72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

ชาวบ้านต.นาโป่ง และรร.ห้วยแก้ววิทยา อ.เถิน “ขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้” ต้องซื้อจากประปาภูมิภาคอ.เถินให้นักเรียนใช้ตลอดปี วอนหน่วยงานที่เกี่ยวเข้าช่วยเหลือ

นายสุศักดิ์ ติมาลาศักดิ์ ชาวบ้านต.นาโป่ง อ.เถิน จ.ลำปาง เผยว่า หลังจากที่ชาวบ้านตำบลนาโป่งประสบภาวะภัยแล้ง ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคมาเกือบสิบปี เนื่องจากที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐเข้ามาสำรวจขุดเจาะน้ำบาดาลทั้งตำบล มากกว่า 75 จุด แต่ไม่พบแหล่งน้ำใต้ดินในระดับที่ขุดเจาะบาดาลได้ ขณะที่ประปาหมู่บ้านก็มีน้ำในช่วงฤดูฝนเพียงสองถึงสามเดือนเท่านั้น ชาวบ้านต้องขนน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ และซื้อน้ำจากประปาภูมิภาคอำเภอเถิน และซื้อน้ำถังจากเอกชนมาบริโภคทั้งปี ล่าสุดจนจึงได้หารือไปยัง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่รู้จักกัน คือนาย จินต์ ถาคำฟู เพื่อหาทางช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบภัยแล้งอย่างจริงจัง ซึ่งนายจินต์ ถาคำฟู ได้เชิญให้นายกสมาคมน้ำบาดาลไทยผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำบาดาล ที่มีชื่อเสียงจากการขุดเจาะน้ำบาดาลช่วยเหลือเด็กติดถ้ำหลวงที่เชียงราย เข้ามาสำรวจ เพื่อหาแนวขุดเจาะบาดดาลในพื้นที่ตำบลบ้านนาโป่ง โดยเริ่มที่โรงเรียนบ้านนาเบี้ย เป็นแห่งแรก ปรากฏว่าสามารถหาจุดที่มีน้ำใต้ดินได้ แต่ต้องขุดเจาะลงไปลึกกว่า 200 เมตร ขณะนี้ทำสำเร็จแล้ว ชาวบ้านทั้งตำบล ยังขอให้ขยายพื้นที่สำรวจไปยังโรงเรียนห้วยแก้ววิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับความเดือดร้อนหนักเช่นเดียวกัน ขณะนี้ได้เริ่มสำรวจไปแล้ว แต่ยังไม่มีงบประมาณดำเนินการ นายสมคิด นาคกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนห้วยแก้ววิทยา เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ตนเข้ามาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนห้วยแก้ววิทยา ทางโรงเรียนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มและน้ำใช้ในโรงเรียนมาทุกปี แต่ในปีนี้แล้งหนักมาก เนื่องจากประปาหมู่บ้านไม่มีน้ำส่งมายังโรงเรียนได้ ส่วนน้ำในบ่อเก็บน้ำฝนด้านหลังโรงเรียนก็ไม่มีน้ำเพียงพอจะสูบขึ้นไปเข้าระบบถังกรองได้ น้ำที่ขนจากแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นน้ำขุ่นมากไม่สะอาด ทางโรงเรียนจึงต้องซื้อน้ำจากการประปาภูมิภาคอำเภอเถินวันละอย่างน้อย […]

ผวจ.แม่ฮ่องสอน เตือน ปชช.รับมือพายุ ‘ฮีโกส’ สำหรับผู้ที่มีสัตว์เลี้ยงติดแม่น้ำและลำห้วย ให้ระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ

ผวจ.แม่ฮ่องสอน เตือนประชาชนรับมือน้ำป่าไหลหลากฉับพลัน จากผลกระทบของพายุโซนร้อน ‘ฮีโกส’ ที่จะส่งผลกระทบตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยเฉพาะราษฎรที่ปล่อยสัตว์เลี้ยงติดแม่น้ำและลำห้วย ให้ระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563 นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ขอเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในที่ลุ่มติดแม่น้ำและลำห้วย ให้ระมัดระวังน้ำป่าไหลหลากฉับพลัน และน้ำท่วมพื้นที่การเกษตร เนื่องจากในห้วงนี้จ.แม่ฮ่องสอน จะได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน ‘ฮีโกส’ โดยเฉพาะเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์และปล่อยสัตว์เลี้ยงตามลำห้วย ให้นำสัตว์ขึ้นมาผูกไว้บนที่สูงน้ำท่วมไม่ถึง รวมไปถึงทรัพย์สินมีค่า อาทิ รถไถนา หรืออุปกรณ์การเกษตรชนิดต่าง ๆ ให้ย้ายไว้บนที่สูงด้วย ก่อนหน้านั้นที่ อ.แม่ลาน้อย ได้เกิดฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้สัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะวัว ถูกกระแสพัดเสียชีวิตหลายตัว ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2563 ที่ผ่านมา มีวัวถูกกระแสน้ำพัดเสียชีวิต ณ สะพานหมู่ที่ 1 ต.แม่ลาน้อยจำนวน 1 ตัว เพราะประชาชนมัดสัตว์เลี้ยงทำให้สัตว์เลี้ยงหนีน้ำป่าไม่ได้ ดังนั้นจึงขอให้ท่านประชาสัมพันธ์ให้ผู้เลี้ยงสัตว์ตามลำน้ำ คลอง ห้วย อย่าได้มัดสัตว์เลี้ยงเพื่อลดความสูญเสียจากกระแสน้ำป่า

ปภ.รายงานเกิดน้ำป่าไหลหลาก 8 จังหวัด วาตภัย 2 จังหวัด และดินสไลด์ในจังหวัดน่าน เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย

วันที่ 19 ส.ค. 63 เวลา 09.00 น. กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ พะเยา น่าน เลย อุดรธานี กาฬสินธุ์ ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด วาตภัย 2 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช และดินสไลด์ในจังหวัดน่าน ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. 63 ถึงปัจจุบัน (19 ส.ค. 63 เวลา 06.00 น.) ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ในพื้นที่ […]

ปภ. รายงานเกิดน้ำป่าไหลหลาก 8 จังหวัด และดินสไลด์จังหวัดน่าน เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย

วันที่ 18 ส.ค. 63 เวลา 09.00 น. กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ พะเยา น่าน เลย อุดรธานี กาฬสินธุ์ ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด และดินสไลด์ในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. 63 ถึงปัจจุบัน (18 ส.ค. 63 เวลา 06.00 น.) ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ในพื้นที่ 9 จังหวัด แยกเป็นน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 8 […]

แผ่นดินไหว อ.แม่แตง ขนาด 2.6 แมกนิจูด

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า เกิดแผ่นดินไหว อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ (19.05,98.84) ขนาด 2.6 วันที่ 16 สิงหาคม 2563 เวลา 08:53 น. ตามเวลาประเทศไทย [TMD]

ปภ.เถิน ร่วมให้ความรู้ซ้อมแผนสาธารณภัยให้กลุ่มชาวบ้านพื้นที่ อ.สบปราบ เพื่อให้เกิดความรู้ในการช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นเมื่อประสบภัย

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง สาขาเถิน ร่วมโครงการซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(อัคคีภัย) โดยบรรยายให้ความรู้เรื่องการป้องกันและระงับอัคคีภัยเบื้องต้น และการฝึกอพยพในกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.นายาง มีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมทั้งหมดจำนวน 40 คน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลนายาง ตำบลสบปราบ อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง ทั้งนี้โครงการดังกล่าว เป็นการเตรียมความพร้อมให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งจำเป็นต้องมีการเรียนรู้ในการช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นเมื่อเกิดหรือพบเจอสาธารณภัยที่ไม่คาดคิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนของตนเอง ผู้เข้ารับการอบรม สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดขยายผลให้กับสมาชิกในครอบครัวเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดได้อีกทางหนึ่งด้วย

ปภ.รายงานเกิดน้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์ในพื้นที่ 8 จังหวัด เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วน

วันที่ 15 ส.ค. 63 เวลา 09.00 น. กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ พะเยา น่าน เลย อุดรธานี ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด และดินสไลด์ในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. 63 ถึงปัจจุบัน (15 ส.ค. 63 เวลา 06.00 น.) ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ในพื้นที่ 8 จังหวัด แยกเป็น น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 7 จังหวัด รวม […]

