72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

จ.ตาก นอภ.พบพระ สำรวจถนนเพื่อการเกษตรได้รับความเสียหาย หลังจากฝนตกติดต่อกันหลายวัน

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2564 ที่บ้านป่าคาใหม่ หมู่ 6 ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก นายสมพงษ์ ฟุ้งทวีวงศ์ นอภ.พบพระ สั่งการให้ นายรัตนกุล สังขศิลา ปลัดอำเภอ ออกสำรวจพื้นที่ ที่ได้รับความเสียหายจากฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน ทำให้ถนนที่ราษฎรใช้สำหรับสัญจร ชำรุดเสียหาย การสำรวจความเสียหายเบื้องต้น พบว่าถนนเสียหาย จำนวน 5 เส้นทาง ราษฎรได้รับความยากลำบากในการเดินทาง ประกอบกับอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต ที่เกษตรกรต้องขนส่งผลผลิตสู่ตลาด เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการฟื้นฟูให้ระบบสาธารณูปโภค กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็ว

ปภ.รายงานเกิดสถานการณ์อุทกภัยรวม 27 จังหวัด เร่งสำรวจความเสียหายช่วยเหลือประชาชน

13 ก.ย.64 เวลา 08.20 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานในช่วงวันที่ 7 – 13 ก.ย. 64 เกิดอุทกภัยใน 27 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ ลำพูน ลำปาง ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ เลย ชัยภูมิ นครราชสีมา อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี จันทบุรี ระยอง ตราด นครนายก ลพบุรี สมุทรปราการ ระนอง กระบี่ และตรัง รวม 84 อำเภอ 179 ตำบล 591 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 10,305 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต […]

เจ้าของบ้านในหมู่บ้านหรูเสียบปลั๊กไฟทีวี เกิดไฟซ็อตลุกลาม โชคดียังที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถสกัดไฟไว้ได้

เมื่อเวลา 19.07 น.วันที่ 12 ก.ย.2564 ร.ต.อ. ปฏิกร วังกาใจ พนักงานสอบสวนสภ.หางดง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้บ้าน หมู่ที่ 3 หมู่บ้านมัณฑนา ต.หนองควาย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมกับรุดไปยังที่เกิดเหตุพบว่ามีเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ทต.หนองตอง , อาสาสมัครกู้ภัยฯหางดง,และมาจากหลายอีกหลายหน่วยงานเข้าสกัดไฟที่ลุกไหม้ชั้นบนของบ้านไว้ได้ นานประมาณ 20 นาที เบื้องต้นทางนายบุญทรงอายุ 66 ปี และ นาง รัชนีพร อายุ 66 ปี สองสามีภรรยาเจ้าของบ้านให้การว่าก่อนเกิดเหตุได้เสียบปลั๊กไฟทีวีไว้ที่บนบ้าน แล้วเกิดไฟฟ้าซ็อตขึ้นและเกิดไฟไหม้ลุกลามจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทราบเหตุ จนสามารถสกัดไฟไว้ได้ ส่วนค่าเสียหายอยู่ในระหว่างการสำรวจ

กรมอุตุนิยมวิทยาเฝ้าติดตามสถานการณ์พายุดีเปรสชัน “โกนเซิน” บริเวณชายฝั่งของเมืองกวางงาย ประเทศเวียดนาม

  เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน 2564 เวลา 15.30 ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา พร้อมด้วยว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ฝ่ายวิชาการ และเจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เฝ้าติดตามสถานการณ์พายุดีเปรสชัน “โกนเซิน” บริเวณชายฝั่งของเมืองกวางงาย ประเทศเวียดนาม ณ ห้องบัญชาการกองพยากรณ์อากาศ ชั้น 11 อาคาร 50 ปี อุตุนิยมวิทยา พายุดีเปรสชัน “โกนเซิน” บริเวณชายฝั่งของเมืองกวางงาย ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 15.4 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.8 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยอย่างช้าๆ คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดบึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร กาฬสินธุ์ อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม นครราชสีมา […]

(มีคลิป) “ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย​ มณฑลทหารบกที่ 36 โดยกองร้อยบรรเทาสาธารณภัยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 30 จัดกำลังพลกรอกกระสอบทรายเพื่อนำไปวางเป็นแนวกั้นน้ำในเขตเทศบาลตำบลทับคล้อ”

