72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

(มีคลิป) บ้านโฮ่งโดนอ่วม มวลน้ำจากแม่น้ำลี้ไหลทะลักท่วมบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ถนน ไร่สวนทางการเกษตรจมอยู่ใต้น้ำ

เมื่อเวลา 17.15 น. วันที่ 10 ก.ย. 2564 ทางเทศบาลตำบลบ้านโฮ่ง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ได้รายงานสถานการณ์น้ำและพื้นที่เฝ้าระวังในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลบ้านโฮ่ง นางศรีรัตน์ เขียวสิงห์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านโฮ่ง/ผู้บัญชาการเหตุการณ์ ลงพื้นที่อำนวยการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ เพื่อดูแลการจัดทำแนวกั้นน้ำตลอดแนว พร้อมสมาชิกสภา,ผู้นำชุมชน ดำเนินการจัดทำแนวกั้นน้ำชั้นที่ 2และ3 เพื่อเสริมความแข็งแรงแนวกระสอบทราย ในห้วงเวลาดังกล่าวได้มีประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ข้างเคียงเดินทางมาสังเกตุการณ์จำนวนมากขึ้น ซึ่งมวลน้ำแม่น้ำลี้ได้ไหลจาก พื้นที่ อ.ลี้ เข้าสู่พื้นที่ อ.บ้านโฮ่ง ไหลเอ่อท่วมบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ถนน และพื้นที่การเกษตรเป็นวงกว้างในขณะนี้ ทางจนท.งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทต.บ้านโฮ่ง ได้นำแผงกั้นจราจรเตรียมไว้พื้นที่ใกล้จุดเกิดเหตุ เพื่อเตรียมไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน ช่วงบ่ายวันนี้ทางด้านนายชัยวัฒน์​ ประเสริฐ​ นายก​ อบต.เวียงกานต์​ อ.บ้านโฮ่ง ได้มอบหมายให้​ ว่าที่​ ร.ต.ภัคภูมิ​ เสียงอ่อน​ รองนายกฯ​ , เจ้าหน้าที่งานป้องกันฯ ลงพื้นสำรวจความเสียหายของพืชผลทางด้านการเกษตรและให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัย​ ในพื้นที่บ้านห้วยแทงใต้​ ม.15​ ต.บ้านโฮ่ง​ อ.บ้านโฮ่ง​ โดยนำกระสอบพร้อมทรายไปมอบให้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นของประชาชน พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย​ จัดเจ้าหน้าที่และตรวจเช็คเครื่องมืออุปกรณ์​ เพื่อพร้อมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ได้ทุกเมื่อ

มูลนิธิพุทไธสวรรย์ จ.เชียงใหม่ นำอาสาสมัครมูลนิธิฯ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ และจัดทำข้าวกล่อง มอบให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ อ.ลี้ จ.ลำพูน

  เมื่อเวลา 15:40 น.วันที่ 10 ก.ย.2564 มูลนิธิพุทไธสวรรย์ จ.เชียงใหม่ นำอาสาสมัคร มูลนิธิฯ พร้อมด้วย อาสาสมัคร มูลนิธิพุทไธสวรรย์ จุด อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน และ อาสาสมัคร มูลนิธิพุทไธสวรรย์ จุด อ.ลี้ จ.ลำพูน ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือราษฎร ที่ประสบเหตุอุทกภัย(น้ำท่วม) ณ หมู่บ้านแม่ป๊อก ม.12 ต.ศรีวิชัย อ.ลี้ จ.ลำพูน หลังจากเกิดฝนตกอย่างหนักเมื่อช่วงค่ำคืนของวันที่ 8 ก.ย. ยาวนานต่อเนื่องถึง 9 ก.ย. ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยจากปริมาณน้ำฝนที่เยอะ และตกหลายชั่วโมง น้ำจึงได้ทะลักเข้าท่วมบ้านพักอาศัย ถนน สะพาน และ พื้นที่ทางการเกษตร บางพื้นที่ระดับน้ำสูงเกือบถึง 1 เมตรแล้ว ทางหมู่บ้านฯได้มีการประกาศผ่านเสียงตามสายและหอกระจายข่าวให้ราษฎรในหมู่บ้าน เร่งขนย้ายสิ่งของ และสัตว์เลี้ยงไปไว้ที่ปลอดภัย รวมทั้งช่วยกันทำกระสอบทรายกั้นน้ำ จัดวางเรียงรายตามบริเวณหน้าบ้าน นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ ได้นำไข่ไก่ […]

ปภ.ลำปาง สาขาเถิน ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือ พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภค

