วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ นายณัฏฐ์ ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคเหนือ ไตรมาส 4 ปี 2568
.
เศรษฐกิจภาคเหนือขยายตัวจากไตรมาสก่อน ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว และผลจากมาตรการกระตุ้นการบริโภคช่วยให้การใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในทุกพื้นที่
.
ประกอบกับการเร่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าก่อนสิ้นสุดมาตรการอุดหนุน รวมทั้งภาคการผลิตกลับมาขยายตัว การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากงบลงทุนที่ผูกพันข้ามปีมีมาก และการจ้างงานปรับดีขึ้น
.
อย่างไรก็ตาม รายได้เกษตรลดลงต่อเนื่องจากด้านราคาเป็นสำคัญ การลงทุนหดตัวตามการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ และการค้าชายแดนหดตัวตามการค้ากับเมียนมา
.
รายได้เกษตรกร หดตัวต่อเนื่อง ตามราคาข้าวเปลือกเจ้าที่ลดลง เพราะปริมาณผลผลิตโลกเพิ่มขึ้น ทำให้การส่งออกลดลง ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ตลาดชะลอการรับซื้อ และราคาอ้อยโรงงานลดลงตามราคาอ้อยขั้นต้น ด้านผลผลิตทรงตัว โดยข้าวลดลงเล็กน้อย เพราะราคาไม่จูงใจและบางพื้นที่ได้รับผลจากอุทกภัย ขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น จากสภาพอากาศเอื้ออำนวย
.
ภาคอุตสาหกรรม กลับมาขยายตัว ตามหมวดอาหารเพิ่มขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์นมกลับมาขยายตัว และผลิตภัณฑ์จากแป้งเพิ่มขึ้น ส่วนน้ำตาลหดตัวจากบางโรงงานเลื่อนการเปิดหีบ ด้านเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับช่วงเทศกาล และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวตามอุปสงค์ที่ดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เฟอร์นิเจอร์ สิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม ลดลงตามอุปสงค์ที่ลดลง
.
การท่องเที่ยว ขยายตัวดี ตามการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว ปีนี้มีกิจกรรมท่องเที่ยวและคนเข้าร่วมมากขึ้น มีช่วงวันหยุดยาวกว่าปีก่อน และสภาพอากาศเย็นต่อเนื่องทำให้ชาวไทยเพิ่มขึ้น ขณะที่ชาวต่างชาติขยายตัว ทั้งจีน สิงคโปร์ และกลุ่ม long haul สอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยาน จำนวนนักท่องเที่ยวผ่าน ตม. อัตราการเข้าพักแรม และรายรับผู้เยี่ยมเยือนที่เพิ่มขึ้น
.
การอุปโภคบริโภค ขยายตัวดี ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ประกอบกับผลของมาตรการกระตุ้นการบริโภค ทั้งคนละครึ่งพลัส และการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่งผลดีในทุกพื้นที่ และทำให้หมวดสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น รวมทั้งการใช้จ่ายหมวดสินค้าคงทนขยายตัว จากการออกรถ EV รุ่นใหม่ และการเร่งจดทะเบียนก่อนมาตรการ EV 3.0 สิ้นสุดลง
.
การลงทุนภาคเอกชน หดตัวต่อเนื่อง ตามการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ลดลงในกลุ่มรถยนต์เชิงพาณิชย์ ประเภทรถกระบะ แทรกเตอร์ และเครื่องจักรเกษตร ตามรายได้เกษตรกรที่หดตัว ขณะที่การลงทุนหมวดก่อสร้างปรับดีขึ้นเล็กน้อย จากฐานต่ำและยังไม่แสดงทิศทางที่ดีขึ้น โดยเพิ่มขึ้นจากพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างในโครงการที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย ส่วนพื้นที่ที่อยู่อาศัยยังหดตัว
.
การค้าผ่านด่านศุลกากร หดตัว ตามการค้ากับเมียนมาเป็นสำคัญ ผลจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนและนโยบายการค้าของเมียนมาที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้การส่งออกสินค้าไปเมียนมา หดตัว เกือบทุกหมวด อาทิ สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องสำอาง และเครื่องแต่งกาย ด้านการนำเข้า หดตัว ตามการนำเข้าเหล็กและแร่จากเมียนมาลดลง หลังขยายตัวไปมากในช่วงก่อน
.
อัตราเงินเฟ้อ ติดลบน้อยลง ตามราคาหมวดอาหารสดเพิ่มขึ้น จากราคาผักสด
.
ตลาดแรงงาน ขยายตัว สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตน ม.33 ขยายตัว ตามการจ้างงานในภาคการค้า และภาคท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว รวมทั้งบริการด้านสุขภาพ และบริการด้านอื่นๆ
.
แนวโน้มไตรมาส 1 ปี 2569 คาดว่าปรับลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน ตามการบริโภคที่ลดลงหลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นการบริโภค รายได้เกษตรกรคาดว่าหดตัวต่อเนื่องจากด้านราคา ขณะที่การลงทุนยังขาดปัจจัยสนับสนุน อย่างไรก็ดี การท่องเที่ยวคาดว่าขยายตัวต่อเนื่อง การผลิตขยายตัวจากน้ำตาลและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทั้งนี้ ต้องติดตามประเด็นรายได้ภาคเกษตร ความต่อเนื่องของการบริโภค และผลของนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก
.
ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย




ร่วมแสดงความคิดเห็น