72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

แม่สรวยวิกฤตหนัก มวลน้ำแม่ลาวไหลทะลักท่วมอำเภอ สั่งเข้มทุกหน่วยงานช่วยเหลือประชาชนเร่งด่วน

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2563 นางวันดี ราชชมภู นายอำเภอแม่สรวย ได้สั่งการด่วนไปยัง นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง (ยกเว้น อบต.วาวี) หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่สรวย และมูลนิธิกู้ชีพ/กู้ภัยทุกแห่ง เนื่องจากวิกฤตหนักระดับน้ำแม่ลาวได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จากผลกระทบพายุซินลากู ทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากฉับพลัน พร้อมกันนี้ได้รับแจ้งเตือนจากห้องปฎิบัติการเฝ้าระวังและเตือนภัยน้ำหลาก-ดินถล่ม จากสำนักวิจัยพัฒนาและอุทกวิทยา(สวพ.) กรมทรัพยากรน้ำ(ทน.)แจ้งสถานการณ์น้ำฝนวันที่ 4 สิงหาคม 2563 เวลา 16.04 น. เตือนภัยอพยพ(แดง) ด้วยระดับน้ำในพื้นที่บ้านแม่สรวย ต.แม่สรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ระดับน้ำได้สูงถึง 5.53 เมตร ในระดับวิกฤต 5.50 เมตร โดยนายอำเภอแม่สรวยสั่งการแจ้งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในสังกัดในเขตอำเภอแม่สรวย เตรียมความพร้อมอพยพและช่วยประชาชนทันทีที่เกิดวิกฤต และให้ปฎิบัติตามแผนเผชิญเหตุการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกขั้นตอน ขณะรายงานข่าวกระแสน้ำแม่ลาวยังหนุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีท่าทีจะลดระดับแต่อย่างใด โดยทางอำเภอได้เตรียมความพร้อมอพยพประชาชนในพื้นที่ตำบลแม่สรวยไว้แล้ว และได้สั่งการให้ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานทะเบียน ขนย้ายวัสดุสิ่งของและเอกสารสำคัญขึ้นไว้บนที่สูงปลอดภัย เนื่องจากท้องทะเบียนอยู่บนพื้นที่ต่ำ โดยอำเภอแม่สรวยได้เตรียมการพร้อมติดตั้งโรงครัวพระราชทานในวันพรุ่งนี้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อน สำหรับสถานการณ์โดยรวมทั้งสะพาน ถนน บางแห่งถูกน้ำท่วม ไม่สามารถสัญจรได้ […]

ศบภ.มทบ.38 จัดกำลังพลซ่อมสร้างสะพานชั่วคราวซึ่งเป็นทางผ่าน 2 หมู่บ้านที่ประสบอุทกภัยจากน้ำป่าไหลหลาก พร้อมมอบถุงยชีพให้ชาวบ้านวนาไพร

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563 เวลา 10.00 น. พลตรี สมชาย ทาวงศ์มา ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 / ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 มอบหมายให้ พันเอก นิรันดร์ชัย ทิพย์กาญจนกุล เสนาธิการ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 พร้อมด้วย พันโทบัณฑิต ชาวกัณหา ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่15 กรมทหารม้าที่ 2 นำกำลังพล จิตอาสา พร้อมยุทโธปกรณ์ จาก กองพันทหารม้าที่15 กรมทหารม้าที่ 2 ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากที่รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน “ซินลากู” ในพื้นที่บ้าน อ.เวียงสา พบเสียหา 4 หลังคาเรือน และห่อเลี้ยงปลาหมู่บ้านจำนวน 4 บ่อ ไฟฟ้าในหมู่บ้านยังตัดอยู่ ในการนี้ได้ซ่อมสร้างสะพานชั่วคราวซึ่งเป็นทางผ่าน 2 หมู่บ้าน (บ้าน.สาลี่ และ บ้าน.วนาไพร ตำบล.น้ำมวบ อำเภอ.เวียงสา) ,โดยจัดชุดแพทย์เดินเท้าจาก […]

นายอำเภอเวียงสา ร่วมดำเนินการสร้างสะพานไม้ไผ่(ขัวแตะ) เพื่อใช้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อชั่วคราว

