(มีคลิป) ชี้! หมอกควันพิษในเชียงรายส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน

Youtube video

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษชี้ หมอกควันพิษในเชียงรายส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน เร่งประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องแก้ไขปัญหา

เวลา 10.00 น. วันที่ 30 มี.ค. 66 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) จัดประชุมติดตามสถานการณ์การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน (ส่วนหน้า ภาคเหนือ) จัดโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีนายสิทธิชัย เสรีส่งแสง ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เป็นประธานการประชุม และนายวราดิศร อ่อนนุช รอง ผวจ.เชียงราย นายนิพนธ์ จำนงศิริศักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผอ.สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุม กรมอุทยานแห่งชาติฯ พร้อมทั้งหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วมในการประชุม โดยมีนายสมเกียรติ ปูกา ผอ.ทสจ.เชียงราย นายชุติเดช กมนณชนุตม์ ผอ.สบอ.15 ร่วมรายงานสถานการณ์

นายสมเกียรติ ปูกา ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.เชียงราย เผยว่า จากมติการประชุมของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 66 ได้มีมติยกระดับมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองในช่วงสถานการณ์วิกฤติ ในพื้นที่ 17 จังหวัด และกำหนดแผนการดำเนินงาน/มาตรการระยะยาวสำหรับปี 2567-2570 แบ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ปิดป่าในส่วนที่มีสถานการณ์ไฟป่าอยู่ในระดับวิกฤติหรือเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าในขั้นรุนแรง และระดมสรรพกำลัง เครือข่ายอาสาสมัคร อุปกรณ์ เครื่องมือ อากาศยาน ในการลาดตระเวณเฝ้าระวังและปฏิบัติการดับไฟอย่างเข้มข้น ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยจะไปกำชับจังหวัดประกาศห้ามเผาในทุกพื้นที่

รวมถึงห้ามบริหารจัดการเชื้อเพลิงด้วยการเผาในที่โล่งในช่วงนี้ และบูรณาการหน่วยงานในพื้นที่ลาดตระเวณเฝ้าระวังการเผา ป้องกันไม้ให้มีการเผาอย่างเข้มข้น” กระทรวงอุตสาหกรรม ให้ออกมาตรการงดรับซื้ออ้อยไฟไหม้เข้าหีบในช่วงนี้ กระทรวงคมนาคม พิจารณาในการจำกัดเวลาและปริมาณรถบรรทุกที่จะเข้าในเขตเมือง กระทรวงฯเกษตรและสหกรณ์ ให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรปฏิบัติการทำฝนหลวงเพื่อบรรเทาสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง และกระทรวงสาธารณสุข ต้องจัดให้มีห้องปลอดฝุ่น แจกจ่ายอุปกรณ์ป้องกันฝุ่น รวมถึงยารักษาโรค เร่งรัดบริการด้านการแพทย์และการสาธารณสุข จัดคลีนิคมลพิษเคลื่อนที่ในทุกจังหวัด โดยให้ทุกหน่วยงานมีการรายงานผลดำเนินการของภาครัฐให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง และบังคับใช้กฏหมายกับผู้ลักลอบเผาหรือผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวด

ส่วนมาตรการในระยะยาว ทางสำนักงบประมาณ จะพิจารณาจัดสรรงบประมาณบูรณาการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง รวมถึงงบในการป้องการและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันให้กับ อปท. ด้านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ให้กรมควบคุมมลพิษเพิ่มระบบติดตามตรวจสอบและบ่งชี้แหล่งกำเนิดฝุ่นละออง และกรมอุทยานแห่งชาติฯ จัดทำแผน/มาตรการลดและจัดการจุดความรัอนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนรายพื้นที่ กระทรวงอุตสาหกรรม เข้มงวดปลอดการเผาสำหรับพื้นที่การเกษตร (Zero Burning) ในพื้นที่ปลูกอ้อย ข้าวโพด และข้าว มาตรกรเพิ่มมูลค่าวัสดุชีวมวลทางการเกษตร กำหนดมาตรการเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าการเกษตรที่มีผลต่อการเกิดมลพิษทางอากาศ (PM 2.5) กระทรวงคมนาคม ให้กำหนดมาตรการจูงใจในการนำรถเก่าออกนอกระบบ และมาตรการจำกัดปริมาณรถและโรงงาน

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เผยว่า จากข้อมูลของศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษ ของกรมควบคุมมลพิษ ได้ทำโมเดลเพื่อพยากรณ์และศึกษาว่ากรณีค่าฝุ่นที่เกิดในเชียงราย ที่ตรวจพบค่าสูงเกินกว่า 500 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ว่าแหล่งกำเนิดฝุ่นมาจากไหน ซึ่งจากข้อมูลมีความชัดเจนว่า ฝุ่นประมาณ 70% มาจากพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยหลังจากที่ได้ทราบข้อมูลตรงจุดนี้แล้ว ทางนายกรัฐมนตรี ก็ได้กำชับให้ทางกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ประสานกับทางประเทศเพื่อนบ้านในทุกช่องทาง เพื่อช่วยกันลดปัญหาหมอกควันข้ามแดน และวันนี้ทางปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯก็ได้สั่งการให้ลงพื้นที่ร่วมกับทางจังหวัดเพื่อกระตุ้นให้ใช้กลไกในพื้นที่เพื่อประสานกับทางประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่นที่สำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม แหล่งกำเนิดฝุ่นอีก 30% ที่อยู่ในบ้านเรา ทางที่ประชุมก็ได้ให้ความสำคัญและจะต้องช่วยกันหามาตรการลดให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

