72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศ “พายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่” ส่งผลไทยตอนบน มีฝนตกหนักถึงหนักมาก

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (24 ก.ย. 64) พายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่”ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองกวางนาม ประเทศเวียดนามแล้ว มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 260 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณจังหวัดอำนาจเจริญของประเทศไทย หรือที่ละติจูด 15.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.4 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะอ่อนกำลังเป็นพายุดีเปรสชัน เคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณจังหวัดอำนาจ เจริญ และอุบลราชธานี ของประเทศไทยในวันนี้ (24 ก.ย 64) ส่งผลทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบน มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้ วันที่ 24 กันยายน 2564 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย […]

อิทธิพลพายุ”เตี้ยนหมู่” ทำให้ฝนถล่มน้ำท่วมถนน ในหมู่บ้านแม่กระต๋อม หมู่ 10 ต.ป่าสัก อ.วังชิ้น

ผู้สือข่าวได้รับรายงานมาว่า ได้มีฝนตกหนักเมื่อเช้าวัน ที่ 24 กันยายน 2564 ทำให้น้ำไหลจากบนลงล่างของถนน เข้าหมู่บ้านแม่กระต๋อม หมู่ที่10 ไปอ่างแม่กระต๋อม ต.ป่าสัก อ.วังชิ้น จ.แพร่ จากเหตุการณ์น้ำไหลไปบนถนน ทำให้น้ำท่วมขังไหลเข้าบ้าน ถนนเสียหาย รางระบายน้ำมีขนาดเล็ก ท่อน้ำอุดตัน ต้องแก้ไขด่วน สองครั้งแล้วชาวบ้านบ่นว่า อบต.ไม่มาดูแลแก้ไขเลย

ทต.บ้านโฮ่งเตรียมรับมือแม่น้ำลี้ที่เพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากมีฝนตกติดต่อกัน แจ้งประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

  เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 23 ก.ย.2564 มีรายงานสถานการณ์แม่น้ำลี้ในเขตพื้นที่ เทศบาลตำบลบ้านโฮ่ง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ขณะนี้ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย ชั่วโมงละ 5-7 ซม. ได้ดำเนินการเตรียมพร้อมเบื้องต้น ทางนางศรีรัตน์ เขียวสิงห์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านโฮ่ง ได้สั่งการให้ จนท.งานป้องกันฯ เฝ้าระวังและตรวจสอบรายงานผลเป็นระยะๆ เนื่องจากคาดการณ์ว่าคืนนี้เวลาประมาณ 22.00น. น้ำจากสถานี P67 จะมาถึงอำเภอบ้านโฮ่ง และประกอบกับในพื้นที่มีฝนตกเป็นระยะทำให้มีน้ำจากลำห้วยบนภูเขาไหลลงมาสมทบแม่น้ำลี้ ให้งานป้องกันฯ ได้ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงดังนี้ 1. จุดฝายกันงอ บ้านห้วยห้า ม.7 – คาดว่าอาจมีน้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ในคืนนี้ ได้มอบกระสอบทรายและทราย จำนวน 300 กระสอบ ให้ทางชาวบ้านนำไปปิดกั้นน้ำที่จะไหลเข้าไปยังบ้านเรือน (ตัวบ้านที่พักอาศัย) และได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง 2. จุดสะพานข้ามน้ำลี้ บ้านโฮ่ง ม.2 (สายใน) – มีการวางแนวกระสอบทรายเสริมเพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมชุมชน เนื่องจากเคยเป็นพื้นที่น้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่เมื่อครั้งที่ผ่านมา โดยนำกระสอบทราย จำนวน 300ใบ และทรายจำนวน 2 […]

ผวจ.แม่ฮ่องสอน ได้ออกมาเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มเชิงเขา และบริเวณปากลำห้วยและที่ติดแม่น้ำสายต่าง ๆ ให้ระมัดระวังและพร้อมรับมือพายุเตี้ยนหมู่

วันที่ 23 กันยายน 2564 เวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง พายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” ฉบับที่ 2 คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ในวันพรุ่งนี้ (24 ก.ย. 64) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังเป็นดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ และเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ส่งผลทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย ทางด้านนายสิธิชัย จินดาหลวง ผวจ.แม่ฮ่องสอน ได้ออกมาเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มเชิงเขา และบริเวณปากลำห้วยและที่ติดแม่น้ำสายต่าง ๆ ให้ระมัดระวังและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยเร็ว ทั้งนี้ ให้ราษฎร เตรียมอพยพสัตว์เลี้ยง นำไปผู้ไว้บนที่สูง ส่วนสิ่งของที่สำคัญก็ควรที่จะย้ายขึ้นไปไว้บนที่สูงที่น้ำท่วมไม่ถึง ทั้งนี้ในส่วนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนใหญ่ภูมิประเทศจะเป็นเทือกเขาสูงชัน แต่ประชาชนจะอาศัยอยู่ในที่ลุ่ม ลำห้วย และที่ราบเชิงเขา และมีความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกน้ำป่าไหลหลากฉับพลัน อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทำการแจ้งเตือนไปยัง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินและเตรียมการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดเหตุอุทกภัยในทันที  