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2564 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง สาขาเถิน ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือ พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเถิน และอำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง พร้อมทั้งแจ้งเตือนผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่องหากมีฝนตกลงมาเพิ่ม ปภ.ห่วงใยความปลอดภัยคนไทยทุกคน สายด่วน 1784

ปภ.รายงานเกิดอุทกภัยรวม 20 จังหวัด ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว-ประสานพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน

10 ก.ย.64 เวลา 10.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานในช่วงวันที่ 7-10 ก.ย. 64 เกิดอุทกภัยใน 20 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน แพร่ ลำพูน ลำปาง ตาก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร ชัยภูมิ เลย นครราชสีมา สระแก้ว ปราจีนบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง จันทบุรี ลพบุรี ระนอง กระบี่ และตรัง รวม 45 อำเภอ 76 ตำบล 174 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 916 ครัวเรือน ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต สถานการณ์คลี่คลายทุกจังหวัดแล้ว ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และให้การช่วยเหลือประชาชนต่อไป กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง(กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน […]

ท่วมแล้ว! ชาวบ้านโฮ่งเดือดร้อน แม่น้ำลี้ไหลท่วมเอ่อ แปลงผัก-หอมแดง ได้รับความเสียหาย

เมื่อเช้าวันที่ 10 ก.ย. 2564 ทางงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.เวียงกานต์ อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ได้รับแจ้งจาก ส.อบต.บ้านห้วยแทงใต้ หมู่ 5 ต.บ้านโฮ่ง ว่าแม่น้ำลี้ได้ไหลเอ่อทะลักเข้าพื้นที่เกษตรกรรม เมื่อรับแจ้งแล้วได้รุดออกไปตรวจสอบพบว่า แปลงผัก-แปลงหอมแดง ของเกษตรกรหมู่ 5 และ หมู่ 15 ต.บ้านโฮ่ง ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง จึงรวบรวมข้อมูลและบันทึกภาพไว้ เพื่อรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อหาแนวทางเยียวยากันต่อไป และคาดว่าเกษตรกรจะได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเพิ่มขึ้น เนื่องจากในขณะนี้ยังมีผลตกอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม แม่น้ำลี้ได้เพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ จึงขอแจ้งเตือนไปยังพื้นที่ท้ายน้ำใน อ.บ้านโฮ่ง และ อ.เวียงหนองล่อง เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม และให้ขนย้ายสิ่งของทรัพย์สินไว้บนที่สูงด้วย

จับตาพายุโซนร้อนกำลังแรง “โกนเซิน” ทวีกำลังแรงขึ้น ส่งผลไทยฝนตกหนักต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (10 ก.ย. 64) พายุโซนร้อนกำลังแรง “โกนเซิน” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 15.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.3 องศาตะวันออก กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้น และเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประมาณวันที่ 13 กันยายน 2564 ส่งผลทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2564 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 10 กันยายน […]

จนท.ทหาร​ ร่วมอาสาขจัดความทุกข์ยาก เข้าช่วยเหลือชาวบ้านได้ความเดือดร้อนจากน้ำท่วม

  ตามที่เกิดฝนตกหนักสะสมต่อเนื่องมา 2 วันติดทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ที่บ้านจว๊าก หมู่ที่ 5 ตำบลแม่ทะ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง มีน้ำท่วมไหลล้นทะลักจากลำห้วยในพื้นที่ ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายหลายหลัง โดยมณฑลทหารบกที่ 32/ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 32 ได้ติดตามข้อมูลข่าวสารและประสานงานกับส่วนราชการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทราบว่าเหตุที่น้ำป่ายังคงท่วมบ้านเรือนประชาชนที่ตั้งในพื้นที่ใกล้ลำห้วยนั้นเกิดจากการระบายน้ำเป็นไปได้ช้าเนื่องจากสิ่งกีดขวางทางน้ำคือผักตบชวาและเศษกิ่งไม้ในลำห้วยมีเป็นจำนวนมาก ในการนี้เมื่อ 9 กันยายน 2564 เวลา 13.00 น. หน่วยได้จัดกำลังพล จำนวน 30 นาย เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่โดยสิ่งสำคัญที่ดำเนินการคือการนำสิ่งกีดขวางทางน้ำออกจากลำห้วยในบริเวณที่มีน้ำท่วมเพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากอำเภอแม่ทะนำโดยนางสุรีย์ มาปลูก นายอำเภอแม่ทะ พร้อมทั้งเทศบาลตำบลแม่ทะและประชาชนบ้านจว๊าก ในโอกาสนี้เมื่อเวลา 14.30 น. พลตรีอโณทัย ชัยมงคล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32/ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 32 พร้อมด้วยพันเอกนพดล คามเกตุ ผู้บังคับศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 32 ได้เดินทางไปติดตามการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ทั้งได้แสดงความห่วงใยประชาชนโดยการให้จัดกำลังพลเข้าพื้นที่มาร่วมติดตาม/ช่วยเหลือตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องได้แก่หากน้ำลดแล้ว หน่วยพร้อมจัดกำลังพลเข้าให้ความช่วยเหลือด้วยการมาร่วมทำความสะอาดตามลำดับต่อไป สร้างความดีใจ อบอุ่นใจเกิดขึ้นแก่ประชาชนบ้านจว๊าก ที่มีทหารเข้ามาร่วมดูแลและคอยช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน…ทหารพร้อมเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนในทุกโอกาส

