72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

เทศบาลตำบลอุโมงค์ สำรวจ และเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย

วันนี้ ( 22 ตุลาคม 2564 ) นายกิติพัฒนน์ ธนินภิตินันท์ นายกเทศมนตรีตำบลอุโมงค์ มอบหมายให้ทีมผู้บริหาร นายสุรินทร์ พรหมพนัส ปลัดเทศบาลตำบลอุโมงค์ เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมด้วยสมาชิกสภาเทศบาลตำบลอุโมงค์ ผู้นำท้องที่ ลงพื้นที่สำรวจ และเยี่ยมประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย (เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา) ได้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ทำให้ต้นไม้ล้มทับถนน และลมพัดบ้านเรือนประชาชนเสียหาย หลายหลังคาเรือน เมื่อพายุสงบลงนายกเทศมนตรีตำบลอุโมงค์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่งานป้องกันฯ ออกช่วยเหลือประชาชนทันที อย่างไรก็ตามจากเหตุวาตภัยครั้งนี้ ทางเทศบาลตำบลอุโมงค์ ได้เร่งสำรวจความเสียหายเบื้องต้น มีผู้ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 20 ครัวเรือน ได้ดำเนินการสำรวจ และตรวจสอบความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือราษฎรในเบื้องต้นแล้วประกอบด้วย กระเบื้องมุงหลังคา 340 แผ่น, กระเบื้องมุงชนิดครอบ 114 แผ่น, พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ตัดต้นไม้ที่กีดขวางถนน และเปิดเส้นทางจราจร ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัยในพื้นที่ มีขวัญ และกำลังใจในการดำเนินชีวิต ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวของทางราชการ และกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด หากเกิดวาตภัยขึ้นในพื้นที่ […]

ทต.ป่าแดด ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน

วันที่ 22 ต.ค. 64 เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหลายพื้นที่ของ อ.ป่าแดด จ.เชียงราย ได้แก่ ต.ศรีโพธิ์เงิน ต.โรงช้าง และ ต.ป่าแดด และด้วยครั้งนี้น้ำได้หลากเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว ทำให้มีชาวบ้านจำนวนหลายหลังคาเรือนที่ไม่สามารถขนย้ายสิ่งของหนีน้ำได้ทัน ทำให้เฟอร์นิเจอร์และข้าวของเสียหายจำนวนมาก ในพื้นที่ของเทศบาลตำบลป่าแดด โดยนายธนะพงศ์ จันทร์ต๊ะนาเขตร นายกเทศมนตรีตำบลป่าแดด จ่าสิบเอกสมพร หวลระลึก ปลัดเทศบาล ได้สั่งการให้จ่าเอกชิษณุกาล จันทร์ใจ เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยทีมงานป้องกันฯ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายกองช่าง ดำเนินการลงพื้นที่สำรวจและให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเขตเทศบาลตำบลป่าแดด ที่ได้รับผลกระทบจากพายุ ที่ทำให้ฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหลายหลังคาเรือน จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า มีความเสียหายในพื้นที่หมู่ที่ 6 และ หมู่ที่ 8 ต.ป่าแดด อ.ป่าแดด จ.เชียงราย และพบว่าบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนส่วนใหญ่เป็นบ้านที่มีคนชรา ผู้ป่วยติดเตียง นายกเทศมนตรีตำบลป่าแดด จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เทศบาลนำเครื่องสูบน้ำชนิดหาบหาม จำนวน 3 เครื่อง ไดโว่สูบน้ำ จำนวน 2 ตัว ดำเนินการสูบน้ำออกจากบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ใช้เวลาประมาณกว่า 3 […]

ชาวสวน ชาวนาเดือดร้อน น้ำท่วมไร่นา ปุ๋ยขยับราคา ดีเซลแพง ต้นทุนพุ่ง ราคาผลผลิตยังต่ำ

