แถลงการณ์ข้อเรียกร้องสภาลมหายใจ 9 จังหวัดภาคเหนือ

แถลงการณ์ข้อเรียกร้องสภาลมหายใจ 9 จังหวัดภาคเหนือ

คนเหนือต้องการพ.ร.บ.อากาศสะอาดที่มีศูนย์กลางเป็นสิทธิมนุษยชนของประชาชนไม่ใช่นายทุน

14 พฤศจิกายน 2568, เชียงใหม่กรรมาธิการวุฒิสภาต้องเลิกถ่วงเวลาหันมาเดินหน้ากฎหมายของประชาชน พ.ร.บ.อากาศสะอาดจะเป็นแค่แผ่นกระดาษหากเอื้อประโยชน์กลุ่มทุน ไร้อำนาจในการปกป้องสิทธิประชาชน และขาดความเข้าใจจากคณะกรรมการระดับจังหวัดเรื่องไฟจำเป็น 

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของประชาชนต่อการมีอากาศสะอาดหายใจได้ถูกละเมิด โดยที่ต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนมักถูกแปรไปเป็นผลกำไรของกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรม ฤดูฝุ่นควันกำลังใกล้เข้ามาอีกครั้ง แต่ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการอากาศสะอาดที่ประชาชนโดยเฉพาะคนภาคเหนือกำลังรอคอย ยังคงถูกชะลอจากชั้นกรรมาธิการวุฒิสภา และกำลังถูกภาคเอกชนและกลุ่มตัวแทนอุตสาหกรรมส่งเสียงคัดค้าน ซึ่งอาจทำให้ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเสี่ยงกับการถูกขยายเวลาพิจารณาไปจนกุมภาพันธ์ 2569 และไม่ทันการก่อนรัฐบาลยุบสภาและอาจตกไป

เครือข่ายสภาลมหายใจ 9 จังหวัดภาคเหนือ มีข้อเรียกร้องเพื่อการดำเนินการร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดดังต่อไปนี้

  1. เพื่อให้กฎหมายอากาศสะอาดถูกบังคับใช้ได้ทันท่วงทีก่อนถึงฤดูฝุ่นของภาคเหนือ  ชั้นกรรมาธิการของวุฒิสภา​ และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเหนืออุตสาหกรรมผู้ก่อมลพิษ เร่งพิจารณาให้ผ่านร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเพื่อนำมาบังคับใช้โดยเร็วบนฐานคิดที่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของประชาชนในประเทศเป็นสำคัญ และผลักดันให้อุตสาหกรรมเปลี่ยนผ่านสู่วิถีการผลิตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรการทางกฎหมาย เพราะการลงทุนและผลกำไรทางธุรกิจใดใดนั้นไม่ควรมีต้นทุนจากสุขภาพของประชาชน
  2. กรณีฝุ่นควันข้ามแดนซึ่งเป็นปัญหาหลักของพื้นที่ภาคเหนือตอนบน รัฐต้องเร่งดำเนินมาตรการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ที่ระบุไว้ภายใต้ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เพื่อกำกับดูแลให้มีระบบตรวจสอบในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ เกษตร และอาหาร โดยกำหนดให้ข้อมูลการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทานเป็นข้อมูลสาธารณะที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและร่วมตรวจสอบได้อย่างโปร่งใสในทุกกระบวนการ
  3. คณะกรรมการระดับจังหวัดต้องประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในระดับจังหวัด และตัวแทนประชาชนที่ครอบคลุมหลากหลายกลุ่ม รวมถึงกลุ่มชนพื้นเมืองชาติพันธุ์ผู้มีวิถีชีวิตพึ่งพิงการใช้ไฟในไร่หมุนเวียน 
  4. สนับสนุนให้เกิดแผนการแก้ไขปัญหาไฟป่าเชิงพื้นที่โดยชุมชนมีส่วนร่วมในระดับพื้นที่และระดับจังหวัด โดยรวมถึงไฟจำเป็น แผนนี้จะต้องมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงชุมชนและภาคประชาสังคม กับหน่วยงานป่าไม้ ภาคธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อผสานแผนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ป่ารอยต่อหลาย ๆ ประเภท
  5. เครือข่ายฯ เรียกร้องการยกระดับจากแนวทางห้ามเผาโดยเด็ดขาด (Zero Burn) แบบเหมารวม เป็นการบริหารจัดการไฟแบบมีส่วนร่วม เนื่องจากการห้ามเผาเด็ดขาดแบบเหมารวมจะไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาแล้ว ยังเพิ่มเชื้อเพลิงในป่า ทำให้ปัญหามลพิษทวีความรุนแรงขึ้น และยังเป็นการลิดรอนสิทธิมนุษยชนของชุมชน

ประชาชนกำลังตั้งตารอกฎหมายอากาศสะอาดที่เป็นของประชาชนเพื่อคืนสุขภาพให้กับคนเหนือ และคืนสิทธิในอากาศสะอาดให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

เครือข่ายสภาลมหายใจ 9 จังหวัดภาคเหนือ 14 พ.ย. 2568

ร่วมแสดงความคิดเห็น