัย ซึ่ง ปภ. ได้ระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและช่วยเหลือประชาชน โดยสั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ประสบภัย และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ใกล้เคียง จัดเจ้าหน้าที่พร้อมยานพาหนะและเครื่องจักรกลสาธารณภัยชุดปฏิบัติการด้านอุทกภัย จำนวน 1,250 รายการ อาทิ เครื่องสูบน้ำ จำนวน 92 เครื่อง รถบรรทุกเครื่องสูบส่งระยะไกล จำนวน 22 คัน รถสูบส่งน้ำ จำนวน 3 คัน รถบรรทุกเครื่องสูบน้ำ จำนวน 11 คัน รถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัยพร้อมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 16 คัน รถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย จำนวน 70 คัน เรือท้องแบนกู้ภัยพร้อมเครื่องยนต์ 146 ลำ เรือท้องแบน จำนวน 76 ลำ เรือพายพร้อมไม้พาย 664 ลำ และสะพานถอดประกอบได้พร้อมชุดทอดสะพาน […]

ปภ.รายงานสถานการณ์อุทกภัยในภาพรวม 15 จังหวัด ประสานเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

วันที่ 27 ต.ค.64 เวลา 09.40 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานมีสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่า ไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง รวม 15 จังหวัด โดยอิทธิพลความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อน ประกอบกับมีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ภาคใต้ และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 24 – 27 ต.ค. 64 ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก 2 จังหวัด (ชุมพร ตรัง) สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ทั้งสองจังหวัด ส่วนร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวตอนล่างและประเทศเวียดนามตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 17 – 19 ต.ค. 64 ยังคงมีสถานการณ์ 5 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และนครปฐม รวม 24 อำเภอ 108 […]

ปภ. แจ้ง 37 จังหวัด เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินถล่ม น้ำล้นอ่าง และน้ำล้นตลิ่ง

วันนี้ (26 ต.ค.64) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) ได้รับแจ้งจากกองอำนวยการน้ำแห่งชาติว่า ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากแผนที่ฝนคาดการณ์ (ONE MAP) ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน) และคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวัง ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากของกรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรธรณี พบว่าในช่วงวันที่ 28 ตุลาคม -3 พฤศจิกายน 2564 มีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังอุทกภัย ดังนี้ 1. พื้นที่เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินถล่ม – ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ เลย ขอนแก่น และชัยภูมิ – ภาคกลาง ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด – ภาคใต้ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ระนอง พังงา ตรัง และสตูล 2. พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำล้น กระทบพื้นที่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำ […]

ปภ.รายงานสถานการณ์อุทกภัยในภาพรวม 17 จังหวัด ประสานเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

26 ต.ค.64 เวลา 10.00 น. (ปภ.) รายงานมีสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง รวม 17 จังหวัด โดยอิทธิพลความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ 21 – 26 ต.ค.64 ยังคงมีสถานการณ์ 3 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี รวม 6 อำเภอ 19 ตำบล 151 หมู่บ้าน 4,717 ครัวเรือน ส่วนร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวตอนล่างและประเทศเวียดนามตอนกลางประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 17 – 19 ต.ค. 64 ยังคงมีสถานการณ์ 5 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และนครปฐม รวม […]

สรุปสถานการณ์แผ่นดินไหวในช่วงวันที่ 25-26 ตุลาคม 2564 ตรวจ

สำหรับสถานการณ์แผ่นดินไหวในช่วงวันที่ 25-26 ตุลาคม 2564 ตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขนาด 2.2 มีศูนย์กลางอยู่ที่ ต.เขาโจด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ขนาด 3.8 มีศูนย์กลางอยู่ที่มณฑลยูนนาน, ประเทศจีน ขนาด 4.5 มีศูนย์กลางอยู่ที่นอกชายฝั่งทางตะวันตก ของตอนเหนือหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย และขนาด 1.4 มีศูนย์กลางอยู่ที่ ต.ป่าหุ่ง อ.พาน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นแผ่นดินไหวขนาดเล็ก ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด ที่มา:กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว

