กองทัพบก จัดส่งเฮลิคอปเตอร์ MI-17 ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดกลาง เข้าปฏิบัติภารกิจช่วยดับไฟป่าพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมกับอากาศยานของ ปภ.และ ทอ.และกรมฝนหลวงฯ ในช่วงที่พื้นที่ภาคเหนือเกิดไฟป่าและหมอกควันหนาแน่น ระหว่างช่วงเข้าสู่ฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ส่งผลกระทบกับสุขภาพของประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมทั้งเศรษฐกิจในพื้นที่ ขณะที่รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ภาค 3 เผยปีนี้คาดการณ์ว่าสถานการณ์หมอกควันไฟป่าจะรุนแรงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา สาเหตุเกิดจากหลายปัจจัย
เฮลิคอปเตอร์ MI-17 ของกองทัพบก ที่เคยเป็นฮีโร่ช่วยยกเครื่องมือหนัก ในการขุดเจาะบนเขานางนอน ในภารกิจช่วยชีวิตเด็กทีม 13 หมูป่า ถ้ำหลวงเชียงราย เมื่อ 2 ปีก่อน เดินทางเข้าพื้นที่เชียงใหม่เพื่อสแตนบายช่วยเหลือภารกิจการดับไฟป่าในพื้นที่ หลังเกิดสถานการณ์ไฟป่าในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วยภารกิจร่วมกับอากาศยานของหน่วยงานข้างเคียง ให้สถานการณ์ฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 คลี่คลาย
โดยทางด้าน พลตรี วีรวัฒน์ วิวัฒน์วานิช รองผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 เปิดเผยว่า จากการประเมินสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันในปี 2566 ที่มีการคาดการณ์ว่าจะรุนแรงกว่าในช่วงปี 2564 และปี 2565 เนื่องจากช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น มีช่วงฝนตกลงมาค่อนข้างมาก และมีปรากฏการณ์ลานีญา ทำให้ในปีนี้เกิดปรากฏการณ์ เอลนีโญ ที่ทำให้มีสภาพแห้งแล้วเป็นพิเศษ อีกทั้งจากปีที่ผ่านมาเกิดไฟไหม้น้อย ทำให้มีเชื้อเพลิงสะสมมากในปีนี้ จึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ไฟป่าในปีนี้ค่อนข้างเกิดขึ้นสูง


ในส่วนของมาตรการที่คาดว่าจะมีการดำเนินการ และมีการลงมือทำไปแล้ว นอกเหนือจากการดับไฟคือการเพิ่มมาตรการการป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่ามากขึ้น เนื่องจากการที่ขณะนี้ในพื้นที่มีน้ำต้นทุนทั้งจากเขือนขนาดเล็ก และขนาดกลาง ที่ค่อนข้างมาก จึงมีแผนการนำเฮลิคอปเตอร์ตักน้ำแล้วทำการโปรยน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับพื้นที่ป่า ก่อนที่จะเกิดไฟ โดยผลพลอยได้สำคัญคือ การลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ไปในตัวด้วย
ขณะที่ในห้วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบพื้นที่ในภาคเหนือ พบว่ามีจุดความร้อนค่อนข้างมาก และพบว่าค่าคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ ก็ตกต่ำลงมาค่อนข้างมาก วิธีการโปรยน้ำจึงเป็นอีกวิธีที่น่าจะช่วยได้ โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ ที่เป็นพื้นที่ที่มีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน
รองผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 กล่าวอีกว่า นอกจากการเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันในพื้นที่แล้ว ยังมีการเร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ โดยจากงบประมาณเงินกองทุน สสส. ได้มีการจัดชุดปฏิบัติการที่ลงไปทำงานในหมู่บ้าน โดยเฉพาะหมู่บ้านที่มีประวัติเสี่ยง และอยู่ใกล้กับพื้นที่ไฟไหม้ซ้ำซาก โดยลงไปสร้างความรับรู้และความเข้าใจกับประชาชน ถึงผลเสียของการเผาป่า และการสร้างปัญหาไฟป่า หมอกควัน และที่สำคัญคือจังหวัดเชียงใหม่ น่าจะเป็นต้นแบบที่ดีที่สุดในประเทศ ที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด มีการสนับสนุนงบประมาณให้กับทางจังหวัด ผ่านมูลนิธิไฟป่าหมอกควันปีละประมาณ 13 ล้านบาท โดยเงินดังกล่าวก็จะมีการจัดสรรลงไปยังหมู่บ้านต่างๆ ที่มีประวัติเกิดไฟไหม้ซ้ำซาก รวมถึงการจ้างอาสาสมัครในหมู่บ้าน เพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเหตุไฟป่า
นอกจากนี้ ยังมีอากาศยานจากหลายหน่วยงาน ทั้งของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เป็นเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็ก และตะกร้าตักน้ำขนาดประมาณ 300-500 ลิตร ที่เข้าไปแก้ไขปัญหาที่มีขนาดเล็ก และในส่วนของกองทัพบกจะเป็นเฮลิคอปเตอร์ MI 17 ที่เป็นเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ มีถังตักน้ำประมาณ 5,000 ลิตร แต่ด้วยการที่มีถังขนาดใหญ่ จึงอาจมีความล่าช้าในการปฏิบัติการ และเฮลิคอปเตอร์ KA 32 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่มีถัง 5,000 ลิตรเช่นกัน แต่จะเป็นแบบติดใต้ลำตัว ที่มีความรวดเร็วกว่า ส่วนกองทัพอากาศก็จะเป็นเครื่องบินแบบปีกติดลำตัว ที่สามารถทิ้งทั้งสารเคมีและน้ำได้
อย่างไรก็ตาม การทิ้งน้ำจากอากาศยานเป็นเรื่องที่อันตราย เนื่องจากน้ำมีน้ำหนักมาก ดังนั้นการทิ้งน้ำลงไปนั้นจะไม่ทิ้งที่กลางไฟ เพราะหากทิ้งลงไปที่ไฟจะทำให้สะเก็ดไฟแตกกระเด็นออก เกิดการกระจายทำให้ไฟไหม้มากขึ้น ดังนั้นจึงทิ้งดักทางไฟเพื่อระงับการลุกไหม้เชื้อเพลิงมากขึ้น แต่ทั้งนี้ผู้ประกาศชัยชนะในการดับไฟที่แท้จริงคือกำลังภาคพื้นดิน รวมถึงพี่น้องประชาชนที่เป็นกำลังหลักในการแก้ไขปัญหามากที่สุด


ร่วมแสดงความคิดเห็น