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ภายใต้การอำนวยการของนายวรกิตติ ศรีทิพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน , นายสัมฤทธิ์ สวามิภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน , นายนิวัฒน์ งามธุระ ปลัดจังหวัดน่าน , นายเกรียงไกร เวชอนุรักษ์ นายอำเภอเวียงสา มอบหมายให้นายจวน จันเครื่อง ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยสมาชิกอส.ร้อยฯเวียงสา ร่วมกับนายกฯ จนท.อบต.น้ำมวบ ทหาร ม.พัน.15 กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนในพื้นที่ตำบลน้ำมวบ ร่วมดำเนินการสร้างสะพานไม้ไผ่(ขัวแตะ) เพื่อใช้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อชั่วคราวในการให้ความช่วยเหลือประชาชนบ้านวนาไพร ม.7 ต.น้ำมวบ อ.เวียงสา จ.น่าน จากเหตุการณ์ฝนตกหนัก น้ำลำห้วยสาลี่ไหลหลากเซาะตัวสะพานลำห้วยสาลี่ขาด ไม่สามารถใช้สัญจรได้ เมื่อวันที่ 2 ส.ค 63 ที่ผ่านมา ณ บ้านวนาไพร ม.7 ต.น้ำมวบ อ.เวียงสา จ.น่าน

นอภ.หญิง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหลังมวลน้ำแม่ลาว ท่วมหลายพื้นที่ใน อ.แม่สรวย

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์พายุซินลากู ทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากฉับพลัน เป็นเหตุให้กระแสน้ำแม่ลาวไหลเอ่อสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลทำให้น้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างหลายหมู่บ้านในพื้นที่อำเภอแม่สรวย นางวันดี ราชชมภู นายอำเภอแม่สรวย ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม ร่วมแจกข้าวกล่อง น้ำดื่ม ร่วมกับชุดเหยี่ยวไฟ กรมป่าไม้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยในเขตตำบลแม่พริกหลายครัวเรือนสำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอแม่สรวยเป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบไปหลายหมู่บ้าน เช่น หมู่ที่ 5 และ 7 ต.แม่สรวย หมู่ที่ 7 ต.แม่พริก หมู่ที่ 1, 2 และ 7 ต.ศรีถ้อย หมู่ที่ 3 และ 6 ต.วาวี และหมู่ที่ 3 และ 5 ต.ท่าก๊อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน โดยทางอำเภอแม่สรวย ได้แจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม เร่งสำรวจความเสียหาย และรายงานอำเภอทราบโดยด่วน เพื่อดำเนินการช่วยเหลือต่อไป

น้ำท่วมเวียงป่าเป้าเริ่มคลี่คลาย ทหารเร่งช่วยเหลือประชาชน เตือนปลายน้ำระวัง

เวลา 13.30 น. วันที่ 4 ส.ค. 63 ปริมาณน้ำฝนที่ลดลน้อยลงมาตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ ทำให้ช่วงบ่ายสถานการณ์น้ำท่วมที่อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เริ่มคลี่คลายมากขึ้น น้ำป่าที่ซัดถนนสายเชียงราย-เชียงใหม่ขาด เริ่มลดปริมาณลงจนเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงสามารถนำเครื่องจักรทำการถมดินทำถนนขึ้นมาใหม่ โดยคาดว่าภายในเย็นวันนี้น่าจะเปิดให้รถทุกชนิดวิ่งผ่านเส้นทาง เชียงราย-แม่สรวย-เวียงป่าเปา-ดอยสะเก็ด-เชียงใหม่ ได้ตลอดทั้งสาย ส่วนน้ำที่ท่วมบ้านเรือนและไร่นาของในพื้นที่ มีแนวโน้มว่าจะค่อย ๆ ลดลง แต่สถานการณ์โดยรวมยังน่าเป็นห่วง หลายจุดน้ำยังไหลเชี่ยวแรง โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านหนองยาว ม.14 ตำบลเวียง อำเภอเวียงป่าเป้า ทำให้ยังเป็นอุปสรรคในการเข้าไปช่วยเหลือเด็กและคนชราที่ติดอยู่ในบ้านเรือน ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและอาสากู้ภัยก็สามารถช่วยออกมาได้หมดแล้ว โดยมวลน้ำจากอำเภอเวียงป่าเป้า จากนี้จะไหลลงไปในพื้นที่อำเภอแม่สรวย และต่อเนื่องไปที่อำเภอแม่ลาว ก่อนจะไหลลงแม่น้ำกกที่อำเภอเมืองเชียงราย ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำลาวในพื้นที่ทั้ง 3 อำเภอขอให้ติดตามข่าวสารของทางราชการ และเฝ้าระวังระดับน้ำที่อาจจะเอ่อไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรได้ แต่ประเมินแล้วคาดว่าจะไม่รุนแรงเหมือนกับที่อำเภอเวียงป่าเป้า ด้านศูนย์บรรเทาสาธารณะภัย มลฑ,ทหารบกที่ 37 โดย พล.ต. สัชฌาการ คุณยศยิ่ง ผบ.ศบภ.มทบ.37 มอบหมายให้ พ.อ. สิงหนาท โลสุยะ รอง เสธ.มทบ.37 พร้อมด้วย เทศบาล ต.เวียงกาหลง เข้าเยี่ยม […]

