30

แม่ค้าลิ้นจี่พร้อม วันที่ 1 มิ.ย. กระตุ้นยอดขายดีขึ้นแน่นอน ซื้อของใช้จำเป็นและลดค่าใช้จ่ายค่าครองชีพ

วันที่ 29 พค 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเสียงของประชาชนที่เป็นทั้งแม่ค้าขายลิ้นจี่ และคนได้รับสิทธิ์ ไทยช่วยไทยพลัสของรัฐบาล จะสามารถเริ่มใช้สิทธิ์ได้ในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ นางอำไพ กายี แม่ค้าขายลิ้นจี่ จากอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ นำมาจำหน่ายหน้าโรมแรมสมายส์ ล้านนา ถนนช่างหล่อ ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าทางร้านได้เข้าวมกับโครงการไทยช่วยไทยพลัสเรียบร้อย กำลังจะปรินป้ายขนาดใหญ่มาติด ไว้เพื่อให้ลูกค้าทราบ เพราะที่่ผ่านมามมีลูกค้าหลายรายเข้ามาสอบถามต่อเนื่อง เห็นได้ว่ามีประชาชนสนใจจะใช้จำนวนมาก ตอนนี้ก็ตั้งหน้าตั้งรอแค่วันเริ่มใช้สิทธิ์ วันที่ 1 มิถุนายนนี้ คาดจะทำให้ยอดขายจากเดิมที่จะเงียบๆไปกลับมาคึกคักยอดขายดีขึ้น ด้านนางสาวอริยา ศรีวะอุไร แม่ค้าขายเมล่อน จากจังหวัดลำพูน และเป็นผู้ได้รับสิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส บอกว่าทางร้านยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการทางเจ้าของกำลังดำเนินการไปสมัคร เพราะแต่ละวันจะมีลูกค้าแวะมาซื้อและสอบถามว่าได้เข้าโครงการหรือไม่ เป็นที่น่าสนใจมากของประชาชนต้องการใช้สิทธิ์ หากได้ร่วมเข้าร่วมคาดว่่ายอดขายดีขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนตนเองได้รับสิทธิ์อีกครั้งถือว่่าดีมากๆ เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายครองชีพในแต่ละวันลงไปได้ โดยเฉพาะการซื้อของใช้ส่วนตัว ของใช้ในบ้านต่างๆ ใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็น เพราะทุกวันนี้ข้าวของแพงขึ้น พอเริ่มลงทะเบียนวันแรกกรีบเข้าไปแต่เช้าเพื่อยืนยันตัวตน ตอนนี้ก็รอเพียงวันที่ 1 มิถุนายนนี้ เท่านั้น อย่างน้อยช่วง 4 เดือนนี้ค่าใช้จ่ายประจำวันจากที่จ่ายเต็มก็ลดลงไปได้

ชาวบ้านแห่เก็บแมงมัน เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน กิโลกรัมสองพันบาท

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 28 พ.ค.69 ที่ริมถนนสายเชียงใหม่-ลำพูน ต้นยางสายเก่า ชาวบ้าน ตำบลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ออกเก็บแมงมัน หรือมดดิน กันอย่างคึกคักเพราะเข้าสู่ฤดูฝนและฝนตกติดต่อกันหลายวันแมงมันจึงกัดดินออกจากโพรงใต้ดินเพื่อออกมาผสมพันธุ์กันตามธรรมชาติและเป็นอาหารยอดฮิตของชาวบ้านเช่นนำไปทอด ตำน้ำพริก นำไปใส่แกง ฯลฯ โดยชาวบ้านจะเตรียมไฟฉาย เทียนไข ไว้ส่องสว่างในเวลากลางคืนเพื่อล่อแมงมันออกมาจากรู ถ้าพบรูแมงมันก็จะนำขี้เถ้ามาโรยรอบรูที่แมงมันออกมาเพื่อไม่ให้แม่แมงมันซึ่งมีขนาดเล็กกัด พอแมงมันตัวเมืยซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าแม่แมงมันคล้ายมดง่ามออกจากรูมาก็จะนำคีมไปคืบใส่ขวด บ้างก็นำไซคล้ายไซดักปลา มาดักให้แมงมันบินเข้าไปในไซ และออกมาไม่ได้ บ้างก็รอเก็บตามเสาไฟฟ้า หรือในบ้าน ปัจจุบันแมงมันตัวเมียจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 1500-2,000 บาท แล้วแต่ละพื้นที่จะเก็บได้มากน้อยขนาดไหน ซึ่งแต่ละปีจะเก็บได้ครั้งหนึ่งเป็นอาหารโปรตีนให้กับชาวบ้าน แมงมันตัวเมืยจะมีความมันในตัวของมันเองทำให้เป็นที่ต้องการของชาวบ้านเป็นอย่างมาก

เปิดทางร้านอาหารเข้าร่วม “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี เริ่มใช้สิทธิ 15 มิ.ย. นี้