นายสิทธิชัย เสรีส่งแสง ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กล่าวว่า สถานการณ์ไฟป่าหมอกควันหรือ PM 2.5 ของ จ.เชียงราย ที่เกินค่ามาตรฐานอยู่ในขณะนี้ มีสาเหตุจาก 2 ส่วนคือ หมอกควันที่ลอย มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ทางกรมควบคุมมลพิษได้ตำลองโมเดลการเกิดมลพิษ จนทราบว่าหมอกควันประมาณ 70% เกิดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนอีก 30% เกิดจากการเผาในพื้นที่ จ.เชียงราย ในส่วนที่เป็นปีญหาหมอกควันข้ามแดนเราได้มีการหารือกันกับประเทศเพื่อนบ้านในการขอความร่วมมือชาวบ้านไม่ให้เผาป่า ส่วนปัญหาในพื้นที่ จ.เชียงราย

ซึ่งมีทั้งป่าอนุรักษ์และป่าสงวน รวมถึงพื้นที่การเกษตร เราได้มีการระดมกำลังมาจากภูมิภาคอื่นมาช่วยในภารกิจควบคุมไฟป่า และมีการนำเฮลิคอปเตอร์ทั้งของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมาช่วยในภารกิจดับไฟในพื้นที่ป่าทุรกันดารเข้าถึงยาก และจำเป็นต้องใช้อากาศยานในการดับไฟป่า ทางกรมป่าไม้ได้ประสานกับ อปท.ในการที่จะนำชาวบ้านในพื้นที่มาร่วมในการดับไฟป่า ซึ่งภารกิจในการดับไฟป่าในเขตป่าสงวน เราได้โอนภารกิจให้กับทาง อปท.เป็นผู้ดำเนินการแล้ว แต่ในการดำเนินการบุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ของแต่ละ อปท.อาจจะยังไม่มีความพร้อม ไม่มีประสบการณ์ ซึ่งในระยะยาวก็จะต้องมีการจัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกทักษะให้กับเจ้าหน้าที่ของ อปท.เพื่อจะได้รับมอบโอนภารกิจในอนาคต

รวมถึงให้จัดสรรงบประมาณเพื่อจ้างบุคลากรมาทำหน้าที่ในการดับไฟป่าซึ่งจำเป็นจะตัองมีการจัดสรรไว้ ไม่งั้นจะไม่มีใครมาช่วยในการดับไฟป่า ในส่วนของพื้นที่การเกษตร ได้มีการประสานกับทางเกษตรจังหวัด ซึ่งได้มีมาตรการในอบรมการทำปุ๋ยอินทรีย์ การทำเขื้อเพลิงจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ซึ่งก็จะช่วยลดจำนวนจุดฮอตสปอตในพื้นที่การเกษตรไปได้เยอะ และเรายังมีหน่วยงานเครือข่ายต่างๆทั้งมูลนิธิกระจกเงา สภาลมหายใจ และภาคเอกชนต่างๆ ที่มาร่วมบริจาคสิ่งของให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และทางผวจ.เชียงราย ก็มีมาตรการสร้างแรงจูงใจโดยการให้สินบนนำจับให้กับผู้ชี้เบาะแสผู้เผาป่า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการเกิดไฟป่า โดยมีทั้งการบุกรุกป่าเพื่อล่าสัตว์ หาของป่า หรือผู้ติดยาเสพติดในพื้นที่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุในการเกิดไฟป่า จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ทางผู้นำชุมชนหรือสื่อมวลชนได้ไปสร้างความช่วนกันประชาสัมพันธ์ สร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหา PM 2.5 เพราะคนจุดไฟเผาป่าแค่เพียงหนึ่งคน แต่คนไปช่วยดับมีเป็นร้อยเป็นพันคน และคนได้รับผลกระทบก็เป็นคนทั้งจังหวัดนับล้านคนตัองมารับผลกระทบ และต้องทนสูดเอาฝุ่นควันพิษเข้าไปในร่างกาย โดยไม่ทราบว่าในอนาคตจะส่งผลอย่างไรกับสุขภาพบ้าง

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจติดตามสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จ.เชียงราย ที่ สบอ.15 ในช่วงเช้าแล้ว ในภาคบ่ายทางคณะได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปที่อุทยานแห่งชาติภูชีฟ้า (เตรียมการ) และสถานีควบคุมไฟป่าภูชี้ฟ้า อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านร่มฟ้าไทย ม.24 ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย เพื่อรับฟังการบรรยายสถานการณ์ไฟไหม้ป่าภูชี้ฟ้า ต่อจากนั้นได้เดินทางไปที่อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก (เตรียมการ) เพื่อติดตามการดำเนินงานแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า

ร่วมแสดงความคิดเห็น