ธรรมนัสนำทีมลงปัว เร่งช่วยผู้ประสบภัย–กระทุ้งรัฐเดินหน้าแผนน้ำ หวั่นปีหน้าซ้ำรอย

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม นำทีม ส.ส. พรรคกล้าธรรม พร้อมทีมงานมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ลงพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์และเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและดินโคลนถล่ม หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ส่งผลให้บ้านเรือน ถนน ระบบประปา บ่อน้ำ และสาธารณูปโภคในหลายพื้นที่ได้รับความเสียหายอย่างกว้างขวาง

การลงพื้นที่ครั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัสฯ พร้อมด้วย นายอัครา พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา นายประสิทธิ์ โนทะ ส.ส.น่าน เขต 2 และทีมมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ระดมทรัพยากรจากหลายจังหวัดเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งรถบรรทุกน้ำ รถแบ็กโฮ รถล้อขนดิน และรถโรงครัวจำนวน 2 คัน พร้อมนำถังน้ำจำนวน 1,000 ใบ และถังเก็บน้ำขนาด 1,000 ลิตร จำนวน 300 ถัง เข้าสนับสนุนประชาชน รวมถึงประสานห้องน้ำเคลื่อนที่ เนื่องจากบ่อน้ำและระบบประปาหลายแห่งถูกดินโคลนและเศษวัสดุทับถมจนไม่สามารถใช้งานได้

ร.อ.ธรรมนัสฯ ได้สั่งการให้เครื่องจักรเร่งเปิดเส้นทาง ขนย้ายดินโคลนและเศษวัสดุ รวมถึงเข้าช่วยทำความสะอาดบ้านเรือน ขณะที่รถบรรทุกน้ำและถังเก็บน้ำจะทยอยเติมน้ำให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่วนรถโรงครัวจะจัดเตรียมอาหารสำหรับผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ เพื่อสนับสนุนภารกิจฟื้นฟูให้สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า นอกจากการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์เฉพาะหน้าแล้ว สิ่งสำคัญคือการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดน่านในระยะยาว โดยในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำและแผนขุดลอกไว้แล้ว จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมชลประทาน เร่งผลักดันโครงการที่มีความพร้อมให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ไม่ควรปล่อยให้ล่าช้า

โดยเฉพาะการขุดลอกแม่น้ำน่านและแม่น้ำสาขา รวมถึงการเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำ ซึ่งมีการวางแผนจุดดำเนินการไว้แล้วตลอดแนวแม่น้ำน่าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดความเสี่ยงจากอุทกภัย พร้อมเตือนว่าหากไม่เร่งดำเนินการ อาจเกิดสถานการณ์น้ำท่วมในลักษณะเดิมซ้ำอีกในปีหน้า

สำหรับแนวทางบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน มีทั้ง โครงการขุดลอกแม่น้ำน่านเร่งด่วน 18 จุด การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางในพื้นที่ลุ่มน้ำหลักและลุ่มน้ำสาขา เพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทานและรองรับความต้องการด้านการเกษตร การอุปโภคบริโภค ประมง และการท่องเที่ยว รวมถึงโครงการผันน้ำเลี่ยงเมืองน่านและเลี่ยงเมืองเวียงสา ระยะทางประมาณ 52 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 24,000 ล้านบาท เพื่อช่วยตัดยอดน้ำก่อนเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนเมือง
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดก่อสร้างแนวป้องกันน้ำรอบโรงพยาบาลน่าน ระยะทางประมาณ 1.3 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 69 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความมั่นคงและลดความเสี่ยงต่อโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสถานพยาบาลสำคัญที่รองรับประชาชนจำนวนมากในแต่ละปี

ด้านการฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชน ร.อ.ธรรมนัสฯ เตรียมประสานหน่วยงานด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยและสังคม รวมถึงภาคเอกชน เข้าร่วมสนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย เนื่องจากงบประมาณภาครัฐอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการ พร้อมนำข้อมูลและปัญหาที่พบจากการลงพื้นที่เข้าสู่การประชุม เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติม

ร.อ.ธรรมนัสฯ ย้ำว่า จะไม่ทอดทิ้งประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย พร้อมยืนยันว่าจะร่วมกับทุกภาคส่วนเร่งฟื้นฟูพื้นที่อำเภอปัวและจังหวัดน่านให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว โดยกล่าวว่า “เราจะไม่ทอดทิ้งกันจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทุกความช่วยเหลือมีความหมายกับพี่น้องผู้ประสบภัย เราจะอยู่เคียงข้างชาวปัว และช่วยกันฟื้นบ้าน ฟื้นเมือง ให้กลับมาได้อีกครั้ง”

ร่วมแสดงความคิดเห็น