72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

กอปภ.ก. ประสาน 9 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันจากอิทธิพลพายุ “หลิ่นฟา” ในวันที่ 11 – 12 ต.ค.63

วันที่ 11 ต.ค. 63 เวลา 15.10 น. กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 9 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง ในช่วงวันที่ 11 – 12 ตุลาคม 2563 โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัย และมีปริมาณฝนสะสม พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็วเครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามสภาพอากาศและปริมาณฝนสะสมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า พายุโซนร้อน “หลิ่นฟา” ซึ่งเป็นพายุระดับ 3 ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองกวางงาย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามแล้ว โดยกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ทำให้ด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้น มีฝนตกหนักบางพื้นที่ และมีลมแรง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสาน 9 […]

ปภ.รายงานเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัย ในพื้นที่ 11 จังหวัด เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วน

วันที่ 11 ต.ค. 63 เวลา 09.50 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัย ในพื้นที่ 11 จังหวัด 31 อำเภอ 63 ตำบล 162 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,075 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) กอปรกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2563 – ปัจจุบัน (11 ตุลาคม 2563 เวลา 06.00 น.) มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัย รวม 11 […]

ไม่ทิ้งกัน ! น้ำใจชาวพร้าวหลั่งไหลช่วยครอบครัวพ่อเฒ่า ถูกไฟไหม้บ้านวอด

จากกรณีเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2563 เวลาประมาณ 09.30 น. เกิดไฟไหม้บ้านไม้สองชั้น ของ นายศรี ผ่องพันธ์ อายุ 71 ปี บ้านเลขที่ 96 หมู่ที่ 5 บ้านป่าห้า ต.โขล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ เสียหายไปทั้งหลัง พร้อมทรัพย์สินภายในบ้านทั้งหมด เนื่องจากไม่มีใครอยู่บ้าน ส่วนสาเหตุนั้น สันนิษฐานว่ามาจากไฟฟ้าลัดวงจร แม่อุ้ย และหลานอีก 2 คน โดยเฉพาะ ด.ช.ณัฐวัฒน์ หรือ “น้องบิ๊ก” ผ่องพันธุ์ อายุ 8 ขวบ กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.2 โรงเรียนบ้านหลวง เดือดร้อน เนื่องจากเหลือผ้าชุดเดียว ทาง นายบุญส่ง หินพรหม กำนัน ต.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ได้ตั้งคณะกรรมการหมู่บ้านขึ้นเพื่อกำกับดูแล สิ่งของบริจาคให้กับนายบุญศรี พร้อมกับเปิดบัญชีรับบริจาคจากผู้ใจบุญ เลขที่บัญชี […]

วอนช่วยเหลือ ! ครอบครัวพ่อเฒ่าวัย 71 ปี ไฟไหม้บ้านวอด หลาน ๆ เดือดร้อนหนัก

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 8 ต.ค. 2563 นายบุญส่ง หินพรหม กำนัน ต.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ เปิดเผยต่อ ผู้สื่อข่าวว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2563 เวลาประมาณ 09.30 น. เกิดไฟไหม้บ้านไม้ 2 ชั้นของ นายศรี ผ่องพันธ์ อายุ 71 ปี เลขที่ 96 หมู่ที่ 5 บ้านป่าห้า ต.โขล่งขอด อ.พร้าว เสียหายไปทั้งหลังพร้อมทรัพย์สินภายในบ้านทั้งหมด เนื่องจากไม่มีใครอยู่บ้าน ส่วนสาเหตุนั้นสันนิษฐานว่ามาจากไฟฟ้าลัดวงจร กำนันบุญส่ง เล่าว่ารายละเอียดว่าครอบครัวของ นายศรีฯ อาศัยอยู่ที่บ้านทั้งหมด 4 คน มี นายศรี แม่อุ้ย และหลาน อีก 2 คน โดยเฉพาะ ด.ช.ณัฐวัฒน์ […]

(มีคลิป) มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ประจำ จ.ลำปาง มอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือ ครอบครัวผู้เสียชีวิต เนื่องจากเหตุอุทกภัย

