72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

(มีคลิป) ฝนชายแดนพื้นที่แม่สะเรียงหนัก! น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมโรงเรียนบ้านจอสิเดอร์ โรงเพาะเห็ด พื้นที่การเกษร และบ้านเรือนราษฎร เสียหายหนัก

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2564 นายพิศิษฐ์ ปวงคำคง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ได้รับรายงานความเสียหายเข้ามาอีก นอกเหนือจากเมื่อช่วงเช้านี้ กรณีน้ำป่าไหลหลากทำให้รถของราษฎรถูกน้ำป่าไหลหลากเข้าซัดจนเสียหายกลางลำห้วย ล่าสุดเมื่อบ่ายวันนี้ ได้รับรายงานมาว่า ได้เกิดน้ำป่าในลำห้วยแม่แต๊ะน้อย ไหลหลากเข้าท่วมโรงเรียนบ้านจอสิเดอร์ หมู่บ้านจอสิเดอร์ ซึ่งน้ำป่าดังกล่าว ได้ไหลหลากมาอย่างรวดเร็วจนทุกคนต้องวิ่งหนีน้ำขึ้นบนเขา และที่สูง โดยน้ำป่าได้ไหลหลากเข้าท่วม บ้านเรือนราษฎร โรงเรียนบ้านจอสิเดอร์ โรงเพาะเห็ดนักเรียน รถครูทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ พื้นที่การเกษตร ได้รับความเสียหาย อย่างหนัก นอกจากนั้น รถของครู ตชด. โรงเรียนบ้านจอป่าครี เสียหายยับเยินสาเหตุมาจากน้ำป่าไหลหลากเข้าซัดขณะข้ามลำน้ำอีกด้วย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแมคง เปิดเผยต่อไปว่า สำหรับสถานการณ์น้ำป่าดังกล่าว ปัจจุบันได้ลดระดับความรุนแรงลงแล้ว แต่ยังท่วมขังในบางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรของราษฎรในหมู่บ้านจอสิเดอร์ ส่วนในด้านความเสียหาย อยู่ระหว่างการสำรวจ เพื่อหาแนวทางในการให้การช่วยเหลือต่อไป ทศพล / แม่ฮ่องสอน

(มีคลิป) ทุ่งรวงทอง-ทุ่งสะโตก อ่วม น้ำแม่วางทะลักท่วม หลายหน่วยงานรับปัญหา เตรียมชงให้รื้อ สะพาน-ฝาย เชื่อเสาเป็นอุปสรรคขวางการไหลของน้ำ

วันที่ 26 กันยายน 2564 นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย น.ส.ศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต 8 พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีน้ำแม่วางหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรทั้งในพื้นที่อำเภอสันป่าตองและอำเภอแม่วาง ซึ่งสาเหตุหนึ่งของปัญหามาจากตัวสะพานและฝายกั้นลำน้ำ โดยลงตรวจสอบบริเวณสะพานดอนปิน และสะพานศรีบุญเรือง ซึ่งเชื่อม ต.ทุ่งสะโตก อ.สันป่าตอง และ ต.ทุ่งรวงทอง อ.แม่วาง ซึ่งด้านท้ายสะพานทั้ง 2 แห่ง มีฝายกั้นน้ำ ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าทั้งสะพานดอนปินและฝายกั้นน้ำทั้ง 2 แห่ง เป็นอุปสรรคและเป็นสาเหตุทำให้เกิดอุทกภัย โดยมี ว่าที่ร้อยตรีบำรุงเกียรติ วินัยพานิช นายอำเภอสันป่าตอง นายพีระศักดิ์ ธีระบดี นายอำเภอแม่วาง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูล น.ส.ศรีนวล บุญลือ สส.เชียงใหม่เขต 8 กล่าวว่า แนวทางในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นจะประสานไปทางกรมชลประทานให้ทำการแก้ไขฝายทั้ง 2 ตัว โดยการแก้ไขเสาในลำน้ำให้มีจำนวนน้อยลง เนื่องจากเสาของฝายที่มีมากเมื่อน้ำหลายเศษไม้เศษวัชพืชไหลมาติดอยู่ที่เสาทำให้น้ำเอ่อล้นสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั้ง 2 ฝั่งลำน้ำแม่วาง สำหรับสะพานดอนปิน สร้างมานานมาก […]