ปภ.รายงานมีสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง รวม 17 จังหวัด ประสานจังหวัดเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

วันที่ 25 ต.ค.64 เวลา 10.00 น.กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานมีสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง รวม 17 จังหวัด โดยอิทธิพลความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ 21 – 24 ต.ค.64 ยังคงมีสถานการณ์ 1 จังหวัด (กาญจนบุรี) ส่วนร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวตอนล่างและประเทศเวียดนามตอนกลางประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 17 – 19 ต.ค. 64 ยังคงมีสถานการณ์ 6 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ นครปฐม และสระแก้ว รวม 29 อำเภอ 117 ตำบล 566 หมู่บ้าน 15,030 ครัวเรือน ส่วนอิทธิพลพายุ “คมปาซุ” […]

ระทึก!!แฟนบอลวิ่งหนีตายหลังไฟไหม้แอร์ห้องพักกรรมการระหว่างการแข่งขันฟุตบอล ที่สนามกีฬากลางลำพูน

  เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาของวันที่ 24 ต.ค. 64 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองลำพูนได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุไฟไหม้ภายในสนามกีฬากลางจังหวัดลำพูนหรือสนามแม่กวงสเตเดี่ยม หลังได้รับแจ้งจึงรีบรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมทั้งประสานรถดับเพลิงเทศบาลตำบลต้นธงและกู้ชีพ-กู้ภัยลำพูน ร่วมกันเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพบประชาชนชาวลำพูนรวมถึงแฟนบอลจำนวนมากที่เข้ามาชมการแข่งขันฟุตบอลต่างแตกตื่นวิ่งหนีลงจากอัศจรรย์กันอย่างชุลมุนประกอบวันนี้มีการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 2 คู่ระหว่างลำพูนวอร์ลีเออร์กับแพร่ยูไนเต็ด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อำนวยความสะดวกให้ประชาชนออกจากพื้นที่ที่เกิดเพลิงไหม้ ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้าตรวจสอบภายในห้องพักกรรมการพบกลุ่มควันจำนวนมากออกจาก ห้องพบว่าได้เกิดเพลิงไหม้เครื่องปรับอากาศจึงทำให้เกิดมีกลุ่มควันจำนวนมากทางเจ้าหน้าที่จึงได้ใช้ถังดับเพลิงดับใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ทันท่วงที ส่วนสาเหตุการเกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งต่อไป

(มีคลิป) พื้นที่ห้างฉัตรลำปาง เกิดน้ำป่าทะลักในรอบ 20 ปีทุกภาคส่วนเข้าให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

พื้นที่ห้างฉัตรลำปาง เกิดน้ำป่าทะลักในรอบ 20 ปีทุกภาคส่วนเข้าให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน พร้อมประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ติดลำห้วยให้ขนของขึ้นที่สูงพร้อมรับมือน้ำล้นตลิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลาในขณะนี้ เวลา 15.00 น.วันที่ 23 ตุลาคม 2564 ที่ บ้านปันเต้า หมู่ 7 ตำบลแม่สัน อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง นายนเรศวร์ฤทธิ์ อุบลศรี นายอำเภอห้างฉัตร พร้อมด้วยปลัดอำเภอ กำลังเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอห้างฉัตร เจ้าหน้าที่ อบต.แม่สัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ ลงพื้นที่สำรวจตรวจสอบเพื่อที่จะเร่งให้การช่วยเหลือผู้ปราบอุทกภัยน้ำป่าทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน และพื้นที่ทางการเกษตรเป็นบริเวณกว้าง โดยในเบื้องต้น ทางนายอำเภอได้นำถุงยังชีพหมอบให้แก่ผู้ประสบภัยทันทีเพื่อเป็นการช่วยเหลือในเยื้องต้นไปก่อน จากนั้นไดประสาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอห้างฉัตร ท้องถิ่นในพื้นที่ ติดต่อประสานเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำที่ท่วมขังบ้านเรือนชาวบ้านให้แห้งเร็วที่สุดเพราะในพื้นที่ยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ต้องระมัดระวังในการทำงานให้มากที่สุดเบื้องต้น นายนเรศวร์ฤทธิ์ อุบลศรี นายอำเภอห้างฉัตร ได้รับรายงานว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบขณะนี้ 2 ตำบล คือตำบลเวียงตาล บ้านเวียงตาล และตำบลแม่สัน 3 หมู่บ้าน คือบ้านปันเต้า บ้านส้มป่อย ซึ่งหมู่บ้านทั้งหมดนี้ลำห้วยแม่สันได้ไหลผ่าน แต่ที่สร้างผลกระทบมากที่สุดคือบ้าน ปันเต้าหมู่ 7 […]

