เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2563 นายยาพี จูเปาะ นายก อบต.วาวี รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ต้นชาพันปีในวนอุทยานชาพันปี บ้านใหม่พัฒนา ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ได้โค่นล้มลง ในสภาพปลวกแทะรากและลำต้นผุพังเหตุมีอายุนาน ประกอบกับฝนตกติดต่อกันเป็นเวลา 2 วัน ทำให้ดินอุ้มน้ำไม่ไหว รากไม่สามารถยึดได้ จึงได้รายงานแจ้งนายอำเภอแม่สรวยทราบ โดยในเบื้องต้น นางวันดี ราชชมภู นายอำเภอแม่สรวย ได้เสนอให้ อบต.วาวี ทำเรื่องแจ้งไปยังวนอุทยานฯ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย และผู้เกี่ยวข้องทราบซึ่งต้นชาดังกล่าวได้ขึ้นทะเบียนเป็น รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี โดยเบื้องต้นทาง อ.แม่สรวย ได้รายงานผู้ว่าราชการจังหวัดทราบแล้ว
สำหรับต้นชาพันปี เป็นชาป่าพันธุ์อัสสัมที่เก่าแก่ที่สุด อายุประมาณหนึ่งพันปี ขึ้นอยู่ที่วนอุทยานชาพันปี บริเวณสันเขาดอยช้าง-ดอยวาวี บ้านใหม่พัฒนา ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย มีเนื้อที่ประมาณ 4,500 ไร่ โดยได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2549 และถูกจัดเป็น รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี ต้นชาอัสสัมพันปี เชียงรายวนอุทยานชาพันปี เป็นแหล่งที่พบต้นชาพันปีที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย พบจำนวนหลายต้น โดยต้นที่โค่นล้ม เป็นต้นแรกที่ระบุว่าได้ถูกค้นพบและมีอายุเก่าแก่ที่สุด เมื่อเดือน พ.ย.2548 เป็นต้นชาอัสสัม หรือที่เรียกว่าเมี้ยง มีลำต้นสูง แข็งแรง ประมาณ 2-3 คนโอบ เป็นที่พักพิงของพันธุ์ไม้ เช่น กล้วยไม้ มอส เป็นต้น มีขนาดใหญ่กว่าต้นชาพันปีที่เมืองซือเหมา ประเทศจีน และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของท้องถิ่น เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เดินป่า เส้นทางศึกษาธรรมชาติบนดอยวาวีอีกด้วย
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า เคยมีกลุ่มดอยช้างเอ็นดูโร่ ได้นำคณะขึ้นไปสำรวจ พบแหล่งต้นชาต้นใหญ่ ขึ้นเป็นกลุ่ม ประมาณ 40-60 ต้น ต่ดเป็นแหล่งใหม่ที่น่าพัฒนา ในพื้นที่ ม.3 บ้านดอยช้าง ด้านทิศตะวันออกของหมู่บ้าน ระยะทางประมาณ 11 กม. เป็นทางลูกรัง สูงชัน ซึ่งมีคนพบเห็นมานานเช่นกัน และเคยมีชาวบ้านขึ้นไปพบเจอบ่อน้ำบนยอดดอย/มีดินโป่ง(ดินเกลือ)/มีต้นชาขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่ และทราบว่าจุดสูงสุดบนยอดดอยสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบ 360 องศาอีกด้วย

ร่วมแสดงความคิดเห็น