ปภ.รายงานเกิดสถานการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลพายุ “เตี้ยนหมู่” รวม 14 จังหวัด ยังมีน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

26 ก.ย.64 เวลา 09.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลพายุ “เตี้ยนหมู่” ในช่วงวันที่ 23-26 ก.ย. 64 เกิด อุทกภัยใน 14 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิจิตร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา อุบลราชธานี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา รวม 55 อำเภอ 178 ตำบล 839 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,930 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 4 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 10 จังหวัด ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือประชาชนต่อไป กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) […]

ฝนตกหนักในพื้นที่ บ้านป่าเหว ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง ทำรถที่กำลังข้ามลำห้วยถูกน้ำป่าซัด จมน้ำเสียหาย

เกิดฝนตกอย่างหนักในพื้นที่ บ้านป่าเหว หมู่ 2 ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลให้รถที่กำลังข้ามลำห้วยถูกน้ำป่าซัด จมน้ำเสียหาย จำนวน 2 คัน ด้าน อบต.แม่คง กำลังเดินทางไปสำรวจความเสียหายพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนแล้ว เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2564 นายพิสิษฐ์ ปวงคำคง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่คง เปิดเผยว่า ทางองค์การบริหารส่วนตำบลแม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. มีเหตุรถของราษฎรบ้านป่าเหว หมู่ 2 ต.แม่คง ฯ จำนวน 2 คัน ได้ถูกน้ำป่าซัดจมกลางแม่น้ำ ขณะที่นำรถวิ่งผ่านลำห้วยเพื่อข้ามฟากไปอีกฝั่งหนึ่ง ได้ถูกน้ำป่าไหลหลากทะลักเข้าซัดรถจำนวน 2 คัน จมกลางแม่น้ำ ได้รับความเสียหาย ส่วนคนขับสามารถหนีรอดออกมาได้ เบื้องต้นทราบชื่อ เจ้าของรถ ( เป็นภาษากะเหรี่ยง ) คือ นาย จอฉ่าป่า กับ […]

เตือนภัยพายุฝนถล่มดินสไลด์ปิดเส้นทางสาย พะเยา-ลำปาง 120 กม. 23

เมื่อเวลา 07.35 น. วันที่ 26 ก.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงาน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังเหนือ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง หลังจากที่ผู้นำชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.วังทอง พบต้นไม้ล้มขวางถนนบริเวณถนนสาย พะเยา – ลำปาง 120 กม. 23 เจ้าหน้าที่ตำรวจป้อมยามวังทอง พร้อมงานป้องกันฯ อบต.วังทอง ร่วมตรวจสอบพบดินสไลด์ลงมาข้างถนนทำให้มีต้นไม้ล้มลงขวางถนน จึงทำการแก้ไขเพื่อเปิดเส้นทางจราจรจนเป็นปกติต่อไป จึงขอเตือนประชาชนที่จะเดินทางผ่านเส้านทางดังกล่าวให้ระมัดระวังในการขับขี่ยานพาหนะด้วย

ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ผนึกกำลังสภ.สบปราบ และ สภ.เสริมงาม จ.ลำปาง ให้ความช่วยเหลือประชาชนกรณีประสบอุทกภัยในพื้นที่