นายก อบจ.เชียงราย ลงพื้นที่ติดตามผลกระทบจากเหตุอุทกภัยฉับพลัน พื้นที่ ต.ศรีโพธิ์เงิน อ.ป่าแดด จ.เชียงราย

  วันเสาร์ที่ 23 ต.ค. 64 นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายจิราวุฒิ แก้วเขื่อน เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นายชัยวัฒน์ อุดขา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย พื้นที่อำเภอป่าแดด นางเชิดทรง ฤทธิ์จิตเพียร ผู้อำนวยการกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยฉับพลัน หลังจากได้รับการประสานจากพื้นที่ เหตุน้ำท่วมฉับพลัน ในพื้นที่ ต.ศรีโพธิ์เงิน อ.ป่าแดด จ.เชียงราย จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ติดตามลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือช่วยเหลือเยียวยาประชาชนในเบื้องต้น ในการนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้นำน้ำดื่ม จำนวน 100 แพค หน้ากากอนามัยจำนวน 40 กล่อง สเปรย์ขวดเล็ก จำนวน 24 ขวด ยาฆ่าเชื้อ จำนวน 7 ขวด เข้าช่วยเหลือเยียวยาประชาชนในเบื้องต้น และนำเครื่องดับเพลิงชนิดหาบหาม เข้าสนับสนุนภารกิจในพื้นที่ดังกล่าว อีกทั้ง ลงพื้นที่สำรวจอ่างเก็บน้ำม่อนป่าเหียง อ่างเก็บน้ำห้วยดอกด้ายและอ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง เพื่อสำรวจความเสียหายและเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยด่วน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงทีต่อไป

น้ำยมล้นริมฝั่ง ทำเอาสวนพริก ,ข้าวโพดจมน้ำ เกษตรกรครวญสูญเงินลงทุน

  ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดแพร่วันที่ 23 ตุลาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 05:00 น ระดับน้ำในแม่น้ำยมเพิ่มสูงขึ้นล้นฝั่งบริเวณอำเภอสองที่ตำบลเตาปูน ตำบลห้วยหม้าย ตำบลบ้านกลางและตำบลทุ่งน้าวพื้นที่เกษตรกรรมถูกน้ำท่วมกว่า 700 ไร่โดยเฉพาะที่บ้านทุ่งน้าวตำบลทุ่งน้าว อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ระดับน้ำสูง 1 เมตร ส่งผลให้พืชผลเกษตรได้แก่ พริก ข้าวโพดได้รับความเสียหายกว่า 300 ไร่ตำบลห้วยหม้าย 400 ไร่ เกษตรกรได้รับความเสียหายทั้งพืชผลและอุปกรณ์การเกษตร ท่าส่งและเครื่องสูบน้ำปลิวไปตามกระแสน้ำ นายสุรนาถ สมศรี อายุ 71 70ม1 ต.ทุ่งน้าว กล่าวว่า น้ำในแม่น้ำยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีฝนตกหนักทางตอนเหนือของจังหวัดแพร่ โดยเฉพาะที่ อำเภอปง อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยาระดับน้ำผ่านแม่น้ำยมเข้าท่วมแปลงเกษตรอย่างรวดเร็วเก็บข้าวของไม่ทันไหลไปกับน้ำ นางนาวดี กิติพงค์ อายุ 52 บ้านร่องถ่าน ตำบลห้วยหม้าย เช่าพื้นที่ปลูกพริก จำนวน 7 ไร่ ลงทุนไร่ละ10,000 บาท ปลูกมา 2 เดือนหวังว่าจะได้เงินส่งลูกเรียน น้ำเกิดท่วนกระทันหันเลียหายทั้งหมดอยากให้ทางการช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้บ้างก็ยังดี