วันนี้ (25 พฤษภาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าขยายมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” สู่ระบบฟู้ดเดลิเวอรี เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้ร้านอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชันเดลิเวอรีได้ง่ายขึ้น สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในยุคดิจิทัล และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง รองโฆษกฯ กล่าวว่า ประชาชนจะสามารถเริ่มใช้สิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 – 21.00 น. โดยร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการประเภทอาหารและเครื่องดื่ม สามารถเข้าร่วมผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีได้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ร้านค้าจะสามารถดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โดยต้องดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปฯ ถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด จากนั้นกดแบนเนอร์ “โครงการฟู้ดเดลิเวอรี” บนแอปฯ เพื่อยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข ก่อนเลือกผู้ให้บริการแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ต้องการเข้าร่วม เมื่อผ่านขั้นตอนดังกล่าว ร้านค้าจะสามารถรับคำสั่งซื้ออาหารและเครื่องดื่มจากประชาชนผ่านระบบเดลิเวอรีได้ โดยแพลตฟอร์มจะจัดไรเดอร์เข้ารับสินค้าและจัดส่งถึงผู้บริโภคตามปกติ ขณะที่ร้านค้าสามารถตรวจสอบประวัติการรับเงินได้ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” รัฐบาลคาดว่าการเชื่อมโยงโครงการไทยช่วยไทย […]

สันกำแพงเปิดตลาดนัด “ไทยช่วยไทย” นัดที่ 3 ถึงฝนตกก็ไม่หวั่น ประชาชนแห่ซื้อของราคาประหยัด

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไปถึงเย็น ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติที่ว่าอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ โดยนายคเณศ คำนนท์ นายอำเภอสันกำแพง พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ อรุณโสตถิกุล ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ปลัดอำเภอด้านเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่ และ อส.ท่องเที่ยว ร่วมอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการและประชาชนที่มาจำหน่ายและเลือกซื้อสินค้าราคาประหยัดตามโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดภาระลดค่าครองชีพ มีกิจกรรมพิเศษจากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอสันกำแพง เปิดรับสมัครสมาชิกกองทุนบทบาทสตรี นำโดย นางประนอม พานิชเจริญ พัฒนาการอำเภอสันกำแพง พร้อมด้วยประธานคณะกรรมการพัฒนาบทบาทสตรีระดับอำเภอสันกำแพง กลุ่มสตรีตำบล หมู่บ้าน ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กันอย่างคึกคัก โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของรัฐบาล บูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมการปกครอง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับห้างค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่ (modern Trade) และ สินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) รวมถึงผู้ผลิตและจำหน่ายในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันมากกว่า 3000 รายการ ซึ่งมีการลดราคาสูงสุดถึง 58 % โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดค่าครองชีพสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน โครงการดังกล่าวเริ่มจำหน่ายสินค้า ตั้งแต่วันศุกร์ที่ […]

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เปิดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ”

วันนี้ (15 พ.ค. 69) เวลา 9.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick-off การจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง” โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง พาณิชย์ เกษตร และเครือข่ายภาคเอกชน นำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดออกจำหน่ายให้ประชาชน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ โดยมี นางณัฐพร มหาไพบูลย์ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ นางณิชพลัฏฐ์ วรรณคำ พัฒนาการจังหวัดเชียงใหม่ นายจักรินทร์ สิรินทรภูมิ นายอำเภอหางดง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคั.ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า รถพุ่มพวงถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนและหมู่บ้าน สามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาถูกได้ถึงครัวเรือน ช่วยประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและค่าเดินทางในการออกไปจับจ่ายซื้อสินค้า โดยภาครัฐได้สนับสนุนค่าดำเนินการด้านน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อช่วยให้เครือข่ายรถพุ่มพวงสามารถกระจายสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับความสนใจจากร้านค้า ผู้ประกอบการ และเครือข่ายภาคเอกชน เข้าร่วมโครงการนำสินค้าราคาประหยัดมาจำหน่ายให้กับประชาชน.สำหรับอำเภอหางดง มีรถพุ่มพวงเข้าร่วมโครงการจำนวน 8 คัน ทั้งรถขนาดใหญ่ […]

สันกำแพง Kick off โครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดภาระค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวงก

วันที่15 พฤษภาคม 2569เวลา 09.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ นายคเณศ คำนนท์ นายอำเภอสันกำแพง เป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick-off การจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง” โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งไปรษณีย์ ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ กลุ่มสตรีแม่บ้าน และเครือข่ายภาคเอกชน ร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้ อย่างคึกคัก พร้อมกันนี้ นายอำเภอสันกำแพงได้ร่วมกันปล่อยขบวนคาราวานรถพุ่มพวงไปตามเส้นทางต่าง ๆ ในพื้นที่อำเภอสันกำแพง ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนเลือกซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก รถพุ่มพวงถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนและหมู่บ้าน สามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาถูกได้ถึงครัวเรือน ช่วยประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและค่าเดินทางในการออกไปจับจ่ายซื้อสินค้า โดยภาครัฐได้สนับสนุนค่าดำเนินการด้านน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อช่วยให้เครือข่ายรถพุ่มพวงสามารถกระจายสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับความสนใจจากร้านค้า ผู้ประกอบการ และเครือข่ายภาคเอกชน เข้าร่วมโครงการนำสินค้าราคาประหยัดมาจำหน่ายให้กับประชาชน สำหรับอำเภอสันกำแพง มีรถพุ่มพวงเข้าร่วมโครงการจำนวน 8 คัน ทั้งรถขนาดใหญ่ และขนาดกลาง เพื่อกระจายสินค้าให้กับประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดจากรถพุ่มพวงและบูธจำหน่ายสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและช่วยเหลือประชาชนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