25 กันยายน 2564 ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.จรัญ สุวรรณเวช ผกก.สภ.สบปราบ จ.ลำปาง พร้อมด้วยข้าราชการ สภ.สบปราบ จ.ลำปางได้เข้าช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก และเฝ้าระวังพร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชนที่แจ้งเหตุตลอดเวลา และได้รับรายงาน พ.ต.อ.สมพงษ์ ตั้งตัว ผกก.เสริมงาม จ.ลำปาง ,พ.ต.ท.นิคม อินนวล สวป.ฯ พร้อมกำลังพลจิตอาสา ในสังกัดได้ร่วมกันออกช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีฝนตกหนัก ในพื้นที่บ้านนาเดา หมู่ที่ 6 ต.เสริมซ้าย อ.เสริมงาม จ.ลำปาง ซึ่งมีน้ำท่วมขังบริเวณถนนภายในหมู่บ้าน โดยได้บูรณาการจัดวางกรวยยางและอุปกรณ์เตือนการจราจร ซึ่งขณะนี้สามารถเดินทางได้ตามปกติโดยได้บูรณาการร่วม กับฝ่ายปกครอง ประชาชนในพื้นที่เเละประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนการเฝ้าระวังการเกิดอุทกภัย นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับฝ่ายปกครอง และเกษตรอำเภอ ตรวจสอบความเสียหาย และสอบถามปัญหา จากเหตุอุทกภัย โดยให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว ณ พื้นที่บ้านกิ่วห้วยเบิก หมู่ที่ 2 ตำบลเสริมกลาง อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง และยังได้ดำเนินการ ปิดถนนสายรอบแม่น้ำแม่เสริม ตรงหัวสะพานบ้านนาบอน ซึ่งรถไม่สามารถผ่านได้เนื่องจากถนนขาด จึงร่วมกับเทศบาลเสริมงาม นำกรวยยางและแผงกั้นจราจร ปิดถนนและบริเวณที่มี ตลิ่งพังและถนนขาด […]

ปภ.รายงาน ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 12 จังหวัด ประสานช่วยเหลือผู้ประสบภัย-เร่งระบายน้ำ

25 ก.ย. 64 เวลา 09.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานในช่วงวันที่ 16-25 ก.ย. 64 เกิดอุทกภัยใน 26 จังหวัด รวม 84 อำเภอ 219 ตำบล 908 หมู่บ้าน 5 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 18,753 ครัวเรือนปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 14 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 12 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร ชัยภูมิ นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย ชัยนาท นครสวรรค์ สิงห์บุรี ขอนแก่น ลำปาง ลำพูน และอุบลราชธานี ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เร่งระบายน้ำและให้การช่วยเหลือประชาชนแล้ว กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงาน จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน […]

ศบภ.มทบ.33 จัดกำลังพลจิตอาสา ช่วยเหลือประชาชน ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนของประชาชน

  เมื่อ 24 ก.ย.64 เวลา 14.00 น.ศบภ.มทบ.33 จัดกำลังพลจิตอาสา เข้าให้การช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่บ้านแสนคันธา ม.2 ต.ทุ่งรวงทอง อ.แม่วาง และ บ้านทุ่งสะโตก ม.10 ต.ทุ่งสะโตก อ.สันป่าตอง จว.ช.ม. ซึ่งลำน้ำแม่วางได้ไหลเอ่อล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนของประชาชน โดยกำลังพลจิตอาสาได้ช่วยในการบรรจุทรายใส่กระสอบ , ก่อกระสอบทรายทำแนวป้องกันน้ำล้นตลิ่ง และกำจัดกิ่งไม้ที่ติดบริเวณสะพานซึ่งขวางทางน้ำไหล โดย ผบ.มทบ.33 ได้มอบหมายให้ เสธ.มทบ.33 เป็นผู้แทนเยี่ยมให้กำลังใจแก่กำลังพลและประชาชนที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมทั้งได้นำถุงยังชีพไปมอบให้แก่ทหารกองหนุน , ทหารผ่านศึกและผู้พิการ รวมจำนวน 5 ราย โดยได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิค – 19 อย่างเคร่งครัด ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ปภ.เน้นย้ำ 57 จว. และ กทม. ให้เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากพายุ “เตี้ยนหมู่” วันที่ 24 – 25 ก.ย. 64

  วันที่ 24 ก.ย.2564 เวลา 21.00 น.กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 57 จังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานคร รับมือฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากจากอิทธิพลของพายุ”เตี้ยนหมู่ ในช่วงวันที่ 24-25 ก.ย. 64 โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศและปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้อำนวยการกลาง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) กล่าวว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศฉบับที่ 6 ลงวันที่ 24 กันยายน 2564 เวลา 17.00 น. แจ้งว่า พายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่บริเวณเมืองสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยอย่างช้า ๆ คาดว่าจะเข้าปกคลุมบริเวณจังหวัดมุกดาหาร […]

