ราคาหมูเริ่มติดคอ เขียงย่อยจุก หมูแอร์บุกตลาดชุมชน ราคาผลผลิต ไข่ เนื้อสัตว์ปรับราคาถ้วนหน้า

สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ (เชียงใหม่) แจ้งสภาวะตลาดตลาดสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม ที่สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติประกาศล่าสุดพบปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง ทำให้ราคายืนทรงตัวต่อเนื่อง ผู้เลี้ยงยังคงรักษาระดับราคาสุกรขุนไม่ให้เกิน 80 บาท/กิโลกรัม (กก.) และช่องทางการจำหน่ายปลีกเนื้อสุกรในห้างค้าปลีกยังคงเป็นทางเลือกที่มีแพร่หลายทั่วทุกท้องถิ่นในราคาที่จูงใจ จนอาจส่งผลกระทบต่อเขียงย่อย ๆ ตามตลาดสด กาดนัดต่าง ๆ

ทั้งนี้ต้นทุนการเลี้ยงสุกรยังมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งสมาคมผู้เลี้ยงสุกรฯ ได้กำชับให้กลุ่มผู้เลี้ยงรักษาระดับราคาภายในประเทศ ไม่ให้กระทบค่าครองชีพประชาชน ซึ่งราคาเฉลี่ยตามภาค เช่น ภาคเหนือนั้น สุกรขุนราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น ปริมาณทรงตัว กำลังซื้อดีขึ้น ราคาเฉลี่ยสุกรขุนอยู่ที่ 78-80 บาท เนื้อหมูหมูสามชั้น 150-160 บาท/กก. เนื้อแดงล้วน 135-145 บาท/กก. สันนอก สันใน เฉลี่ย 150-170 บาท/กก. (ราคาจำหน่ายรายวัน เปลี่ยนแปลงได้ตามแหล่งจำหน่าย)

ด้านผู้ค้าเขียงย่อย ในเขตสันทราย, เมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า หากจะควบคุมราคา ให้ยืนเพื่อไม่กระทบผู้บริโภค ควรคุมการส่งออกด้วย เพราะหมูซากเฉลี่ย 80-95 บาท ราคาหน้าเขียง พ่อค้า แม่ค้าขึ้นแรงขายยาก เพราะสู้เนื้อหมูห้องแอร์ เนื้อหมูที่ขายตามช็อปตามห้างไม่ได้ เช่น เนื้อหมูทั่วไปเปิดราคา 153 บาท แล้ว ตลาดต้องขาย 170 บาท เพราะหมูตัวส่งร้าน 103 บาท/กก. แล้ว

นายสถาพร น้อมจิตติ แสดงความคิดเห็นว่า ช่วงที่ผ่านมาพ่อค้ากดราคารายย่อยจนต้องเลิกเลี้ยงไป แล้วรับจากบริษัทใหญ่ ไม่สามารถกำหนดราคาได้ แตกต่างจากรับซื้อจากรายย่อยที่ตั้งราคาได้ตามใจ

กลุ่มแม่ค้าเนื้อหมู ในตลาดสันทราย เชียงใหม่กล่าวว่า ราคาหน้าฟาร์ม บวกค่าขนส่ง ค่าใช้จ่ายในโรงเชือด ต้นทุนจะอยู่ที่ราว ๆ 87-89 บาท/กก. แล้ว จึงเลี่ยงไม่ได้ที่เขียงต้องขาย 140-150 บาท/กก. ซึ่งว่ากันในภาพรวมไม่ต้องไปชำแหละ แยกรายการเป็นสันนอก สันใน เนื้อแดง ติดมัน เนื้อบด แต่เอาสั้น ๆ ว่า ต้นทุนสูง แล้วจะขายต่ำกว่าช็อปหรือหมูแอร์ที่บุกตลาดชุมชนทุกหัวระแหง คงไม่ไหว

 

“ทำต่อได้ พอมีกำไร ก็สู้ต่อราคาที่แจ้งกับความเป็นจริงจะแตกต่างกันแต่ละพื้นที่ฟาร์ม ที่เลี้ยงอยู่แล้ว หมูเป็น บางภาค 79-80 บาท/กก. แต่เชียงใหม่จะอยู่ที่ 82-84 บาท/กก. ส่งออกกันแต่ละวันเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านก็ต้องซื้อหมูแพง เมื่อวานนี้หมูตัวปรับขึ้น 200 บาท ส่วนต่างน้ำหนักปรับขึ้น 2 บาท/กก. ทำให้ลูกสุกร 16 กก. ราคา 2,800 บาท บวกลบอีก 70-80 บาท”

ทีมข่าวสอบถามประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อเนื้อหมูในตลาดสดย่านเมืองแม่โจ้ เชียงใหม่ กล่าวว่า ถ้าซื้อตามเขียงจะไม่สามารถ กำหนดปริมาณราคาได้ เลยต้องถาม แตกต่างจากตามร้านที่เรียงราย ตั้งแต่ก่อนปั๊มปตท. มาถึงตลาดแม่โจ้ 7-8 ร้านแล้ว มีป้ายบอกราคาแต่ละประเภทชัดเจน

 

“บางช็อปบรรจุถุงติดราคา หรือวางตามถาดให้เลือกชั่งน้ำหนักได้ตามกำลังซื้อ มีราคาบอกว่า เนื้อหมูแต่ละประเภท กก. ละกี่บาท แบบนี้คนขายหน้าเขียงเดี้ยง เพราะกว่าจะรู้ราคา ก็ต้องจิ้มถาม ผู้บริโภคต้องทำใจเจอราคาหมูสามชั้นไปเแทบกินกันไม่ลง ผู้ค้าแต่ละเขียง ถ้าไม่มีลูกค้าประจำก็อยู่ลำบาก”

สำหรับราคาสินค้าเนื้อสัตว์ วันนี้ พบว่าทุกรายการยังคงราคาเท่าเมื่อวาน เช่น หมูเนื้อแดง ส่วนสะโพกและไหล่ 150-155 บาท/กก., กุ้งขาว ขนาด 70-80 ตัว/กก. ราคาเฉลี่ย 160-200 บาท/กก. ไก่สดทั้งตัว ไม่รวมเครื่องใน 70-85 บาท/กก. บรรดาพืชผัก ผลผลิต ไม่ว่าจะเป็น คะน้า, ผักบุ้งจีน, กวางตุ้ง, ผักกาดขาวปลี และกะหล่ำปลี เนื่องจากผลผลิตเสียหายจากภาวะฝนตกชุก จึงปรับราคาเฉลี่ย 3-5 บาท/กก.

ไข่ไก่ทุกขนาดปรับราคาเพิ่มขึ้น ฟองละ 20 สตางค์ เนื่องจากผู้เลี้ยงได้กลับมาส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า รวมวันละประมาณ 20 ล้านฟอง โดยไข่ไก่ เบอร์ 2 ขายอยู่ที่ฟองละ 3 บาท 50 สตางค์ ถึง 3 บาท 60 สตางค์ และไข่ไก่ เบอร์ 3 ราคา 3 บาท 30 สตางค์ ถึง 3 บาท 40 สตางค์ ผลไม้ทุกรายการยังราคาเดิม เช่น ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง 150-180 บาท/กก., มังคุด 35-40 บาท/กก., ส้มเขียวหวาน 40-50 บาท/กก. และลำไยมัดปุ๊ก 35-40 บาท/กก. (ราคาย่านตลาดเมืองใหม่)

ร่วมแสดงความคิดเห็น