อุตุฯเตือนระวัง พายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” (Dianmu) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางกระทบเหนือ

  กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนระวังพายุโซนร้อน เตี้ยนหมู่ คาดจะมีผลกระทบ วันที่ 24 กันยายน 2564 มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด วันที่ 25 กันยายน 2564 มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ภาคเหนือจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร ตาก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย […]

ปภ.แจ้ง 44 จังหวัดเหนือ -อีสาน – กลาง รับมือฝนตกหนักช่วงวันที่ 24 – 25 ก.ย.64 เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

  23 ก.ย.2564 เวลา 18.50 น.กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 44 จังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง รับมือฝนตกหนัก เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในช่วงวันที่ 24-25 ก.ย. 2564 โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศและปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้อำนวยการกลาง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) กล่าวว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศฉบับที่ 1 ลงวันที่ 23 กันยายน 2564 เวลา 10.00 น. แจ้งว่าพายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางที่ทวีกำลังแรงจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามตอนกลาง ในวันพรุ่งนี้ (24 กันยายน 2564) และจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ในช่วงวันที่ 24-25 กันยายน […]

ฝนกระหน่ำรุนแรงน้ำตกแม่กลางทะลักท่วมพื้นที่เกษตรจอมทองแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากฝนที่ตกสะามกันมาตลอดหลายวันจนทำให้มีน้ำไหลหลากโดยเฉพาะ มีรายงานมวลน้ำจำนวนมหาศาล จากยอดดอยอินทนนท์ หลังฝนตกหนักตลอดทั้งคืนมาจนถึงช่วงเช้าวันนี้ ส่งผลให้น้ำในลำห้วย ลำน้ำสาขาของน้ำแม่กลางไหลมารวมกัน ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะน้ำตกแม่กลาง เกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรง ก่อนจะไหลลงไปที่ลุ่ม อ.จอมทอง จึงมีการประกาศแจ้งเตือนน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และในเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ที่หมู่บ้านน้ำลัด ต.บ้านหลวง , ชุมชนบ้านแม่กลางบ้านลุ่ม เทศบาลตำบลจอมทอง น้ำแม่กลางได้ล้นตลิ่งเอ่อเข้าท่วมถนนน้ำตกแม่ยะ รวมถึงพื้นที่การเกษตร บ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่สองฝั่งน้ำแม่กลางแล้ว ชาวบ้านกำลังเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากน้ำท่วมสูงกว่านี้จะอพยพขนย้ายข้าวของขค้นไว้ที่สูงต่อไป เครดิตภาพ | ลุงหนวด ดอยอินทนนท์

กรมอุตุฯ เตือนระวังน้ำป่าไหลหลาก จาก ”พายุดีเปรสชั่น” ทำฝนตกหนักในภาคเหนือ

เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (23 ก.ย. 64) พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ที่ทวีกำลังแรงจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเมื่อเวลา 07.00น. โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 14.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.0 องศาตะวันออก กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ในวันพรุ่งนี้ (24 ก.ย. 64) และจะอ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางในช่วงวันที่ 24-25 กันยายน 2564 ตามลำดับ ส่งผลทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบน มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าว ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ […]

สะพานข้ามแม่น้ำร้าวหนัก บนดอย อ.อมก๋อย หวั่นอันตรายถึงชีวิต!

จากกรณี อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ได้รายงานเหตุ สะพานข้ามลำน้ำต๋อม เชื่อมเส้นทางระหว่างบ้านตุงลอย-บ้านหนองกระทิง ชำรุดทรุดตัว เมื่อ 22 ก.ย.64 ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรหลัก สำหรับเข้า-ออกหมู่บ้าน ในพื้นที่ ตำบลอมก๋อย (เขต อบต.อมก๋อย) จำนวน 7 หมู่บ้าน ตามที่แจ้งแล้วนั้น วันนี้ 23 ก.ย.64 เวลา 08.30 น.อำเภอร่วมกับหมวดทางหลวงอมก๋อย ตรวจสอบสภาพสะพานเพื่อประเมินความปลอดภัยอีกครั้ง พบว่าสะพานมีรอยร้าวกว้างมากขึ้น และมีจุดแตกร้าวเพิ่มหลายจุด ประกอบกับยังคงมีประชาชนในพื้นที่ใช้รถยนต์/รถบรรทุกขนส่งพืชผลทางการเกษตรเป็นปกติ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางหมวดทางหลวง ประเมินแล้วว่าสะพานไม่มีความปลอดภัยฯ เบื้องต้น ได้รับแจ้งจากหมวดทางหลวงว่า พร้อมที่จะสนับสนุนสะพานชั่วคราว(แบริ่ง) ทันที หากได้รับการร้องขอการสนับสนุนจากจังหวัดเชียงใหม่