สภ.เถิน จ.ลำปาง จัดชุดปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบล แม่ปะ อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง

  วันที่ 24 กันยายน 2564 พ.ต.อ.วิภาส แสงศศิธร ผกก.สภ.เถิน จ.ลำปาง ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบถึงเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่จากการที่มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ในพื้นที่อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง จึงทำให้เกิดอุทกภัย น้ำจากห้วยแม่ปะไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรหมู่บ้านแม่ปะดอย/แม่ปะหลวง ตำบลแม่ปะ อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ถึงสามครั้งด้วยกัน พ.ต.อ.วิภาส แสงศศิธร ผกก.สภ.เถิน จ.ลำปาง จึงได้จัดชุดจิตอาสา เข้าช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ประสบภัย เป็นการเร่งด่วน ในวันที่ 9 ,18 และ 23 ก.ย.64 ที่ผ่านมา โดยในวันนี้( 24 ก.ย.64) สถานการณ์ได้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

ฝนตกหนัก น้ำลำห้วยหลากท่วมบ้านเรือน พื้นที่ ต.สบปราบ กว่า 100 หลัง

วันที่ 24 ก.ย.64 หลังจากเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.สบปราบ จ.ลำปาง  54.2 มม. ช่วงประมาณ 04.00 น.ที่ผ่านมาจนถึงเช้า ส่งผลให้น้ำในลำห้วยสมัยที่ผ่านหมู่บ้าน เพิ่มปริมาณสูงขึ้นรวดเร็ว หลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร บ้านทุ่งพัฒนา หมู่ 9 และบ้านทุ่งรวงทอง หมู่ 12 ต.สบปราบ ได้รับความเสียหายกว่า 100 หลัง สอบถามชาวบ้านทราบว่า น้ำได้เพิ่มระดับขึ้นช่วงเวลา 08.00 น. โดยชาวบ้านได้เตรียมการนำกระสอบทรายมากั้นไว้ก่อนแล้วบางส่วน แต่บางหลังที่อยู่ช่วงกลางซอย น้ำลึกทำให้ล้นเข้าไปในตัวบ้าน หลังไหนมีเครื่องสูบน้ำก็จัดการได้รวดเร็ว ช่วงสายน้ำลดลงแต่ยังท่วมขังอยู่มาก โดยเมื่อวานนี้(23 ก.ย.)ได้เกิดน้ำท่วมหนักไปครั้งหนึ่ง เข้าท่วมวัดบ้านทุ่ง และโรงเรียนบ้านทุ่ง  ปริมาณน้ำบางจุดสูงกว่า 1.5 เมตร  ทำให้ชาวบ้านและเด็กนักเรียนไม่สามารถออกมาได้ เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปาง จุดสบปราบ ต้องนำเรือท้องแบนเข้าไปรับเด็กๆและชาวบ้าน ออกมาด้วยความระมัดระวัง เพราะบางจุดน้ำไหลเชี่ยว ซึ่งล่าสุดน้ำลดลงปกติแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ทางหลวง และ อบต.ได้นำรถเข้าทำความสะอาดพื้นที่แล้ว แต่น้ำลำห้วยได้ไหลมาอีกระลอก ชาวบ้านจึงต้องเร่งมือสูบน้ำออกจากบ้าน และนำกระสอบทรายมากั้นเพื่อป้องกันไว้ เนื่องจากบนดอยยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ […]

ปภ.รายงาน ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 5 จังหวัด เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย – ระบายน้ำ พร้อมรับมือภาวะฝนตกหนัก จากอิทธิพลของพายุ “เตี้ยนหมู่”

24 ก.ย.64 เวลา 09.30 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานในช่วงวันที่ 16 – 24 ก.ย. 64 เกิดอุทกภัยใน 19 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลําปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กําแพงเพชร ชัยภูมิ เลย นครราชสีมา ศรีสะเกษ ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี พระนครศรี อยุธยา ราชบุรี และนครศรีธรรมราช รวม 65 อำเภอ 189 ตำบล 807 หมู่บ้าน 5 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 18,436 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 14 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ใน 5 จังหวัด […]

1 … 351 352 353 354 355 … 437