แม่ค้าและนักศึกษาวิทยาลัยโปลิฯ รอเข้าร่วมไทยช่วยไทยพลัสช่วยกระตุ้นยอดขาย

เชียงใหม่ แม่ค้าและนักศึกษาวิทยาลัยโปลิ รอเข้าร่วมไทยช่วยไทยพลัสช่วยกระตุ้นยอดขาย ช่วยลดค่าใช้พ่อแม่แบ่งเบาภาระได้ดี เคยได้มาแล้ว 1 ครั้งตอนนี้หากเปิดสมัครจะรีบเข้าสมัครแต่เช้าตรู่ทันที เสียงจากแม่ค้าขายขนม น้ำดื่มและของทอด ในวิทยาลัยโปลิเทคนิคลานนา ตำบลป่าตัน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ บอกว่าจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส หรือคนละครึ่งพลัสเดิม ช่วยกระตุ้นยอดขายได้ดีมาก โดยเฉพาะนักศึกษาจะรับประทานใช้จ่ายซื้อมาก ส่วนใหญ่จะไม่ใช้เงินสดจะใช้การโอน จากครั้งแรกไม่ทันเข้าโครงการร้านอื่นเข้าทัน ทำให้ยอดขายลดวูบลงไปเลย แต่หลังจากสมัครผ่านก็ทำให้ยอดขายดีขึ้นแบบทันตาเด็กๆ นักศึกษาหันมาซื้อใช้จ่ายคนละครึ่งมาก จากปกติช่วงเปิดเทอมตกวันละประมาณ 1 หมื่น แต่พอไม่ทันเข้าลดอวบลงไป แต่พอเข้าได้ยอดขายยอดรายได้ขยับขึ้นมาทันทีเพิ่มเป็นเท่าตัว ในครั้งนี้บอกเลยเข้าแอพพลิเคชั่น ดำเนินการสมัครและรอการยืนยันตัวตนจากธนาคารกรุงเทพ เรียกว่าพร้อมมากพร้อมเข้าหากเปิดใช้ ด้านน้อง 2นักศึกษา บอกว่าอายุอยู่ในเกณฑ์ 18 ปี เคยได้เข้าร่วมในครั้งแรก แต่สมัครครั้งแรกไม่ผ่าน มาเข้าครั้งที่ 2 ได้เพิ่มเป็นเท่าตัว ก็รีบใช้จ่ายทันที ช่วยให้ซื้ออาหาร สิ่งของของใช้ได้เพิ่ม ที่สำคัญลดภาระค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ลงไปได้เยอะมาก มาครั้งนี้พร้อมมากหากโครงไทยช่วยไทยพลัสจะเปิดให้ลงทะเบียนก็จะตื่นมาแต่เช้าตรู่เพื่อรีบสมัครอีกครั้ง เพราะตอนนี้ค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้น ข้าวของแพงขึ้นหากได้โครงไทยช่วยไทยพลัสจะดีมาก

‘สนธิรัตน์’ ดีเดย์ปี 63 ดันดีเซล B10 น้ำมันเกรดมาตรฐาน รากฐานพลังงาน “ซับปาล์ม-ปลอดฝุ่น-ประหยัด”

เมื่อวันที่ 1 มกราคม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมต.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวในการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินนโยบายกำหนดน้ำมันดีเซล B10 ให้เป็นน้ำมันเกรดมาตรฐาน ว่า ถือเป็นย่างก้าวสำคัญของรากฐานด้านพลังงานในสังคมไทย ที่รัฐบาลขับเคลื่อนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562 โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป น้ำมันดีเซล B10 จะเป็นหนึ่งในน้ำมันเกรดมาตรฐาน ซึ่งจะสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานไทย 4 ด้าน คือ 1. สร้างสมดุลปาล์มน้ำมันในประเทศทั้งระบบ ราคาปาล์มมีเสถียรภาพ ตามที่สัญญาไว้ก่อนเลือกตั้ง 2. ช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) คิดเป็น 2 ใน 3 ของกำลังการผลิต CPO ในไทย และลดปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียม 3. ช่วยลดมลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ และ 4. ประชาชนจะได้ใช้น้ำมันราคาถูกลง และมีคุณภาพมากขึ้น “นี่คือหมุดหมายสำคัญด้านพลังงานของประเทศไทยที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบในการหันมาใช้ดีเซล B10 แทนที่ B7 พร้อมกันทั้งประเทศ […]

1 177 178 179