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ปราชญ์เกษตรล้านนา และประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า ช่วงนี้เกษตรกรประสบปัญหาต้นทุนผลิตที่ปรับตัวสูงจากราคาน้ำมัน และปุ๋ย สวนทางกับราคาผลผลิตที่ตกต่ำ โดยเฉพาะข้าวเปลือกตันละ 5,000 บาท หรือ กก.ละ 5บาท ทั้งๆที่ราคาควรจะขยับกว่านี้จากภาวะ ข้าวจมน้ำ ผลผลิตน่าจะหดหายจากตลาด ความต้องการมาก ราคาน่าจะสูง แต่ภาวะที่เป็นสวนทางกัน จะมีขยับราคาในกลุ่มพืช ผัก ผลไม้ ที่เป็นช่วงสั้นๆ จากแหล่งกระจายผลผลิตปิดชั่วคราว เพื่อควบคุมโควิด 19 ตามมาตรการทางสาธารณสุข ในขณะที่กลุ่มเกษตรกร ชาวนา ใน อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปุ๋ยเคมี ราคาเพิ่มมาก โดยชาวบ้านที่ทำการเพาะปลูกจะไปซื้อ หรือ เครดิตตามร้านเคมีภัณฑ์เกษตรในชุมชน และตาม สหกรณ์ชุมชนที่สนับสนุนเกษตรกร “ต้นทุนผลผลิต สูง แต่ราคาที่ขายได้ ในแต่ละฤดูกาล ไม่คุ้ม ทำให้วงจร แบกหนี้สิน พัลวันกันเป็นรอบๆ พอขายข้าว ขายพืชไร่ได้ก็ไป จ่าย ชำระหนี้กับร้านค้า แล้วเอาของรอบใหม่ มาอีกเป็นหนี้ตามฤดูกาลเพาะปลูก […]

ปภ.รายงานสถานการณ์อุทกภัยในภาพรวม 14 จังหวัด ประสานเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

22 ต.ค.64 เวลา 09.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในภาพรวม 14 จังหวัด โดยร่องมรสุมพาดผ่านภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวตอนล่างและประเทศเวียดนามตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 17 – 19 ต.ค. 64 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ในพื้นที่ 10 จังหวัด 43 อำเภอ 157 ตำบล 724 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15,205 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 4 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 6 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ นครปฐม และสระแก้ว ส่วนอิทธิพลพายุ “คมปาซุ” ตั้งแต่วันที่ 15 – 17 […]

(มีคลิป) กอ.รมน. ประสานทุกภาคส่วนเร่งนำบิ๊กแบ๊คอุดพนังกั้นน้ำอินทร์บุรี พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชน เฝ้าติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชม.

เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานร จากสถานการณ์ในปัจจุบันหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยประสบปัญหาอุทกภัยจากอิทธิพลของพายุประกอบกับมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำและแม่น้ำสายหลัก ตลอดจนลำน้ำสาขาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีปริมาณน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา มวลน้ำทำให้แนวกระสอบทรายที่กั้นบริเวณพนังกั้นน้ำ อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี พังเสียหาย เกิดกระแสน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่อย่างรวดเร็ว กอ.รมน. โดย นายชัยชาญ สิทธิวิรัชธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสิงห์บุรี (ผอ.รมน.จ.สิงห์บุรี) พร้อมคณะ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบและสั่งการให้ทุกภาคส่วนเร่งอุดพนังกั้นน้ำเป็นการเร่งด่วน โดยกรมชลประทานได้นำบิ๊กแบ็กจำนวน 30 ลูกมาวางปิดกั้นทางน้ำเพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าในพื้นที่เพิ่มเติม ขณะเดียวกัน กองพลทหารปืนใหญ่ ร่วมกับ กอ.รมน.จ.สิงห์บุรี นำกำลังพลจิตอาสาพร้อมยุทโธปกรณ์เข้าช่วยเหลือประชาชนโดยทันที ในการกรอกกระสอบทรายทำแนวกั้นน้ำตามจุดเสี่ยงต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณสะพานอินทร์บุรีซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมหลักของคนในพื้นที่ ช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง อพยพผู้สูงอายุ และผู้ป่วย ติดเตียงไปยังสถานที่ปลอดภัย พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคบรรเทาความเดือดร้อน ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุมชน พร้อมประสานร่วมทุกส่วนติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ตลอด 24 ชม. ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือหรือแจ้งเหตุฉุกเฉินสามารถติดต่อได้ที่ สายด่วน กอ.รมน. โทร 1374 ตลอด […]