(มีคลิป) น้ำป่าจากดอยปุยทะลักท่วมถนนทางหลวงบริเวณท่าสายฝั่งขาเข้าเมือง ยังไม่มีทีท่าจะลดระดับ หลายหน่อยงานเฝ้าจับตาดูสถานการณ์

วันที่ 23 ต.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำป่าจากดอยปุยไหลจากบนภูเขา เอ่อล้นบริเวณถนนสายหลักพื้นที่บ้านหนองยาว ม.5 ต.ท่าสาย อ.เมืองเชียงราย เป็นระยะทางกว่า 500 เมตร ตั้งแต่หน้าการไฟฟ้าสาขาย่อยท่าสายไปจนถึงปากทางเข้าวิทยาลัยการอาชีพเชียงราย รถสามารถวิ่งได้เพียงช่องทางเดียว โดยระดับน้ำยังไม่มีทีท่าว่าจะลดระดับ และจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังมีฝนตกโปรยปรายลงมาตลอด คาดว่าน้ำอาจจะเพิ่มระดับขึ้นอีกในช่วงค่ำคืนนี้ ทางหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งฝ่ายงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทต.ท่าสาย หน่วยกู้ชีพกู้ภัย ทต.ท่าสาย รวมถึงภาคเอกชน นำกระสอบทรายไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำป่า นำรถแบ็กโฮขุดเปิดทางน้ำ และประสานงานกับหน่วยกู้ชีพกู้ภัย ทต.ห้วยสัก กู้ชีพดอยลานธรรมนันท์ และหน่วยงานใกล้เคียงอื่นๆ คอยติดตามสถานการณ์น้ำในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้ช่วยเหลือชาวบ้านได้อย่างทันท่วงที ด้านแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 รายงานสถานการณ์น้ำป่าในครั้งนี้ว่า เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน น้ำป่าไหลหลาก ท่วมผิวจราจรบนถนนทางหลวงหมายเลข 1020 ตอนเชียงราย-โป่งเกลือ ระหว่าง กม.3+300-3+800 บริเวณพิกัด 19°51’08.6″N 99°51’06.2″E ระดับน้ำสูงสุดบริเวณไหล่ทางมีความลึกประมาณ 40-50 ซม. นายนิคม เทพบุตร ผอ.แขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 ได้สั่งการให้หมวดทางหลวงห้วยสักคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดูแลเรื่องการจราจร และคอยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ปภ.รายงานมีสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง รวม 23 จังหวัด ประสานจังหวัดเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

23 ต.ค.64 เวลา 08.45 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานมีสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง รวม 23 จังหวัด โดยตั้งแต่วันที่ 21 – 22 ต.ค.64 ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา ลำปาง อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ เลย ขอนแก่น รวม 11 อำเภอ 17 ตำบล 80 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 674 ครัวเรือน ส่วนร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวตอนล่างและประเทศเวียดนามตอนกลางประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 17 – 19 ต.ค. 64 ยังคงมีน้ำท่วมใน 6 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ นครราชสีมา […]

1 … 343 344 345 346 347 … 437