ปภ.รายงานยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 5 จังหวัด ประสานจังหวัดช่วยเหลือผู้ประสบภัย-เร่งระบายน้ำ

วันที่ 23 ก.ย.64 เวลา 09.30 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานในช่วงวันที่ 16-23 ก.ย. 64 เกิดอุทกภัยใน 19 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลําปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กําแพงเพชร ชัยภูมิ เลย นครราชสีมา ศรีสะเกษ ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี และนครศรีธรรมราช รวม 57 อำเภอ 153 ตำบล 645 หมู่บ้าน 5 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 16,336 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 14 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ใน 5 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร […]

ผลกระทบน้ำป่าทะลักในพื้นที่ อ.เสริมงาม ทำให้คอสะพานทรุดตัวหลายแห่ง รวมไปถึงเครื่องไม้เครื่องมือทางการเกษตร ถูกน้ำป่าพัดหายไปหลายจุุด

ช่วงค่ำวันที่ 22 กันยายน 2564 ชาวบ้าน บ้านนางอย หมู่ 10 ตำบลเสริมซ้าย อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูสภาพร่องรอยความเสียหาย และผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งในที่เกิดเหตุพบว่า สะพานข้ามลำห้วยแม่ต๋ำระหว่างหมู่บ้าน ถูกน้ำกัดเซาะจนทำให้คอสะพานทรุดตัวเป็นโพรงลึกเข้าไปข้างใน แต่การสัญจรยังคงข้ามไปมาได้เฉพาะรถจักรยานยนต์ ห้ามไม่ให้รถยนต์สัญจรผ่านอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ น้ำป่าที่ไหลทะลักไปพัดพาเอาปั้มน้ำทางการเกษตรและประปาหมู่บ้าน หายไปกับกระแสน้ำ ที่ไหลเชี่ยวกราก โดยระดับน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน และถนนเข้าออกระหว่างหมู่บ้าน โดยชาวบ้านได้ช่วยกันขนย้ายทรัพย์สินขึ้นไว้ที่สูง และนำกระสอบทรายมาปิดกันไม่ให้น้ำไหลทะลักเข้าบ้านเรือน จนระดับน้ำล่าสุดลดลงไปแล้ว แต่ยังไหลเชี่ยวกราก ทั้งนี้ยังพบว่าน้ำจากลำห้วยแม่ต๋ำ ได้ไหลนลงสู่ลำห้วยแม่เสริม ทำให้ระดับน้ำลำห้วยแม่เสริมเพิ่มปริมาณสูงขึ้น และบางจุดไหลทะลักท่วมสะพานระหว่างหมู่บ้าน ทำให้คอสะพาน ถนนเรียบลำห้วยทรุดตัวหลายแห่ง เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้สำรวจ และปิดกันไม่ให้สัญจรผ่านในขณะนี้แล้ว ทั้งนี้ในพื้นที่ยังมีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั้วโมง เนื่องจากยังมีฝนตกและเมฆฝนปกคลุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ร.17 พัน.3ในพระองค์ฯ โดยชุด ชป.กร.(ขุนอาสา 318) ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก ต.ป่าแดด

  เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2564 กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ในพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดย พันโท ณัฐพล ณีวัง ผบ.ร.17 พัน.3 ในพระองค์ฯ ได้สั่งการ ร.ท.นิคม สร้อยอุดม หน.ชป.โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซฯ ร.ท.ไชยมงคล จี้ปัน หน.ชป.ฯ กิจการพลเรือน (ขุนอาสา 318 ร.17 พัน.3) นำกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกับ หน่วยงานในพื้นที่ เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้ผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก ซึ่งได้เกิดฝนตกหนักในห้วงกลางคืนที่ผ่านมา เป็นเหตุให้กระแสน้ำป่าได้หลากไหลลงมาตามลำห้วยเป็นจำนวนมาก และ เกิดน้ำล้นตลิ่ง จนทำให้ ผนังกั้นน้ำลำน้ำเหมืองขาด มวลน้ำมหาศาลได้ไหลบ่าเข้าท่วมหมู่บ้านหลายหลังคาเรือน ในพื้นที่บ้านหนองบัว หมู่ 16 ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย โดยชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน (ขุนอาสา 318) และกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ได้ทำการเข้าช่วยเหลือในเบื้องต้นโดยการจัดเตรียมทรายและกระสอบทราย เพื่อจะทำเป็นคันกั้นน้ำ ป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าสู่บ้านเรือนของชาวบ้าน […]

1 … 352 353 354 355 356 … 437