ปภ.รายงานยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 15 จังหวัด ประสานการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

21 ต.ค.64 เวลา 08.30 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในภาพรวม 15 จังหวัด โดยร่องมรสุมพาดผ่านภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวตอนล่างและประเทศเวียดนามตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 17 – 19 ต.ค. 64 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ในพื้นที่ 10 จังหวัด 40 อำเภอ 138 ตำบล 612 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,468 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 4 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 6 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ นครปฐม และสระแก้ว ส่วนอิทธิพลพายุ “คมปาซุ” ตั้งแต่วันที่ 15 – 17 […]

ปภ.รายงานสถานการณ์อุทกภัยในภาพรวม 15 จังหวัด ประสานเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

20 ต.ค.64 เวลา 10.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในภาพรวม 14 จังหวัด โดยร่องมรสุมพาดผ่านภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณ ประเทศลาวตอนล่างและประเทศเวียดนามตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 17-19 ต.ค. 64 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ในพื้นที่ 10 จังหวัด 27 อำเภอ 77 ตำบล 302 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6,466 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 4 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 6 จังหวัด (ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ นครปฐม และสระแก้ว) ส่วนอิทธิพลพายุ “คมปาซุ” ตั้งแต่วันที่ 15 – 17 ต.ค. 64 […]

เชียงรายระทึก! แผ่นดินไหวติดต่อกัน 3 ครั้ง เขย่าแรงสุด 3.5 ริกเตอร์ มีจุดศูนย์กลางในพื้นที่ 2 อำเภอ

  วันที่ 18 ต.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันนี้ที่จังหวัดเชียงราย เกิดเหตุแผ่นดินไหวในเวลาไล่เลี่ยกัน 3 จุด ในพื้นที่ 3 อำเภอ โดยมีแรงสั่นสะเทือนแรงสุดที่ 3.5 ริกเตอร์ ยังไม่มีรายงานความเสียหาย จุดที่ตรวจพบแรงสั่นสะเทือนจุดแรกคือเมื่อเวลา 15.44 น. พื้นที่ ต.แม่สรวย อ.แม่สรวย ความแรงขนาด 1.7 ริกเตอร์ ความลึก 2 กม. ต่อมาในเวลา 15.50 น. พบแรงสั่นสะเทือนอีกครั้งในพื้นที่ ต.วาวี อ.แม่สรวย ความแรงขนาด 2.8 ริกเตอร์ ความลึก 3 กม. และล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. โดยตรวจพบแรงสั่นสะเทือนขนาด 3.5 ริกเตอร์ ความลึก 3 กม. ในพื้นที่ ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ทั้ง […]

แผ่นดินไหว ต.บ้านบอม อ.แม่ทะ ขนาด 2.5

แผ่นดินไหว ต.บ้านบอม อ.แม่ทะ ขนาด 2.5 EarthquakeTMD: แผ่นดินไหว ต.บ้านบอม อ.แม่ทะ จ.ลำปาง Tambon ฺBanbom, Amphoe MaeTha, Lampang วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เวลา 09:18 น. ตามเวลาประเทศไทย (2021-10-18 02:18:14 UTC) ขนาด 2.5 ลึก 5 กม. Epicenter (18.062°,99.518°) กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา https://earthquake.tmd.go.th