น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ ทต.ทากาศเหนือ อ.แม่ทา จากลำห้วยแม่ขนาด พัดเศษไม้ติดสะพานบ้านดอยคำ-บ้านปง เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำ

เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2564 ทางเทศบาลตำบลทากาศเหนือ อ.แม่ทา จ.ลำพูน แจ้งเหตุน้ำป่าไหลหลากในลำห้วยแม่ขนาดวันนี้ ทำให้สะพานบ้านดอยคำ-บ้านปง มีเศษไม้มาติดที่สะพานจำนวนมาก ทางเทศบาลได้นำรถแบคโฮ และขอสนับสนุนรถแบคโฮ อบจ.ลำพูน ตักเศษไม้ออก เพื่อป้องกันสะพานได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องของ เทศบาลตำบลทากาศเหนือ ได้ลงไปสำรวจความเสียหายในส่วนอื่นๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือชาวบ้านเบื้องต้นต่อไป

(มีคลิป) เตือนพื้นที่เสี่ยงรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ขณะนี้ฝายกั้นแม่น้ำลี้ทุกฝายได้เปิดบานประตูระบายน้ำ

เมื่อเช้าวันที่ 9 ก.ย. 2564 มีรายงานข่าวจาก อ.ลี้ จ.ลำพูน ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนัก ในพื้นที่ อ.ลี้ ทำให้น้ำแม่แวน สาขาแม่น้ำลี้ น้ำป่าไหลหลากสบทบแม่น้ำลี้ เกิดน้ำท่วมที่อยู่อาศัย ไร่นาบ้านกลาง หมู่ 10 ต.ลี้ อ.ลี้ และมีดินสไลด์ถมถนนที่บ้านป่าด่าง การสัญจรไม่สามารถผ่านเส้นทางสายนี้ได้ ขณะนี้ระดับแม่น้ำลี้ได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทางฝายแต่ละฝายที่กั้นแม่น้ำลี้แต่ละพื้นที่ได้มีการเปิดบานประตูออกเพื่อให้ระบายน้ำ พร้อมกันนี้ได้มีการแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ที่ราบลุ่มริมแม่น้ำลี้ คอยเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและเตรียมความพร้อมขนย้ายสิ่งของไว้ที่ปลอดภัย อนึ่ง แม่น้ำลี้มีต้นน้ำในพื้นที่ อ.ลี้ ไหลผ่าน อ.บ้านโฮ่ง และไหลลงสู่แม่น้ำปิงในพื้นที่ อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน แม่น้ำลี้ถือได้ว่าเป็นแม่น้ำสำคัญเป็นสายเส้นเลือดใหญ่ของ 3 อำเภอ ประชาชนอาศัยสายน้ำลี้ทั้งอุปโภค-บริโภค

(มีคลิป) อ.ดอยเต่า แจ้งเตือนประชาชนน้ำท่วมสะพานยานพาหนะไม่สามารถข้ามผ่านได้ ส่วนน้ำตกแม่กลางมีสีขุ่นข้น

เมื่อเช้าวันที่ 9 ก.ย. 2564 ทางปกครองอำดอยเต่า จ.เชียงใหม่ ได้แจ้งเตือนประชาชนผู้สัญจรเดินทางผ่านเส้นทางถนนทางหลวงชนบทสาย ชม.4022 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1103-บ้านกองวะ อำเภอดอยเต่า ให้งด/ชะลอการเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากปริมาณน้ำบริเวณโดยรอบสะพานหนุนสูงขึ้นท่วมบริเวณสะพานทำให้ยานพาหนะไม่สามารถข้ามผ่านได้ จึงขอให้เลี่ยงใช้เส้นทางเดินรถอื่นๆ จนกว่าสถานการณ์ฝนตกจะคลี่คลายลง น้ำสามารถระบายออกจากเส้นทางเดินรถจะได้แจ้งให้ทราบอีกครั้ง โดยในขณะนี้ทาง ศูนย์ ปภ.อ.ดอยเต่า ได้ประสานกับทาง ศูนย์ ปภ.อบต.โปงทุ่ง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เช้าวันเดียวกันทาง”ลุงหนวด ดอยอินทนนท์” มัคคุเทศน์ท้องถิ่นดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ รายงานสภาพอากาศในพื้นที่ดอยอินทนนท์ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาฝนตกหนักที่บนดอยอินทนนท์ ทำให้น้ำป่าไหลหลากบริเวณน้ำตกแม่กลางมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นน้ำมีสีขุ่นข้น ไหลหลากลงสู่พื้นที่อำเภอจอมทอง ในขณะนี้พื้นที่เสี่ยงยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก ครั้งนี้