เมื่อ​ 12​ กันยายน 2564 ศูนย์บรรเทาสาธารณ​ภัย​ มณฑลทหารบกที่ 36 โดยกองร้อยบรรเทาสาธารณภัยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 30 จัดกำลังพลกรอกกระสอบทรายเพื่อนำไปวางเป็นแนวกั้นน้ำที่ ศูนย์สุขภาพชุมชนที่ 1 โรงพยาบาลทับคล้อ ในเขตเทศบาลตำบลทับคล้อ จังหวัด​พิจิตร​ ภายหลังมีมวลน้ำจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ มาจากอำเภอวังโป่ง​ จังหวัดเพชรบูรณ์​ ไหลมายังพื้นที่​เขตชุมชนเทศบาลตำบลทับคล้อ อำเภอทับคล้อ​ และบริเวณถนนทางหลวง 113 (ตะพาน​หิน-เพชรบูรณ์)

ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 สนธิกำลังทุกฝ่ายช่วยชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมในพื้นที่ จ.พิษณุโลก นำกระสอบทรายป้องกันน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2564 พลตรี นพดล รอดกลาง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 / ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 จักกำลังพลจิตอาสา จำนวน 10 นาย ร่วมกับผู้นำท้องที่,ท้องถิ่นและชาวบ้านวังน้ำบ่อ หมู่ที่ 13 ตำบลไทรย้อย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก กรอกกระสอบทราย เพื่อเสริมจุดล่อแหลมคลองไทรย้อย ป้องกันไม่ให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรเพิ่มติม ซึ่งบ้านเรือนที่ติดลำคลองยังถูกน้ำท่วมขังอยู่ 16 ครอบครัว ทางอำเภอและท้องถิ่นได้จัดอาหารกล่องส่งทั้ง 3 มื้อ ถ้าฝนหยุดตก น้ำในคลองลดระดับลง ระดับน้ำที่ท่วมขัง จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ปัจจุบันน้ำในคลองไทรย้อย มีแนวโน้มลดลง สร้างความพีงพอใจให้กับประขาชนเป็นอย่างมากที่ทหารไม่ทอดทิ้งประชาชน

ปภ.รายงานเกิดอุทกภัย 24 จังหวัด ยังมีน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ – ประสานพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหาย

วันที่ 12 ก.ย. 64 เวลา 10.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานในช่วงวันที่ 7 – 12 ก.ย. 64 เกิดอุทกภัยใน 24 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ ลำพูน ลำปาง ตาก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก ชัยภูมิ เลย นครราชสีมา สระแก้ว ปราจีนบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง จันทบุรี ลพบุรี สมุทรปราการ ระนอง กระบี่ และตรัง รวม 71 อำเภอ 147 ตำบล 493 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,556 ครัวเรือน ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต สูญหาย […]

ตำรวจ ผนึกกำลังเตรียมความพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทุกพื้นที่ ทั่วประเทศและยึดหลักความปลอดภัยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19

  ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 11 ก.ย. 64 เรื่องพายุโซนร้อนกำลังแรง “โกนเซิน” ที่ก่อตัวบริเวณทะเลจีนใต้ และคาดว่าจะทวีความรุนแรง กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศเวียดนามตอนกลาง ในห้วงระหว่างวันที่ 12-13 ก.ย. 64 และจะเคลื่อนตัวผ่านประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบให้ทุกพื้นที่ของประเทศเกิดฝนตกเป็นจำนวนมาก จนอาจก่อให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมเฉียบพลัน น้ำป่าไหลหลาก อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างสร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และมีความห่วงใยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย จึงสั่งการให้ทุกหน่วยในพื้นที่ประสบอุทกภัย ให้เตรียมการช่วยเหลือประชาชน และรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะการป้องกันอาชญากรรมจากมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสซ้ำเติมและเอารัดเอาเปรียบประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยให้จัดชุดปฏิบัติการเฝ้าติดตามสถานการณ์ และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการระดมสรรพกำลัง อุปกรณ์เครื่องมือ และยานพาหนะ เพื่อรองรับภารกิจอย่างเร่งด่วน สำหรับในส่วนการบำรุงขวัญ การฟื้นฟูคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้แต่ละจังหวัดนำกำลังตำรวจจิตอาสาร่วมกับประชาชนจิตอาสาลงพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือ รวมถึงประชาสัมพันธ์แนวทางการติดต่อขอรับความช่วยเหลือ รวมทั้งเส้นทางการจราจร ให้ประชาชนได้รับทราบ พร้อมทั้งให้ทุกหน่วยปฏิบัติตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเคร่งครัด พร้อมให้การสนับสนุนด้านกำลังพล อากาศยาน และ เรือ รวมถึงการช่วยเหลือ ด้านการให้บริการ การอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และการรักษาความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชน รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ […]

