72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

เกิดแผ่นดินไหว ที่อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย 2.7 ริกเตอร์

เกิดเหตุแผ่นดินไหวในพื้นที่ อำเภอแม่ลาว จ.เชียงใหม่ ขนาด 2.7 ริกเตอร์ ความลึก 5 กิโลเมตรจากพื้นดิน โดยเป็นผลกระทบจากรอยเลื่อนแม่ลาวเคลื่อนตัว ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ในรอบเดือนที่เกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเมื่อวานนี้ได้เกิดแผ่นดินไหวใน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า เมื่อเวลา 13:22 น.ของวันนี้ได้เกิดแผ่นดินไหวมีศูนย์กลางที่ เภอ.แม่ลาว จ.เชียงราย วัดได้ 2.7 ริกเตอร์มีความลึกจากพื้นดินลงไปประมาณ 5 กิโลเมตร ซึ่งแผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นผลกระทบจากรอยเลื่อนแม่ลาวที่เคลื่อนตัว แต่ประชาชนทั่วไม่ไม่สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน อย่างไรก็ตามจากสถิติ พบว่าเมื่อวานนี้เวลา 01:23:22 ของวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมาได้เกิดแผ่นดินไหวที่ อำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 1.8 ริกเตอร์ และเมื่อเวลา 15:32:00 น.ของวันเดียวกัน ได้เกิดแผ่นดินไหวที่ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 1.5 ริกเตอร์ ซึ่งถือว่าเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ภาคเหนือติดต่อกันเป็นวันที่ […]

หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ลงพื้นที่ร่วมบรรเทาทุกข์ มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อีก 3 หมู่บ้าน ใน อ.วังเหนือ

รองผู้ว่าราชการ จ.ลำปาง พร้อมทีม จนท. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรมูลนิธิเพื่อการกุศล ร่วมนำสิ่งของเครื่องอุปโภค-บริโภค ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง มอบช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบอุทกภัยใน อ.วังเหนือ อีกกว่า 400 ครัว เรือน 3 หมู่บ้าน นายก่อพงษ์ โกมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการ จ.ลำปาง พร้อมด้วย นายประภาส อึ้งตระกูล นอภ.วังเหนือ นำทีมคณะเจ้าหน้าที่หน่วยงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประสานกับหน่วยงานภาคเอกชน มูลนิธิเพื่อการกุศล กิ่งกาชาดอำเภอวังเหนือ สมาคมพุทธมามกะสงเคราะห์ กู้ภัยสว่างนครลำปางธรรมสถาน จัดคาราวานธารน้ำใจ “คนลำปาง…ไม่ทิ้งกัน” ลงพื้นที่ต่อเนื่อง ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่ อ.วังเหนือ ร่วมกันนำถุงยังชีพบรรจุสิ่งของเครื่องอุปโภค-บริโภคที่จำเป็น ทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง, อาหารกระป๋อง, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่มสะอาด และเสื่อที่นอน รวมจำนวนกว่า 400 ชุด มอบช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนชาวบ้านในพื้นที่อีก 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์อุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน และพื้นที่ทำการเกษตร […]

มทบ.38 ศบภ.มทบ.38 โดย ม.2 พัน.15 เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยสะพานชำรุด

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2563 ช่วงเวลา 07.30 – 17.30 น. ศบภ.มทบ.38 โดย พันโทบัณฑิต ชาวกัณหา ผบ.ม.2 พัน.15 ได้จัดกำลังพล 1 ชป. และ 1 ชุดครัวสนาม ร่วมกับ มทบ.38, ฝ่ายปกครอง อ.เวียงสา, ปภ. สาขานาน้อย, องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก สะพานขาดชำรุด ในพื้นที่ บ.วนาไพร ต.น้ำมวบ อ.เวียงสา จ.น่านโดยมีการปฏิบัติงานให้การช่วยขนย้ายสิ่งของบรรเทาทุกข์และน้ำดื่ม อุปโภคและบริโภค สัตว์เลี้ยง ตัดไม้ไผ่และผ่าไม้ เพื่อทำสะพานชั่วคราว โดยการสานแตะไม้ไผ่เพื่อทำสะพานชั่วคราว โดยได้ทำการสานแตะไม้ไผ่ ยาว 20 เมตร กว้าง 3 เมตร เสร็จเรียบร้อยแล้ว และขนย้ายกล่องเกเบี้ยนและตอกหลักยึดเพื่อทำฐานตอม่อ ตัดกิ่งไม้ และขนย้ายสิ่งที่กีดขวางทางน้ำไหล เพื่อเปิดทางน้ำให้ระบายได้ดีขึ้น จัดชุดครัวสนามประกอบอาหารแจกจ่ายผู้ประสบภัยและผู้ร่วมดำเนินการสร้างสะพานชั่วคราว จำนวน […]