ปภ.รายงานสถานการณ์อุทกภัยในภาพรวม 17 จังหวัด ประสานเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

  18 ต.ค.64 เวลา 09.50 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในภาพรวม 17 จังหวัด โดยร่องมรสุมพาดผ่านภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 17 – 18 ต.ต. 64 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก 8 จังหวัด 24 อำเภอ 43 ตำบล 107 หมู่บ้านประขาชนได้รับผลกระทบ 2,909 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 6 จังหวัด (ขอนแก่น ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ นครปฐม และสระแก้ว) ส่วนอิทธิพลพายุ “คมปาซุ” ตั้งแต่วันที่ 15 – 17 ต.ค. 64 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน […]

จ.ตาก อ.อุ้มผาง หมวดทางหลวง ฝ่ายปกครอง และอบต.โมรโกร เร่งดำเนินการ ป้องกันน้ำกัดเซาะ ถนนสายแม่สอด-อุ้มผาง ช่วงสะพานห้วยแม่กลองใหม่

  เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2556 4 เวลา13.30น. เมื่อคืนฝนตกหนักติดต่อกันทำให้น้ำห้วยแม่กลองไหลเชียวกัดเซาะถนน นายพัชรพล มั่นปาน นายอำเภออุ้มผาง มอบหมาย นายรัตนกุล สังขศิลา ปลัดอำเภออุ้มผางร่วมกับหมวดการทางหลวงคีรีราษฎร์(อุ้มปี้ยม) พร้อมด้วยผู้อำนวยการกองช่างองค์การบริหารส่วนตำบลโมรโกร อ.อุ้มผาง เร่งดำเนินการ ป้องกันน้ำกัดเซาะลายถนนทางหลวง แม่สอด-อุ้มผาง บริเวณสะพานห้วยแม่กลองใหม่ บ้านวะเบยทะ ม.5 ต.โมรโกร อ.อุ้มผาง จ.ตาก โดยหมวด การทางคีรีราษฎร์ รับผิดชอบถนนสาย อุ้มผาง -แม่สอด จากห้วยน้ำรินกม.72จนถึงกม.159 ต.โมรโกร ถนนสายแม่สอดอุ้มผางเป็นถนนเส้นเดียวที่จะเข้าตัวอำเภออุ้มผาง ช่วงที่ฝนตกติดต่อกัน ท่านที่จะเดินทาง สายแม่สอด-อุ้มผางโปรดระมัดระวังดินสไลด์ ต้นไม้ล้มปิดทับเส้นทาง

ดินสไลด์ปิดทับเส้นทาง กม.108+600 อ.อุ้มผาง จ.ตาก

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 17 ต.ค.2564 แขวงทางหลวงตากที่ 2 โดย หมวดทางหลวงคีรีราษฎร์ แจ้งเตือนประชาชนที่ใช้ถนนสาย อ.แม่สอด ไป อ.อุ้มผาง บริเวณ ต.โมโกร อ.อุ้มผาง จ.ตาก เตือนประชาชนให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากภัยพิบัติ ดินสไลด์ ปิดทับเส้นทาง บนทางหลวงหมายเลข.1090 ถนนช่วง กม.108+600 เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงคีรีราษฎร์ ได้เข้าดำเนินการเก็บตักดินสไลด์ในบริเวณดังกล่าว แต่การจราจรยังไม่สามารถผ่านได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่องและมีดินโคลน(ลื่น)และต้นไม้ ยังคงไหลลงมาเป็นระยะๆ เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้เส้นทางและผู้ปฎิบัติงาน อย่างไรก็ตามเช้านี้ เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงคีรีราษฎร์ กำลังนำเครื่องจักรเพื่อเข้าดำเนินการในบริเวณดังกล่าว อีกครั้งหนึ่ง ล่าสุด เปิดการจราจรให้รถสัญจร ให้รถยนต์ขนาดเล็กและรถใหญ่สามารถผ่านได้แล้ว

1 … 344 345 346 347 348 … 437