นายสุรพล บุรินทราพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ในฐานะผู้แทนประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระราชูปถัมภ์ ประจำจังหวัดฯ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ประจำจังหวัดลำปาง ร่วมประกอบพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน เงินสำรองจ่ายช่วยเหลือ เพื่อการสงเคราะห์ของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระราชูปถัมภ์ นำมอบช่วยเหลือเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น แก่ครอบครัว “แก้วมณีวรรณ” และครอบครัว “เทพปินตา” สองครอบครัวที่ประสบความเดือดร้อน จากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ หัวหน้าครอบครัวประสบเหตุจมน้ำเสียชีวิต โดยได้มีการประกอบพิธีเชิญสิ่งของพระราชทาน เงินสำรองจ่าย มอบช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้ประสบภัย ณ ห้องประชุม 1 องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเป้า อำเภอเมืองลำปาง โดยมีนายวาทิต ปัญญาคม นายอำเภอเมืองลำปาง ในนามคณะผู้บริหารประจำเขตท้องที่ เป็นตัวแทนนำคณะกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระราชูปถัมภ์อำเภอเมืองลำปาง คณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอ คณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการจากหน่วยงานทุกสังกัดที่เกี่ยวข้อง และประชาชนราษฎรในเขตท้องที่ ร่วมกันให้การต้อนรับ พร้อมเข้าร่วมในพิธีเพื่อเป็นสักขีพยาน ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ฝนตกหนักในเขตท้องที่อำเภอเมืองลำปาง เมื่อช่วงวันที่ 22 สิงหาคม 2563 ทำให้ มีเศษวัชพืชจำนวนมากไหลหลากไปตามเส้นทางน้ำ และไปขวางกั้นปิดช่องประตูระบายน้ำของฝายน้ำล้นและระบบส่งน้ำแม่ตุ๋ย ที่ตั้งอยู่ในชุมชนระหว่างบ้านบ่อหิน หมู่ที่ 7 กับ บ้านทุ่งม่านพัฒนา หมู่ที่ 11 […]

ปภ.รายงานเกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 5 จังหวัด เร่งประสานการช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วน

วันที่ 6 ต.ค. 2563 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเกิดสถานการณ์น้ำไหลหลากในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา นครนายก อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และปราจีนบุรี รวม 11 อำเภอ 19 ตำบล 31 หมู่บ้าน ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำท่วมขัง พร้อมสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้วกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 3-5 ตุลาคม 2563 เกิดฝนตกหนัก ทำให้น้ำไหลหลากในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา นครนายก อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และปราจีนบุรี รวม 11 อำเภอ 19 ตำบล 31 หมู่บ้าน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย (อุตรดิตถ์) โดย นครราชสีมา […]

นายอำเภอแม่อาย ร่วมกิ่งกาชาด มอบสิ่งของช่วยชาวบ้านประสบเหตุเพลิงไหม้

วันที่ 5 ต.ค 2563 นายสิทธิศักดิ์ อภิกุลชัยสุทธิ์ นายอำเภอแม่อาย พร้อมด้วยนางอัญญารัตน์ อภิกุลชัยสุทธิ์ นายกกิ่งกาชาดอำเภอแม่อาย และคณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอแม่อาย ลงพื้นที่ช่วยเหลือราษฎร ม. 15 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ซึ่งประสบเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย โดยมอบเครื่องอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในการครองชีพประจำวัน และเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวนหนึ่ง แก่ผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจ ในการดำเนินชีวิตต่อไป ทั้งนี้เมื่อวันเสาร์ ที่ 3 ต.ค. 2563 เวลาประมาณ 20.30 น. ได้เกิดเหตุไฟไหม้บ้านเลขที่ 80 ม. 15 บ้านห้วยศาลา ต.ท่าตอน มีนายสมจิต มหาชัย เป็นเจ้าของบ้าน ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหลัง มีรถดับเพลิง อบต.ท่าตอน และชาวบ้านใกล้เคียงได้ช่วยกันดับไฟ แต่เอาไม่อยู่ ขณะเกิดเหตุไม่สามารถนำสิ่งของหนีไฟออกมาได้ จึงถูกเผาวอดทั้งหมด ทางอำเภอแม่อายและกิ่งกาชาดจึงระดมความช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งรอผลพิสูจน์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ปภ. รายงานเกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 3 จังหวัด เร่งประสานการช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วน

วันที่ 5 ต.ค. 63 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเกิดสถานการณ์น้ำไหลหลากในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา สระแก้ว และน่าน รวม 7 อำเภอ 10 ตำบล 10 หมู่บ้าน ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหารจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำท่วมขัง พร้อมสำรวจความเสียหาย และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในเบื้องต้นแล้ว กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 3 – 5 ต.ค. 63 เกิดฝนตกหนัก ทำให้น้ำไหลหลาก ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา สระแก้ว และน่าน รวม 7 อำเภอ 10 ตำบล 10 หมู่บ้าน โดย นครราชสีมา เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 5 […]

ฝนถล่มส่งท้ายออกพรรษา ทำดินสไลด์ถมทางเข้าหมู่บ้าน น้ำในอ่างแม่มานล้นสปิลเวย์ เข้าท่วมบ้านในพื้นที่ อ.สูงเม่น