อ.เวียงสา เร่งสร้างสะพานไม้ไผ่ เพื่อใช้ในการสัญจรชั่วคราว เนื่องจากเกิดพายุภัยพิบัติ(ซินลากู)

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2563 ช่วงเวลาเวลา 08.30 – 16.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายวรกิตติ ศรีทิพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายสัมฤทธิ์ สวามิภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ , นายนิวัฒน์ งามธุระ ปลัดจังหวัดฯ , นายเกรียงไกร เวชอนุรักษ์ นายอำเภอเวียงสา มอบหมายให้ นายจวน จันเครื่อง ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน อำเภอเวียงสาที่ 5 องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำมวบ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านตำบลน้ำมวบ เจ้าหน้าที่ทหาร ม.2 พัน 15 เจ้าหน้าที่อุทยานศรีน่าน เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ อำเภอเวียงสา ชาวบ้านสาลี่ หมู่ 6 ชาวบ้านวนาไพร หมู่ 7 ร่วมกันทำสะพานไม้ไผ่เพื่อใช้ในการสัญจรชั่วคราว เนื่องจากเกิดพายุภัยพิบัติ(ซินลากู) ระหว่างวันที่2-3 สิงหาคม 2563 ทำให้สะพานสายหลักขาด ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการยังไม่แล้วเสร็จ

ปภ.รายงานเกิดวาตภัยในพื้นที่ 14 จังหวัด สถานการณ์คลี่คลายแล้ว เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย

วันที่ 6 ส.ค. 63 เวลา 09.00 น. กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเกิดวาตภัยในพื้นที่ 14 จังหวัด ได้แก่ อำนาจเจริญ สุรินทร์ ตราด จันทบุรี สระบุรี สุราษฎร์ธานี พังงา ระนอง นครศรีธรรมราช ชุมพร ภูเก็ต กระบี่ สงขลา และตรัง รวม 62 อำเภอ 271 ตำบล 1,072 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 3,762 หลัง ผู้เสียชีวิต 4 ราย (นครศรีธรรมราช และภูเก็ต 1 ราย สุราษฎร์ธานี 2 ราย) ผู้สูญหายจากเรือล่ม 3 ราย (สุราษฎรธานี) ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร […]

(มีคลิป) น้ำท่วมซ้ำ สนง.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.สันทราย จมบาดาลแล้ว

เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงวันที่ 3-5 ส.ค. ที่ผ่านมานั้น ได้เกิดพายุโซนร้อน ซินลากู (SINLAKU) ทำให้เกิดฝนตกหนัก เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน และน้ำป่าไหลเข้าท่วมในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ พบว่า ที่ สนง.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.สันทราย ย่านบ้านแม่ย่อย (แยกสันคะยอม) ต.สันทรายหลวง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ถูกน้ำท่วมขังจำนวนมาก แต่หลังจากฝนหยุดตกน้ำก็ไหลผ่านไป บางส่วนแห้ง แต่ก็ยังเกิดน้ำท่วมขัง แต่พอเกิดฝนตกอีก น้ำก็ไหล่ท่วมอีกครั้ง ถือว่าเป็นเส้นทางผ่านของทางน้ำ บริเวณในบ้านแม่ย่อย-แยกสันคะยอม ที่เป็นที่ตั้งของ สนง.การไฟฟ้า อ.สันทราย อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านที่เดินทางไปติดต่อราชการ สนง.การไฟฟ้าอ.สันทราย ก็ยังยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ

น้ำท่วมชุมชน อ.สันทราย กระทบหนักกว่า 500 ครอบครัว เดือดร้อน ชาวบ้านเร่งเสริมกระสอบทราย ลุ้นฝนหมดวันนี้