ทุกข์หนัก!! หนุ่มชาวหอ ต.มะเขือแจ้ น้ำท่วมขังร่วม 2 สัปดาห์ ระบุสาเหตุมีการก่อสร้างปิดทางระบายน้ำ

เมื่อเช้าวันที่ 9 ก.ย.2564 นายวรวุฒิ อายุ 37 ปี พนักงานฝ่ายสโตร์บริษัทแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรม จ.ลำพูน ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้เช่าอยู่ที่หอพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านฮ่องกอม่วง หมู่ 6 ต.มะเขือแจ้ อ.เมืองลำพูน มานานแล้ว เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดฝนตกต่อเนื่อง ทำให้น้ำฝนสะสมเกิดน้ำท่วมห้องครัว ระดับน้ำสูงประมาณ 25-30 ซม.ส่งผลให้อุปกรณ์ทำครัวจมอยู่ใต้น้ำ และเครื่องมือช่างได้รับความเสียหาย ซึ่งเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น.เมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักลงมาอีก จึงอยู่อย่างลำบากไม่ทราบว่าจะมีหน่วยงานไหนช่วยเหลือบ้าง ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วมขังเช่นนี้ อาจสืบเนื่องมาจากมีการก่อสร้างที่อยู่อาศัย บ้านพัก หอพัก กันอย่างแพร่หลายเนื่องจากอยู่ใกล้กับเขตนิคมอุสาหกรรม ปิดกั้นทางเดินน้ำเมื่อเกิดฝนตกครั้งใดน้ำจะท่วมขังนานร่วมเดือน ผู้ที่อาศัยอยู่ย่านนี้ได้รับการเดือดร้อนถ้วนหน้า วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการแก้ไขปัญหานี้  

ฝนตกหนัก! ทำต้นไม้บริเวณเส้นทางดอยอินทนนท์-จอมทอง หักโค่นทับรถโดยสารสี่ล้อเหลืองพังยับ

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (9 ก.ย.64) เวลาประมาณ 07.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยทีมกู้ภัยได้รับแจ้งเหตุต้นไม้หักโค่นทับรถโดยสารประจำทางสาย แม่แจ่ม-จอมทอง ระหว่าง กม.31.500 เส้นทางอินทนนท์-จอมทอง ส่งผลทำให้คนขับได้รับบาดเจ็บ และเส้นทางดังกล่าวไม่สามารถสัญจรได้ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่จึงได้เร่งเข้าตรวจสอบ และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งเมื่อมาถึงพบรถโดยสารประจำทาง สี่ล้อเหลือง เชียงใหม่ สภาพต้นไม้หักโค่นทับบริเวณด้านหน้าตัวรถจนพังเสียหายยับเยิน และต้นไม้ขนาดใหญ่ดังกล่าวได้ล้มพาดปิดเส้นทาง นอกจากนี้พบคนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทางเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือปฐมพยาบาล และเร่งเคลียร์พื้นที่ จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 06.00 น. รถยนต์โดยสารคันดังกล่าวได้ขับมาตามเส้นทาง เพื่อ รับ-ส่ง ผู้โดยสาร ซึ่งระหว่างนั้นได้มีฝนตกลงมา จนกระทั่งขับมาถึงยังบริเวณจุดเกิดเหตุ จู่ๆ ขณะกำลังวิ่งผ่าน ได้เกิดมีต้นไม้ที่อยู่ริมทางหักโค่นลงมาอย่างกระทันหัน ทำให้คนขับไม่สามารถชะลอความเร็วได้ ทำให้ต้นไม้ล้มทับบริเวณหน้ารถอย่างจังจนรถได้รับความเสียหาย แต่ยังโชคดีที่คนขับได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยไม่อันตรายถึงชีวิต อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการปิดกั้นเส้นทางชั่วคราว และเร่งดำเนินการเคลียร์พื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อเปิดเส้นทางให้กลับมาใช้ได้ตามปกติ ส่วนรถคันเกิดเหตุจะได้ให้ทางคนขับดำเนินการเคลื่อนย้ายออกจากที่เกิดเหตุเพื่อนำไปซ่อมแซมต่อไป

1 … 355 356 357 358 359 … 437