(มีคลิป) ไฟไหม้วิหารวัดวังทอง ต.เหมืองง่า กลางดึก จนท.เร่งดับไฟโกลาหล

เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 15 ส.ค. 2563 เวลา 00 .30 น. ห้องศูนย์วิทยุ 191 สภ.เมืองลำพูน ได้รับแจ้งว่ามีเหตุไฟไหม้ที่วัดวังทอง หมู่ 4 ต.เหมืองง่า จึงประสานไปยัง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำพูน และประสานไปยังรถดับเพลิงเทศบาลท้องถิ่นใกล้เคียง ทั้งเทศบาลเมืองลำพูน เทศบาลเหมืองง่า เทศบาลต้นธง เทศบาลอุโมงค์ เทศบาลเวียงยอง และสมาคมกู้ชีพกู้ภัยลำพูน จัดรถพยาบาลคันที่ 1 รถร่วม 108 จัดกำลังเจ้าหน้าที่ ออกเข้าระงับเหตุไฟไหม้ โดยทาง พ.ต.ท.จำรัส โพธิยอง รอง ผกก.สภ.เมืองลำพูน เดินทางมาอำนวยความสะดวกในการควบคุมเพลิง เมื่อไปถึงวัดวังทองพบว่าไฟกำลังไหม้ภายในวิหารวัด บริเวณหน้าพระประธาน จึงฉีดน้ำสกัดใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงควบคุมไว้ได้ เบื้องต้นมีแท่นบูชาพระบางส่วน เพดานและผนังภายในพระวิหารได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำพูน กำลังตรวจสอบหารายละเอียด และสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ขณะที่ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่ทราบเหตุการณ์ ได้แตกตื่นเดินทางมาดูความเสียหายภายในวัด

ปภ.รายงานเกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 6 จังหวัด เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วน

วันที่ 14 ส.ค. 63 เวลา 09.00 น. กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ พะเยา น่าน เลย ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด รวม 11 อำเภอ 20 ตำบล 64 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 46 ครัวเรือน ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจความเสียหาย และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. 63 ถึงปัจจุบัน (14 ส.ค. 63 เวลา […]

ปภ.รายงานเกิดน้ำป่าไหลหลาก 5 จังหวัด และวาตภัย 2 จังหวัด เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย

วันที่ 13 ส.ค. 63 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเกิดน้ำป่าไหลหลากใน พื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ พะเยา น่าน เลย ปราจีนบุรี และจันทบุรี และวาตภัย 2 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. 63 ถึงปัจจุบัน (13 ส.ค. 63 เวลา 06.00 น.) ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และวาตภัย ดังนี้ น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 5 จังหวัด รวม […]

ระทึก ! เกิดไฟลุกไหม้ห้องชั้น 3 โรงเรียนอนุบาลเกาะคาลำปาง ตอนเช้ามืด จนท.ดับเพลิงใช้รถ 7 คัน สกัดไฟจนสงบ

วันที่ 11 ส.ค.63 เวลาประมาณ 04.35 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์วิทยุ สภ.เกาะคา อ.เกาะคา จ.ลำปาง ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเหตุไฟลุกไหม้อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ ภายในโรงเรียนอนุบาลเกาะคาซึ่งห้องอยู่ ชั้น 3 หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลตำบลเกาะคาและใกล้เคียงร่วมช่วยกันดับไฟในที่เกิดเหตุ จากนั้นพนักงานสอบสวนเวร และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่เวรอยู่ใกล้เคียงจึงรีบไปตรวจยังที่เกิดเหตุ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยเกาะคา ซึ่งพบว่ามีรถดับเพลิงที่เข้ามาร่วมช่วยกันครั้งนี้จากหลายองค์กร จำนวน 7 คัน โดยพบว่าจุดที่เกิดไฟลุกไหม้นั้น เป็นห้องปฏิบัติการของโรงเรียนซึ่งอยู่บนชั้น 3 โดยอยู่ทางด้านทิศเหนือ ในเบื้องต้นสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ซึ่งมีข้าวของได้รับความเสียหายเป็นบางส่วน ซึ่งสาเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจะได้เข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่งต่อไป

1 … 420 421 422 423 424 … 437