“หนองจ๊อม” โดนหางเลข น้ำแม่กวงทะลัก เหตุฝายแตก จากฝั่งสันทรายหลวงท่วม 5 หมู่บ้าน เทศบาลฯเร่งช่วย

จากผลพวงของฝายลำน้ำแม่กวงแตกและถนนถูกตัดขาดพื้นที่สันนาเม็ง ส่งผลให้ที่ราบลุ่มเช่นเขตสันทรายหลวงและหนองจ๊อม อ.สันทรายพื้นที่ได้รับผลกระทบ น้ำไหลบ่าทะลักจากลำน้ำเข้าบ้านเรือนราษฏรและท่วมถนนหนทาง เนื่องจากกระแสน้ำมาเร็วและระบายไม่ทัน ล่าสุดพื้นที่เทศบาลตำบลหนองจ๊อมกว่า 5 หมู่บ้าน กำลังได้รับความเดือนร้อนเนื่องจากท่วมขัง นายอนันต์ คำชัยวงค์ นายกเทศมนตรีตำบลหนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ สั่งระดมเจ้าหน้าที่พร้อมกับหน่วยบรรเทาสาธารณภัยของเทศบาลฯ และประสานกับผู้นำชุมชนเพื่อให้การช่วยเหลือราษฏรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ไหลล้นบ่าเข้าสู่พื้นที่ตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค. 2563 ที่ผ่านมา อันเป็นผลพวงและสาเหตุจากฝายกั้นน้ำแตกในเขตพื้นที่ของเทศบาลตำบลสันนาเม็ง อ.สันทราย กระแสน้ำได้ ไหลบ่าสู่พื้นที่ของเทศบาลตำบลสันทรายหลวง และทะลังอย่างรวดเร็วสู่พื้นที่ของตำบลหนองจ๊อม หลายพื้นที่ ขณะนี้รวมทั้งหมด 5 หมู่บ้าน ที่ได้รับผลกระทบและเร่งให้การช่วยเหลือ และหากปริมาณน้ำฝนยังตกอย่างต่อเนื่องและหนักในวันนี้ จะทำให้ปริมาณน้ำสะสมเพิ่มมากขึ้น จึงแจ้งเตือนราษฏรให้ยกของมีค่าสู่ที่สูงและเตรียมกำลังพลพร้อมเจ้าหน้าที่ได้คอยให้ความช่วยเหลือไว้แล้ว นายกเทศมนตรีตำบลหนองจ๊อม กล่าวอีกว่า ขณะนี้ในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบ คือ หมู่ที่ 2 บ้านนางเหลียว หมู่ 3 บ้านบ้านโป่งสันป่าสัก หมู่ 4 บ้านท่าเกวี๋ยน หมู่ 5 บ้านแม่แก้ดหลวง และหมู่ 8 บ้านหนองไคร้หลวง น้ำได้ไหลเอ่อล้นเข้าพื้นที่ไปแล้ว เทศบาลฯ ได้นำข้าวกล่องออกไปแจกจ่ายและทำการช่วยเหลือ […]

เทศบาลเมืองน่าน เร่งระบายน้ำออกจากเขตเศรษฐกิจ หลังน้ำน่านได้เพิ่มระดับสูงขึ้นและปริมาณอย่างรวดเร็ว จากพายุซินลากู

เทศบาลเมืองน่าน เร่งระบายน้ำออกจากเขตเศรษฐกิจเทศบาลเมืองน่าน หลังจากที่อิทธิพลของพายุชินลากูได้เกิดฝนตกในพื้นที่จังหวัดน่านอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์กลางอยู่ที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน ส่งผลทำให้ระดับน้ำตามลำห้วย น้ำสาขาแม่น้ำน่านและไหลลงสู่แม่น้ำน่านจนน้ำน่านได้เพิ่มระดับสูงขึ้นและปริมาณอย่างรวดเร็ว โดยที่สถานีวัดระดับน้ำ N1 กาดแลง เขตเทศบาลเมืองน่านวัดได้ 4.57 เมตร เมื่อเวลา 15.00น. สูงขึ้นชั่วโมงละ 10 เซนติเมตร จากที่จุดวิกฤตอยู่ที่ 7 เมตร นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน สั่งการให้เจ้ารวมกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองน่าน เร่งสูบน้ำจากใเขตเศรษฐกิจโดย เมื่อเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563 เวลา 06.00 น. ที่บริเวณลานต้นโพธิ์หน้าโรงเรียนสัตศรีน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ได้เปิดเครื่องสูบน้ำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง นอกเหนือจากที่เครื่องสูบน้ำไฟฟ้าขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร ที่ประตูระบายน้ำคลองเจ้าฟ้า บ้านพวงพะยอมเปิดพร้อมกัน จำนวน 3 เครื่อง เพื่อระบายน้ำออกจากตัวเทศบาลเมืองน่าน ไม่ให้น้ำเข้าพื้นที่เศรษฐกิจ หากระดับน้ำน่านขึ้นสูงถึง 5.50 เมตรก็จะปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด […]

