72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

แผ่นดินไหว ประเทศเมียนมาขนาด 5.1 ลึก 10 กม.

EarthquakeTMD : แผ่นดินไหว ประเทศเมียนมา (23.43°N,94.77°E) ขนาด 5.1 ลึก 10 กม. ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 564 กม. วันที่ 14 พ.ย. 2563 เวลา 15:50 น. [TMD]

ก.เกษตรฯ เตรียมแผนป้องกันปัญหาหมอกควัน “ฝุ่น PM2.5” จากภาคการเกษตร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมแผนป้องกันปัญหาหมอกควัน ฝุ่น PM2.5 ซึ่งจะทวีความรุนแรงในช่วงเดือนธันวาคม – เดือนมีนาคม ของทุกปี โดยกำหนดแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ประกอบด้วย 3 มาตรการ คือ 1)การป้องกัน ด้วยการรณรงค์ สร้างการรับรู้แก่เกษตรกร ผ่านโครงการต่าง ๆ ที่เน้นการป้องกันและเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง 2)การยับยั้ง ให้หน่วยงานในสังกัดพร้อมสนับสนุนข้อมูลและอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดในช่วงเวลาห้ามเผา และ 3)การแก้ไข/ฟื้นฟู ลดการกระจายตัวของปัญหาฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมชลประทาน และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนการใช้น้ำเพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นPM 2.5 ซึ่งแผนดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการอย่างเข้มข้น ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2563 – 31 พฤษภาคม 2564 ในพื้นที่นำร่อง 9 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน และตาก

ด่วน!! ภัยแล้งเชียงใหม่ หนักสุด เหลือน้ำไม่ถึง 50% ผอ.ชปที่ 1 เตรียมแผนรับมือ ปี 64 อาจต้องขอความร่วมมือเกษตรกรงดการเพาะปลูก

จากปัญหาฝนตกน้อยต่ำกว่าเกณฑ์ อาจส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำ ผู้อำนวยการชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ เตรียมแผนรับมือภัยแล้งปี 2564 ของ 3 จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูนและแม่ฮองสอน เพื่อเน้นการสำรองน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคเป็นหลัก หากสถานการณ์น้ำไม่เพียงพออาจจะต้องขอให้เกษตรกรงดการเพาะปลูกลง เนื่องจากน้ำไหลเข้าเขื่อนโดยภาพรวมน้อย นายสุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 กล่าววาสถานการณ์ฤดูฝนในปีนี้ในพื้นที่ 3 จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูนและแม่ฮองสอน ตกน้อยต่ำกว่าเกณฑ์ตกสะสมอยู่ที่ราว 920 มิลลิเมตร ส่งผลให้น้ำที่จะต้องไหลเข้าเขื่อนใหญ่อย่างเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เขื่อนแม่กวงอุดมธารา ตลอดอ่างขนาดกลางและเล็ก น้อยมากทำให้การกักเก็บน้ำไม่ถึงร้อยละ 50 เบื้องต้นในเขตจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน จัดเตรียมใช้ฝายกักเป็นแก้มลิงไว้ให้ได้มากที่สุด นำน้ำดังกล่าวมาใช้บริหารจัดการใชนเบื้องต้นของการเข้าสู่ฤดูแล้งของปี 2564 โดยให้มีการสูบน้ำเข้าไปกักเก็บตามแหล่งน้ำสำรองให้ได้มากที่สุดช่วงที่ฝนตกก่อนหน้านี้ ตามแหล่งน้ำมีน้ำไหลให้กักเก็บไว้ตามเหมืองและฝายต่างๆ อย่างไรก็ตามน้ำนเขื่อนและอ่างเก็บน้ำจะเป็นแหล่งสำรองน้ำไว้เพื่อนำออกมาใช้ในห้วงที่เกิดวิกฤตภัยแล้งในการบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งจะมีการกักเก็บน้ำสำรองไว้ 70 ล้าน ลบ.ม. เพื่อใช้เป็นน้ำอุปโภคบริโภค การผลิตน้ำประปาเป็นหลัก เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งการเพาะปลูกในห้วงปีที่ผ่านมาก็สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ซึ่งในเขตชลประทานไม่พบผลกระทบเกิดภัยแล้ง มีนอกเขตชลประทานแต่ก็ได้รับการช่วยเหลือไปแล้ว ส่วนในปี 2564 นี้หากสถานการณ์น้ำมีน้อยต้องขอความร่วมมือชาวนางดการปลูกข้าวนาปรัง และพืชที่ใช้น้ำมาก ทั้งนี้พื้นที่ปลูกลำไยถือเป็นอีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่และลำพูนจะมีการบริหารจัดการน้ำจัดส่งน้ำให้กับชาวสวนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบมากที่สุด