กอปภ.ก. ประสาน 44 จังหวัด เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง ช่วงวันที่ 11-14 กันยายน 2564

  วันที่ 11 ก.ย.2564 เวลา 17.00 น. กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 44 จังหวัด ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 11-14 ก.ย. 2564 โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย สำหรับประชาชนขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้อำนวยการกลาง กล่าวว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) ได้ติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด โดยกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศฉบับที่ 8 (132/2564) ลงวันที่ 11 กันยายน 2564 เวลา 11.00 น. แจ้งว่า พายุโซนร้อนกำลังแรง “โกนเซิน” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก […]

(มีคลิป) กองทัพ ช่วยชาวบ้านประสบอุทกภัยน้ำไหลหลากท่วมประชาชนเดือดร้อนพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ “ทหารพร้อมช่วยเหลือ”

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานการปฏิบัติหน้าที่ของกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย กองพันทหารม้าที่ 28 กองพลทหารม้าที่ 1 นำกำลังพล และยุทโธปกรณ์ พร้อมรถครัวสนาม ร่วมบูรณาการลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยมวลน้ำเอ่อล้นตลิ่งแม่น้ำป่าสักไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนพี่น้องประชาชน ในการอพยพคน และขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง, ส่งอาหารข้าวกล่อง 6,000 กล่อง, น้ำดื่ม 11,000 ขวด และจัดยานพานะ รยบ.1 1/2 ตัน (FTS) เรือท้องแบน อำนวยความสะดวกรับส่งประชาชนเดินทางออกจากพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติ พร้อมทั้งจัดรถครัวสนามสำหรับประกอบอาหารให้กับประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ตำบลท่าอิบุญ ตำบลสักหลง ตำบลตาลเดี่ยว ตำบลห้วยไร่ ตำบลฝายนาแซง ตำบลวัดป่า และตำบลหนองไขว่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ (เป็นวันที่ 2) ของวันที่ 11 กันยายน 2564 ตั้งแต่เวลา 0730 ทั้งนี้ หน่วยได้จัดกำลังพลจิตอาสา คอยให้บริการ อำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชน และช่วยเหลือทุกหน่วยงานในทุกโอกาสอย่างเต็มขีดความสามารถ

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน! “พายุโซนร้อนกำลังแรง “โกนเซิน”

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุโซนร้อนกำลังแรง “โกนเซิน” ฉบับที่ 8 ลงวันที่ 11 กันยายน 2564 เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (11 ก.ย. 64) พายุโซนร้อนกำลังแรง “โกนเซิน” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 185 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรืออยู่ที่ละติจูด 15.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.9 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 13 กม./ชม. คาดว่าเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ในวันพรุ่งนี้ (12 ก.ย. 64) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ ในขณะที่มีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้จึงส่งผลทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้ วันที่ […]

ตำรวจสภ.นาพูนร่วมกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ประจำจุดตรวจดงยางบริการดีเยี่ยมออกเก็บกู้ต้นไม้ที่ล้มขวางเส้นทางกลางดึก

……….เมื่อกลางดึกของคืนวันที่9 กันยายน 2564 ช่วงเวลา00.01-06.00นร.ต.อ.พิสุทธิ์ สุทธิ รอง สวป.ฯสภ.นาพูน อ.วังชิ้น จ.แพร่ ร.ต.ท.ปรีชา คำมา รอง สว.(ป.)สภ.นาพูน ด.ต.เลิศชาย หีบจินดา รอง สว.(ป.)สภ.นาพูน เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านดงยาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ประจำด่านดงยาง …….. ทำการเก็บกู้ต้นไม้กิ่งไม้ที่หักโค่นล้ม จำนวนหลายต้นหลายจุดบนเส้นทางหลวงหมายเลข101 ศรีสัชนาลัย-เด่นชัย เนื่องมีลมกระโชกแรงฝนฟ้าคะนองในพื้นที่ ทำให้กีดขวางการจราจรและอาจเป็นอันตรายต่อประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ได้ร่วมกันเก็บกู้เรียบร้อย ยานพาหนะทุกชนิดผ่านได้ตามปกติ

1 … 354 355 356 357 358 … 437