ปภ.รายงานเกิดน้ำไหลหลาก จากอิทธิพลพายุ “ซินลากู” (SINLAKU) ในพื้นที่ 13 จังหวัด เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว

วันนี้ 4 ส.ค. 63 เวลา 09.30 น. กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงาน เกิดน้ำไหลหลากจากอิทธิพลพายุ “ซินลากู” (SINLAKU) ในพื้นที่ 13 จังหวัด ได้แก่ น่าน อุตรดิตถ์ ลำปาง พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ แพร่ พิษณุโลก เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี นครพนม และกาฬสินธุ์ รวม 32 อำเภอ 72 ตำบล 284 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,689 ครัวเรือน เสียชีวิต 3 ราย (หนองบัวลำภู พิษณุโลก อุดรธานี) บาดเจ็บ 1 ราย (พิษณุโลก) พื้นที่การเกษตรเสียหาย 38,190 ไร่ ปลาในกระชัง […]

จ.น่าน เร่งช่วยเหลือหมู่บ้านสะพานขาด พร้อมลงพื้นที่ให้กำลังใจ สำรวจความเสียหาย

ที่บ้านวนาไพร หมู่ที่ 7 ตำบลน้ำมวบ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน นายวรกิตติ ศรีทิพากร ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน มอบหมายให้ นายเกรียงไกร เวชอนุรักษ์ นายอำเภอเวียงสา พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามการช่วยเหลือประชาชนในหมู่บ้าน โดยเร่งสร้างสะพานชั่วคราว สำหรับเดินเท้าข้ามสัญจรไปมา เร่งซ่อมระบบน้ำประปาภูเขาที่ถูกน้ำป่าพัดเสียหายพร้อมกับสะพาน เปิดเส้นทางที่มีดินโคลนถล่มทับเส้นทาง และเร่งซ่อมระบบไฟฟ้า นายเกรียงไกร เวชอนุรักษ์ นายอำเภอเวียงสา กล่าวว่า ได้เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนทั้งด้านเสบียงอาหาร น้ำดื่ม สำหรับยังชีพแล้ว โดยมีผู้ได้รับผลกระทบ 47 ครัวเรือน 164 คน เบื้องต้นประชาชนยังสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ทั้งนี้ทางจังหวัดน่าน และปภ.น่าน ได้ประสานขอรับการสนับสนุนสะพานแบรี่จาก ปภ.เขต 15 เชียงราย ซึ่งวันนี้ได้ลงพื้นที่สำรวจ ประเมินแนวทางการติดตั้งสะพานแล้ว โดยในวันพรุ่งนี้ทางที่ว่าการอำเภอเวียงสา พร้อมด้วยผู้นำชุมชน ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะได้ร่วมกันสร้างสะพาน สำหรับใช้ในการสัญจรไปมาชั่วคราวก่อน และทางอำเภอจะเร่งสำรวจพื้นที่ความเสียหาย พร้อมจัดตั้งโรงทานช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยในระยะแรกนี้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำมวบ จะช่วยเหลือในการนำถุงยังชีพมาแจกจ่ายให้ประชาชนในหมู่บ้าน ด้านนายศักดิ์ ดวงจันทร์ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านวนาไพร […]

ปิดแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง “ถ้ำน้ำลอด” และ “น้ำตกแพมบก” ชั่วคราว พร้อมสั่งเตือนภัยระวังน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ อ.ปางมะผ้า และ อ.ปาย