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยลำพูนเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้โรงงานอบเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด จนสงบ

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2563 เวลา 05.00 น. สนง.ปภ.ลำพูน ได้รับรายงานเหตุ อัคคีภัย (เพลิงไหม้) จาก อบต.หนองหนาม จึงรายงานให้ นายวรยุทธ เนาวรัตน์ผวจ.ลำพูน ทราบ และได้สั่งการให้ สนง.ปภ.จ.ลำพูน ตรวจสอบและเข้าระงับเหตุ ที่โรงงาน บริษัทโกรคอนด้า จำกัด เลขที่ 115 ม.5 ถนนหมายเลข 116 เลี่ยงเมืองลำพูน-ป่าซาง ต.หนองหนาม อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน เป็นโรงงานอบเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ไฟไหม้ครื่องจักรที่ใช้ลำเลียงแกนข้าวโพดสู่เตาเผาไหม้ ขณะเกิดเหตุเครื่องจักรกำลังทำงาน ทาง สนง.ปภ.ลำพูนร่วมกับนายประสิทธิ์ ลาวิชัย นายก อบต.หนองหนาม เข้าระงับเหตุได้ประสานเครือข่ายและ อปท.ในพื้นที่ ได้แก่ อบต.หนองหนาม ทต.บ้านแป้น/ ทต.เหมืองจี้/ทต.ม่วงน้อย/ทต.มะเขือแจ้ เข้าระงับเหตุใช้เวลาประมาณ 20 นาที เวลา 05.20น. จึงควบคุมเพลิงและไฟได้ยุติลง ส่วนสาเหตุเบื้องต้น คาดว่าเกิดจากการใช้เครื่องจักรอย่างต่อเนื่อง และขาดการบำรุงรักษาที่เหมาะสม […]

ประกาศเตือนพายุโซนร้อน “โคนี” ฉบับที่ 9 (263/2563)

วันนี้ 5 พฤศจิกายน รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทน อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนพายุโซนร้อน “โคนี” โดยประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุโซนร้อน “โคนี่” (พายุระดับ 3) ฉบับที่ 9 (263/2563)ที่จะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 6 – 7 พ.ย. 2563 ในประกาศมีเนื้อหา คือ เมื่อเวลา 04:00 น. ของวันนี้ (5 พฤศจิกายน 2563) พายุโชนร้อน “โคนี” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 350 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของเมืองกวีนอน ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 14 2 องศาเหนือ ลองจิจูด 1123 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัว ทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งเมืองกวีนอน ประเทศเวียดนามในคืนนี้ (5 พฤศจิกายน […]

ไฟไหม้บ้านและห้องเก็บของวอดไปหลายแสนบาท โชคดีเจ้าบ้านสองสามีภรรยาหนีเอาตัวรอดได้ พื้นที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่

อ่านข่าวก่อนหน้า > ระทึกกลางดึก เพลิงลุกไหม้บ้าน เมื่อเวลาประมาณ 00.25 น.ของคืนวัน 5 พ.ย. ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ เชื้อเมืองพาน รอง.สว.(สอบสวน) สภ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ได้แจ้งว่ามีเหตุ ไฟไหม้บ้านเลขที่ 47/2 “บ้านสันกลาง” หมู่ 5 ต.สันกลาง อ.สันกำแพง จึงรุดไปสอบสวนที่เกิด พร้อมกำลังรถดับเพลิง เทศบาลตำบลสันกลางจำนวน 2 คัน และผู้บริหารไปอำนวยความสะดวก รถดับเพลิงได้ระดมฉีดประมาณ 30 นาทีเพลิงจึงควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ทัน ส่วนที่เหตุเพลิงไหม้ห้องเก็บของ เป็นห้องเก็บของเสียหายทั้งหมด ไฟยังได้ลุกลามเข้าบ้านที่อยู่ติดกับข้าวของเครื่องใช้ในบ้านถูกไฟไหม้หมด ส่วนค่าเสียหายเบื้องต้นประมาณหลักแสนขึ้นไป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหายเสียหายอีกครั้งไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ หรือชีวิตแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่สอบสวน นางประเทือง ทาใจ อายุ 50 ปี เจ้าของบ้านว่า ได้อยู่กับสามี นายประดิษฐ์ ก่อนเหตุไฟได้ลุกไหม้ห้องเก็บของก่อนจึงแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบจึงได้มาช่วยกัน ส่วนสาเหตุเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าไฟฟ้าคงจะลัดวงจร จะได้ทางวิทยาการกองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