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 3 ตุลาคม 2563 จากเมื่อคืนวันที่ 2 ตุลาคม 2563 และต่อเนื่องวันที่ 3 ตุลาคม 2563 เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ ที่ ต.ป่าแดง อ.เมืองแพร่ นายวิทยา กันกา นายก อบต.ป่าแดง แจ้งว่า ได้เกิดดินสไลด์ทางลงบ้านน้ำกลาย หมู่ที่ 5 ปากกลาย หมู่ที่ 7 และบ้านห้วยหยวก หมู่ที่ 8 ต.ป่าแดง ทำให้การสัญจรเข้าหมู่บ้านได้เฉพาะรถ จ.ย.ย.เท่านั้น ที่ อ.สูงเม่น ประชาชนที่อาศัยอยู่พื้นที่ลุ่มอ่างเก็บน้ำแม่มาน เร่งนำกระสอบทรายมากั้นกันน้ำไหลเข้าบ้านในพื้นที่บ้านท่าล้อ อ.สูงเม่น  หลังน้ำล้นคลองส่งน้ำของอ่างแม่มาน ล้นทะลักระดับสูงเกิอบ 40 เซ็นติเมตร ประชาชนที่อาศัยอยู่พื้นที่ลุ่มอ่างเก็บน้ำแม่มาน เร่งนำกระสอบทรายมากั้นกันน้ำไหลเข้าบ้านในพื้นที่บ้านท่าล้อ หลังน้ำล้นคลองส่งน้ำของอ่างแม่มาน ล้นทะลักระดับสูงเกิอบ 40 เซ็นติเมตร ขณะเดียวกันมีน้ำท่าในพื้นที่ล่างอ่างเก็บน้ำแม่มาน มาผสมกับน้ำในคลองส่งน้ำ ทำให้น้ำล้นคลองส่งน้ำ […]

(มีคลิป) เกิดเหตุเพลิงไหม้วัดห้วยปูลิง ต.ห้วยปูลิง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน วอดทั้งหลัง จนท. เร่งหาสาเหตุ

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 1 ต.ค. 63 นายพงศ์พีระ ชูชื่น นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ได้รับรายงานว่าได้เกิดไฟไหม้ศาลาการเปรียญวัดบ้านห้วยปูลิง หมู่ 1 ต.ห้วยปูลิง โดยที่เกิดเหตุอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน และเส้นทางถนนหนทางค่อนข้างลำบาก โดยไฟได้เกิดลุกไหม้ศาลาการเปรียญ ซึ่งปลูกสร้างด้วยไม้สักกับไม้แดงขนาดใหญ่ อายุกว่า 50 ปี มีเสาหลาย 10 ต้น ถูกไฟลุกลามไหม้อย่างรวดเร็ว จนวอดเป็นเถ่าถ่านทั้งหลัง รถดับเพลิง อบต.ห้วยปูลิงไม่สามารถสกัดดับไฟเอาไว้ได้ทัน ขณะที่พระสงฆ์ที่จำวัดอยู่เพียงไม่กี่รูป สามารถหนีไฟออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่ข้าวของภายในวัดไม่ว่าจะเป็นเครื่องอัฐบริขาร อุปกรณ์ประกอบทางพิธีสงฆ์ รวมถึงพระพุทธรูปพระประธานถูกไฟไหม้วอดทั้งหมด ค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า สาเหตุเพลิงไหม้ศาลาการเปรียญวัดห้วยปูลิงในครั้งนี้ เกิดจากกระแสไฟฟ้าช็อต หรือว่าเกิดจากเปลวไฟอย่างอื่น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จะได้เข้าตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้อย่างละเอียดต่อไป

ฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอแม่ลาน้อย ทำให้ดินโคลนไหลทะลักเข้าทับถมบ้านเรือนราษฎรเสียหายหนัก

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 09.00 น. ดร.ชูชาติ คำมา นายอำเภอแม่ลาน้อย และว่าที่ร้อยตรีวิทยา โปทาศรี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง มอบหมายให้ นายทัศไนย วิเศษคุณ ปลัดอำเภองานป้องกัน นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอแม่ลาน้อย ที่ 5 ร่วมกับเทศบาลตำบลแม่ลาน้อย และชาวบ้านบ้านแม่ลาน้อย ช่วยราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากดินโคลนถล่มภายในบ้านแม่ลาน้อย หมู่ 1 ต.แม่ลาน้อย อ.แม่ลาน้อย โดยบ้านเรือนของราษฎรได้รับความเสียหาย จำนวน 1 หลังเสียหายได้แก่ หลังคา คร่าวโครงหลังคา, ฝาบ้าน และรั้วคอนกรีต และถูกดินโคลนจากภูเขาไหลถล่ม ลงมาอย่างฉับพลัน

ปภ.รายงานเกิดน้ำไหลหลาก ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ประสานเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วน

วันที่ 25 ก.ย. 63 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเกิดสถานการณ์น้ำไหลหลากในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวม 3 อำเภอ ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำท่วมขัง พร้อมสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 63 ช่วงเวลา 03.30 น. เกิดสถานการณ์น้ำไหลหลากในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวม 3 อำเภอ ได้แก่ เทศบาลนคร 2 ตำบล 2หมู่บ้าน ,ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง และตำบลสันทรายน้อย อำเภอสันทราย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอสันทราย ระดับน้ำท่วมสูง 10-20 เซนติเมตร ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้จัดเจ้าหน้าที่พร้อมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย เครื่องสูบน้ำ และยานพาหนะ ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย […]

1 … 408 409 410 411 412 … 437