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 นายนิกร แก้วโมรา หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย เปิดเผยว่าขณะนี้ สถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก จากพายุดีเปรสชั่น ซินลากู โดยพบว่าเมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 3 สิงหาคม 2563 สะพานไม้ที่เชื่อมต่อระหว่างศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าถ้ำลอด และวัดป่าถ้ำลอด บ้านถ้ำลอด ต.ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน โดนน้ำป่าพัดจนขาด จนใช้การไม่ได้ ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย เข้าไปให้การช่วยเหลือชาวบ้านและผู้ประสบภัย โดยขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบ และ ให้ จนท.แจ้งเตือนนักท่องเที่ยว ให้งดเที่ยวชมถ้ำน้ำลอด อ.ปางมะผ้า น้ำตกแพมบก อ.ปาย เป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะเป็นปกติ เนื่องจากขณะนี้กระแสน้ำป่าได้ไหลหลากลงพื้นที่ลุ่มในเขตเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย ซึ่งขณะนี้ได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็ว ในการออกให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยไว้แล้ว โดยสามารถติดต่อได้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย    

“ฝันดี-ฝันเด่น” นำทีมกู้ภัยใจถึงใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ร่วมกับ กู้ภัยวังเหนือ เข้าช่วยเหลือสามเณรที่ติดอยู่ในอาคารเรียน และชาวบ้าน ผู้สูงอายุ ในพื้นที่น้ำท่วม อ.วังเหนือ ชาวบ้านแห่ให้กำลังใจ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 ส.ค. 63 เจ้าหน้าที่กู้ภัยทีมใจถึงใจคนไทยไม่ทิ้งกัน นำโดย นายฝันดี และนายฝันเด่น จรรยาธนากร สองฝาแฝด พร้อมเจ้าหน้าที่ 10 นาย ร่วมกับทีมกู้ภัยวังเหนือ นำโดย ว่าที่ ร.ต.คฑา ลีลายุทธ หัวหน้ากู้ภัยวังเหนือ ได้นำเรือท้องแบน จำนวน 2 ลำเข้าให้การช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดอยู่ภายในบ้าน หลังจากเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่บ้านใหม่ หมู่ 6 ต.วังเหนือ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ประมาณ 5 คน และสามเณรน้อยอีก 4 รูป ติดอยู่บนอาคารเรียน ไม่สามารถเดินลุยน้ำออกมาได้ เพราะระดับน้ำมีความสูงตั้งแต่ 1.50-2 เมตร ส่วนสามเณร 50 กว่ารูป ที่พอเดินลุยน้ำออกมาได้ เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันลำเลียง โดยให้เดินจับมือกันเป็นแถวยาวออกทางข้างวัดได้อย่างปลอดภัย ซึ่งมีทีมแพทย์จาก สาธารณสุข อ.วังเหนือ และ รพ.วังเหนือ เข้าทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด […]

(มีคลิป) เชียงรายอ่วม น้ำท่วมหนักเสียหายกว่าหมื่นหลัง

วันที่ 3 ส.ค. 63 นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ร่วมกับ กอ.รมน.จ. เชียงราย โดย พ.อ.พศิน แสงคำ รอง ผอ.กอ.รมน.จ.เชียงราย และ จนท.ปภ.ในพื้นที่ อ.เวียงเป่าเป้า หลังจากที่่ได้เกิดน้ำท่วมที่ ถนนเลข 118 เส้นทางเชื่อมต่อระหว่าง เชียงราย กับ เชียงใหม่ ถูกตัดขาดหลายจุด เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักติดต่อกัน ซึ่งในวันนี้ปริมาณน้ำฝนได้ลดลง แต่ระดับน้ำยังคงรอการระบาย จึงได้ตั้งศูนย์อำนวยการตามจุดต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนเรื่องที่พัก อาหาร น้ำดื่ม และเก็บข้าวของไปไว้ในที่ปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ ขณะที่บนถนนบริเวณด้านหน้าที่ว่าการ อ.เวียงเป่าเป้า ระยะทางประมาณ 100 เมตรถูกน้ำท่วมสูงจนรถสัญจรผ่านไปมาไม่ได้ นายประจญ กล่าวว่า เหตุอุทกภัยครั้งนี้ เกิดจากเหตุฝนตกอย่างต่อเนื่องในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีการสะสมของน้ำบนภูเขาได้ไหลทะลักลงมาอย่างรวดเร็วและมีปริมาณมาก แต่ช่วงเย็นวันนี้ฝนเริ่มลดลงและตนได้รับการรายงานจากอุตุนิยมวิทยาว่าทิศทางของพายุเริ่มเปลี่ยนไป ทำให้มีฝนตกน้อยลง แต่ยังคงมีน้ำที่สะสมลงมารวมกันมากอยู่ คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม ค่ำนี้น้ำจะมีการระบายลงไปเรื่อย ๆ […]

1 … 423 424 425 426 427 … 437