วอนช่วยเหลือ นศ.สาว โชคร้ายบ้านถูกไฟไหม้วอดทั้งหลังเหตุเกิดวานนี้

เหตุการณ์ไม่คาดคิดบ้านถูกไฟไหม้จนวอดทั้งหลังเกิดขึ้น เมื่อช่วงสายของวันที่ 4 พ.ย.63 ได้เกิดเหตุอัคคีภัย ไฟไหม้บ้านเลขที่ 73 บ้านศรีบุญเรือง หมู่ 11 ต.แม่สุก อ.แจ้ห่ม จ.ลำปางซึ่งเป็นบ้านของนางสาวพัชรินท์ ธิคม นักศึกษารหัส 59123010181 สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (สำเร็จการศึกษาปี 2562) จนได้รับความเสียหาย บ้านถูกไฟไหม้วอดทั้งหลัง และในวันนี้( 5 พย. 63 )โดยทางมหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง ได้มีการเชิญชวนคณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และผู้ที่มีจิตเป็นกุศลทุกท่าน ที่มีความประสงค์บริจาคสิ่งของหรือสมทบทุนช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่ นางสางสาวพัชรินทร์ ธิคม เบอร์โทรศัพท์ 082-5327737 หรือเลขที่บัญชี 0673511333 ธนาคารกสิกรไทย

ระทึกกลางดึก เพลิงลุกไหม้บ้านใช้เป็นที่เก็บของวอดเสียหาย 2-3 แสนบาท โชคยังดีไม่มีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เมื่อเวลาประมาณ 00.20 น. วันที่ 5 พ.ย.63 ทาง ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ เชื้อเมืองพาน รอง.สว. (สอบสวน) สภ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ได้นับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในบริเวณบ้านเลขที่ 47/2 ม.5 ต.สันกลาง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ภายหลังทราบเรื่องจึงเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเกตุร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิง และเจ้าหน้าที่กู้ภย พร้อมทั้งประสานขอรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน ซึ่งเมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นบ้านก่อสร้างด้วยปูน ทำเป็นที่เก็บข้าวของเครื่องใช้ โดยเพลิงได้ลุกไหม้จากภายในตัวบ้าน ทางเจ้าหน้าที่ต้องระดมรถฉีดน้ำจำนวน 3 คัน ช่วยกันฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิงและระงับเหตุ ใช้เวลาประมาณ 15 นาที จนกระทั่งเพลิงเริ่มสงบและสามานถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ แต่พบว่าภายในบ้านมีข้าวของ และทรัพย์สินที่เจ้าของบ้านเก็บไว้ถูกไฟไหม้เสียหายจำนวนมาก รวมไปถึงตัวบ้านที่ได้นับความเสียหายเกือบทั้งหลัง แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้จากการสอบถามกับทางเจ้าของบ้าน เบื้องต้นทราบว่า บ้านที่เกิดเหตุนั้นได้ใช้เป็นที่เก็บของ โดยไม่มีคนอยู่อาศัยเนื่องจากคนในบ้านได้ย้ายไปอยู่บ้ายอีกหลังที่อยู่ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุ โดยก่อนเกิดเหตุนั้นได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น จึงได้ออกมาตรวจสอบก็พบว่าเพลิงเริ่มลุกไหม้ภายในบ้านแล้ว และได้พยายามดับเพลิงพร้อมทั้งโทรแจ้งขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่แต่เนื่องจากภายในที่เก็บของมีเครื่องไม้เครื่องมือ และวัตถุที่สามารถติดไฟได้ง่าย จึงทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้มานะงับเหตุดังกล่าว ส่วนสาเหตุเบื้องต้นนั้น คาดว่าน่าจะมาจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อยู่ภายในเกิดชำรุดแล้วมีการเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากได้ยินเสียงระเบิดซึ่งคาดว่าตอนนั้นจะมีประกายไฟลุกไหม้ทำให้เกิดเพลิงลุกลามหนักขึ้น ส่วนค่าความเสียหายทั้งหมดที่ประเมินไว้เบื้องต้นนั้น ไม่ต่ำกว่า 200,000-300,000 บาท ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานรวมทั้งได้ให้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แน่ชัดอีกครั้ง