วันที่ 5 ส.ค. 63 รายงานข่าวแจ้งว่า จากสถานการณ์ฝนที่ตกหนักสะสมมาตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำหลายจุด จนถึงตอนนี้สถานการณ์หลายพื้นที่ยังไม่คลี่คลาย โดยเฉพาะที่หมู่บ้านแม่แก๊ด และ หมู่บ้านทหาร ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ สองหมู่บ้านนี้มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 500 หลัง ถูกน้ำท่วมติดต่อกันเป็นวันที่สอง ชาวบ้านต่างพากันขนข้าวของขึ้นบนที่สูง ส่วนเด็กและผู้สูงอายุไม่สามารถออกมาได้ เริ่มต้องการน้ำดื่มและอาหาร โดยในช่วงสายวันนี้ ระดับน้ำยังทรงตัวอยู่ที่ 50 เซนติเมตร และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขั้นอีก เนื่องจากยังมีน้ำจากลำห้วยสาธารณะที่อยู่ขนาบข้างหมู่บ้านหนุนสูงอยู่ขณะที่ล่าสุดชาวบ้านร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหนองจ๊อม เร่งบรรจุทรายลงกระสอบอีกกว่า 2,000 ลูก ขนใส่เรือนำไปช่วยเหลือบ้านที่ยังต้องการ นำไปปิดกั้นเพิ่มความสูงของแนวกระสอบทรายเดิม ป้องกันน้ำเข้าบ้านมากกว่านี้ หลังมีแนวโน้มระดับน้ำจะหนุนสูงอีก ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จัดเตรียมอาหารน้ำดื่ม นำขึ้นเรือท้องแบนไปแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อน ร.อ.คำรณ โมจรินทร์ ประธานหมู่บ้านทหาร บอกว่า ฝนที่ตกหนัก ประกอบกับมีมวลน้ำไหลจากลำน้ำแม่กวง จากเหตุการณ์พนังกั้นน้ำแตกเมื่อวันที่ 2 ส.ค. ทำให้น้ำเข้าท่วมหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ได้รับผลกระทบทั้งหมด 98 หลัง ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ทั้งเรื่องการเข้าห้องน้ำ อาหารการกิน […]

ปภ.รายงานเกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 13 จังหวัด คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย

วันที่ 5 ส.ค.63 เวลา 09.30 น. กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเกิดน้ำไหลหลากจากอิทธิพลพายุ “ซินลากู” (SINLAKU) ในพื้นที่ 13 จังหวัด ได้แก่ น่าน อุตรดิตถ์ ลำปาง พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ แพร่ พิษณุโลก เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี นครพนม และกาฬสินธุ์ รวม 13 จังหวัด รวม 45 อำเภอ 109 ตำบล 459 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 20,622 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 3 ราย (หนองบัวลำภู พิษณุโลก อุดรธานี) ผู้บาดเจ็บ 1 ราย (พิษณุโลก) ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร […]

ผวจ.ลำปาง นำภาครัฐ เอกชน ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ บรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัยที่ อ.วังเหนือ

ผวจ.ลำปาง พร้อมทีม จนท. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรมูลนิธิเพื่อการกุศล ร่วมนำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคลงพื้นที่มอบช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอวังเหนือ หลังระดับน้ำในพื้นที่ลดระดับกลับสู่ภาวะปกติ ตามที่ในหลายเขตท้องที่ของอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ได้เกิดฝนตกชุกหนาแน่นและต่อเนื่องกันเป็นเวลานานหลายวัน เมื่อห้วงระหว่างวันที่ 1 – 3 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยเป็นผลอันเนื่องมาจากอิทธิพลของพายุชินลากู ซึ่งได้ส่งผลทำให้น้ำบริเวณพื้นที่สูงหลายพื้นที่มีปริมาณสะสมเพิ่มมากขึ้นฉับพลัน และได้ไหลลงสู่พื้นที่ต่ำรวมสมทบเข้ากับมวลน้ำสาขา ไหลลงไปตามลำน้ำแม่วังผ่านท้องที่หลายตำบลของอำเภอวังเหนือ จนเกิดอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทำการเกษตรของประชาชน ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเรือนราษฎร สิ่งสาธารณประโยชน์ รวมทั้งพืชผลและพื้นที่ทำการเกษตร โดยเบื้องต้นจากการสำรวจมีราษฎรในพื้นที่อำเภอวังเหนือรวมกว่า 400 หลังคาเรือน ในเขตท้องที่ 5 ตำบล 31 หมู่บ้าน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยครั้งนี้ หลังระดับน้ำลดหลายหน่วยงานทุกภาคส่วนได้ร่วมระดมกำลัง เข้าให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจของชาวบ้าน และเร่งปรับปรุงสภาพพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว ล่าสุดช่วงเย็นวานนี้ (04 สิงหาคม 2563) นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย นายก่อพงษ์ โกมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง รวมทั้งผู้ตรวจราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอำเภอวังเหนือ กิ่งกาชาดอำเภอวังเหนือ […]

ปภ.รายงานเกิดวาตภัยในพื้นที่ 13 จังหวัด สถานการณ์คลี่คลายแล้ว เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย

วันที่ 5 ส.ค. 63 เวลา 09.30 น. กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเกิดวาตภัยในพื้นที่ 13 จังหวัด ได้แก่ อำนาจเจริญ สุรินทร์ ตราด จันทบุรี สุราษฎร์ธานี พังงา ระนอง นครศรีธรรมราช ชุมพร ภูเก็ต กระบี่ สงขลา และตรัง รวม 49 อำเภอ 198 ตำบล 656 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 2,510 หลัง ผู้เสียชีวิต 4 ราย (นครศรีธรรมราช และภูเก็ต 1 ราย สุราษฎร์ธานี 2 ราย) ผู้สูญหายจากเรือล่ม 3 ราย (สุราษฎรธานี) ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัดซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว […]

น้ำป่ามา น้ำใจตามอย่างไม่ขาดสาย จนท.หลายหน่วย เร่งช่วยกันซับน้ำตาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดลำปาง

วันที่ 4 ส.ค. 63 พล.ต.จิราวัฒน์ จุฬากุล ผบ.มทบ.32 ผบ.ศบภ.มทบ.32 พ.อ.สัณธวัฒน์ รอง ผบ.มทบ. พ.อ.ถิรวัฒน์ฯ รอง เสธ. พ.อ.เกรียงศักดิ์ฯ ผบ.ศฝ.นศท. พ.อ.อลงกตฯ หก.กกร. ร่วมกับ พ.ต.อ.วิภาส แสงศศิธร ผกก.สภ.วังเหนือ , กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ,องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัด ชป. ประกอบด้วย ชป.ร้อย.มทบ.ฯ ศฝ.นศท.ฯ ร้อย.พล. สร.ฯ นศท.รร.วังเหนือ วิทยา พร้อมด้วย จนท.ปภ.ในพื้นที่ จ.ลำปาง เข้าช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำป่าไหลหลาก โดย 2 ชป. เข้าช่วยเหลือ ณ ม.6 วัดบ้านใหม่ อ.วังเหนือ และ 1 ชป. เข้าช่วยเหลือ ณ ม.7 บ้านแม่เฮียว อ.วังเหนือ […]

(มีคลิป) มวลน้ำจากเวียงป่าเป้าเข้าท่วมอำเภอแม่สรวย คาดผ่านหลายอำเภอก่อนลงน้ำโขง

เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา มวลน้ำจากอำเภอเวียงป่าเป้าไหลเข้าท่วมพื้นที่หลายตำบลของอำเภอแม่สรวย เทศบาลตำบลแม่สรวยต้องเคลื่อนย้ายคนป่วยคนชราไปอยู่ในที่ปลอดภัย พร้อมเตือนประชาชนให้เร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง โดยฝ่ายปกครองอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ร่วมกับเทศบาลตำบลแม่สรวยและอาสากู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจ ระดมกำลังเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในเขตเทศบาลตำบลแม่สรวย บริเวณด้านหลังที่ว่าการอำเภอแม่สรวย ที่ถูกมวลน้ำที่ไหลมาจากอำเภอเวียงป่าเป้าเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและย่านเศรษฐกิจ โดยเจ้าหน้าที่และอาสากู้ภัย ได้เร่งย้ายคนชราหรือผู้ป่วยติดเตียง ออกจากบ้าเนรือนที่คาดว่าน่าจะท่วมหนัก ให้ไปอยู่ในที่ๆปลอดภัย เพราะเชื่อว่าคืนนี้มวลน้ำขนาดใหญ่จะมาถึงและระดับน้ำที่ท่วมก็จะสูงมากขึ้น นายอาคม จันต๊ะมา นายกเทศมนตรีตำบลแม่สรวย กล่าวว่า มวลที่มาจากอำเภอเวียงป่าเป้า ไหลหลากเข้าท่วมไล่มาตั้งแต่ตำบลท่าก๊อ ตำบลแม่พริก และมารวมกันหนักสุดในเขตเทศบาลตำบลแม่สรวย ซึ่งเป็นศูนย์รวมของสถานที่ราชการและย่านเศรษฐกิจของอำเภอ ขอให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม ขนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูงทันทีมากกว่า 1.5 เมตร จึงจะพ้นจากมวลน้ำที่กำลังทะลักลงมา รายงานว่า หลังจากหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอแม่สรวยแล้ว มวลน้ำจะไหลลงต่อเข้าสู่พื้นที่อำเภอแม่ลาว และอำเภอเมืองเชียงราย ก่อนจะไหลลงแม่น้ำกกในเขตอำเภอเมืองเชียงราย แล้วน้ำในแม่น้ำกกจะไหลลงแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงแสนต่อไป

1 … 422 423 424 425 426 … 437