แผ่นดินไหว อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ขนาด 2.1 แมกนิจูด

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 เวลา 05.20 น. ตามเวลาประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า เกิดแผ่นดินไหว อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ขนาด 2.1 ลึกจากผิวดิน 2 กิโลเมตร

(มีคลิป) เปิดภาพวงจรปิด วินาทีต้นสบันงายักษ์ล้ม ทับนักท่องเที่ยวบนวัดดอยสุเทพ รถพังยัง 3 คัน

เปิดคลิปวงจรปิดเสี่ยวนาทีต้นไม้ใหญ่ล้มบนดอยสุเทพ เจ็บ 2 ชาย, 1 หญิง และ1 ผู้ใหญ่บ้านดอยสุเทพ เจ้าหน้าที่เตรียมสำรวจต้นไม้ใหญ่รอบชุมชนเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิดต้นไม้ล้มซ้ำอีกครั้ง เกิดเหตุต้นสบันงาอายุกว่าร้อยปี สูงกว่า 20 เมตร ริมถนนบริเวณหน้าวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เกิดหักโค่นล้มทับรถสี่ล้อแดงยี่ห้ออีซูสุ ทะเบียน 30 6503 เชียงใหม่ ที่จอดอยู่ริมถนนจนหลังคายุบเสียหาย ขณะเกิดเหตุมีกลุ่มนักท่องเที่ยวนั่งอยู่ด้านหลังรถ 4 คน หนึ่งในนั้นเป็นนักท่องเที่ยวชาย ได้รับบาดเจ็บถูกหลังคากดทับ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านเร่งช่วยเหลือพาออกจากซากรถ นำส่งโรงพยาบาล ส่วนเพื่อนนักท่องเที่ยวที่เหลือบาดเจ็บเล็กน้อยแต่อยู่ในอาการตื่นตกใจ นอกจากรถสี่ล้อแดง ยังมีรถยนต์ได้รับความเสียหายอีกสองคัน เป็นรถยนต์เอนกประสงค์ ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ 3 กย 7676 กรุงเทพมหานคร เป็นรถของนักท่องเที่ยวที่จอดด้านหลังรถสี่ล้อแดง เสียหายหลังคายุบ และ รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูสุ สีขาว ทะเบียน ผธ 6080 เชียงใหม่ ซึ่งเป็นรถของวัดถูกทับเสียหายจนยุบไปเกือบครึ่งคัน สอบถามทราบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวได้เหมารถสี่ล้อแดงคันดังกล่าวไปเที่ยวบนดอยปุย ขากลับตั้งใจแวะกราบสักการะองค์พระธาตุดอยสุเทพ แต่เนื่องจากเดินเที่ยวมามาก ทำให้เหนื่อย เมื่อรถมาจอดหน้าวัดพระธาตุดอยสุเทพจึงนั่งพักในรถ […]

อุตุฯประกาศเตือน พายุลูกใหม่ “โคนี” ทำให้ไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีลมแรง ในช่วงวันที่ 5-7 พ.ย.นี้     

เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (2 พฤศจิกายน 2563) พายุโซนร้อน “โคนี” บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ได้เคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 14.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 119.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะอ่อนกำลังลงก่อนเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 4-5 พฤศจิกายน 2563 ส่งผลทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 เวลา 05.00 น.  

ปภ.แจ้ง 57 จังหวัดและกรุงเทพ ฯ เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง จากอิทธิพลพายุไต้ฝุ่น “โมลาเบ” ในช่วงวันที่ 28 – 30 ต.ค.63

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 57 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 28 – 30 ตุลาคม 2563 โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ และสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยง ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุ และช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้อำนวยการกลาง กล่าวว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาพอากาศ และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่กับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า พายุไต้ฝุ่น “โมลาเบ” (พายุระดับ 5) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก คาดว่า จะเคลื่อนขึ้นฝั่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามตอนกลาง ในวันที่ 28 ตุลาคม 2563 ทำให้ประเทศไทยตอนบน มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับลมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้บางพื้นที่มีฝนตกหนักและมีลมแรง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย […]

1 … 406 407 408 409 410 … 437