ป.ป.ช.เชียงรายผนึก STRONG “ถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต” ตรวจถนน 107 ชำรุดทั้งที่ยังไม่พ้นประกัน และเร่งพิสูจน์ นส.3 ก. ทับป่าช้าสาธารณะกว่า 14 ไร่
ป.ป.ช.เชียงราย จับมือชมรม STRONG–จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ตรวจสอบ 2 ประเด็นที่ประชาชนจับตา ทั้งกรณีถนนทางหลวงหมายเลข 107 สายแม่อาย–ป่าตึง ชำรุดและทรุดตัวเป็นบริเวณกว้าง ทั้งที่เปิดใช้งานได้ไม่นานและยังอยู่ในระยะประกันสัญญา พร้อมตรวจสอบกรณีเอกสารสิทธิ์ นส.3 ก. ทับซ้อนพื้นที่ป่าช้าสาธารณประโยชน์กว่า 14 ไร่ ในพื้นที่ อ.เทิง ก่อนกำหนดแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขและพิสูจน์ข้อเท็จจริง
ระหว่างวันที่ 25–26 ส.ค. 2569 สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเชียงราย ร่วมกับชมรม STRONG–จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดเชียงราย ดำเนินโครงการ “เสริมพลัง STRONG ประชาชนถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต : กิจกรรมจับตามองและแจ้งเบาะแส (Watch & Voice)” เพื่อติดตามและเฝ้าระวังประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจในพื้นที่
นายสนธยา ยาพิณ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเชียงราย มอบหมายเจ้าหน้าที่กลุ่มงานป้องกันการทุจริต นำโดยนายนั้ง แสงเพชรไพบูรณ์ หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต ร่วมกับคณะกรรมการชมรม STRONG ระดับจังหวัดและระดับอำเภอ นำโดยนางวันดี ราชชมภู ประธานชมรมฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้ง 2 กรณี
กรณีแรก คณะลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการปรับปรุงถนนโครงข่ายเชื่อมโยงระหว่างภาค บนทางหลวงหมายเลข 107 สายแม่อาย–ป่าตึง ซึ่งพบว่าถนนมีการชำรุดและทรุดตัวเป็นบริเวณกว้าง ทั้งที่เปิดใช้งานได้ไม่นาน และยังอยู่ในช่วงระยะเวลารับประกันสัญญา
จากนั้นมีการประชุมหารือ ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลป่าตึง อ.แม่จัน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมชี้แจง อาทิ นายวีรยุทธ วิชัยเลิศ ปลัดอำเภอแม่จัน ผู้แทนนายอำเภอแม่จัน นายราชัณธ์ น้อยชื่น รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 นายกฤษณะ ณ น่าน หัวหน้าหมวดทางหลวงแม่จัน และนางนาที อนุวรชิกา นายก อบต.ป่าตึง พร้อมเจ้าหน้าที่
ที่ประชุมกำหนดแนวทางให้เร่งรัดผู้รับจ้างเข้าดำเนินการแก้ไขถนนทรุดตัวโดยเร็ว ก่อนครบกำหนดระยะเวลาประกันสัญญาในเดือน ธ.ค. 2569 พร้อมมอบหมายให้ อบต.ป่าตึง ตรวจสอบและกำกับการขุดดินในพื้นที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ให้แขวงทางหลวงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสุ่มตรวจและชั่งน้ำหนักรถบรรทุกดิน เพื่อป้องกันรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ถนนได้รับความเสียหาย รวมทั้งให้เร่งแก้ไขจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ และพิจารณาติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มเติม
ส่วนกรณีที่สอง คณะลงพื้นที่ อ.เทิง เพื่อตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิ์ นส.3 ก. ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าทับซ้อนพื้นที่ป่าช้าสาธารณประโยชน์ เนื้อที่กว่า 14 ไร่ บริเวณตรงข้ามปั๊มน้ำมันบางจาก ต.ปล้อง อ.เทิง จ.เชียงราย
การหารือจัดขึ้นที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลบ้านปล้อง โดยมีเจ้าหน้าที่กลุ่มงานป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช.เชียงราย คณะกรรมการชมรม STRONG จังหวัดเชียงราย ชมรม STRONG อำเภอเทิงและอำเภอขุนตาล รวมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงราย สาขาเทิง และเทศบาลตำบลบ้านปล้อง ร่วมชี้แจงข้อมูลและความเป็นมาของเอกสารสิทธิ์
ที่ประชุมมีข้อสรุปให้เทศบาลตำบลบ้านปล้องและสำนักงานที่ดิน ดำเนินการตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเอกสารสิทธิ์ นส.3 ก. ดังกล่าว ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากผลการตรวจสอบพบว่าการออกเอกสารสิทธิ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อเพิกถอนสิทธิ์ต่อไป
สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเชียงราย ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาโดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน พร้อมเน้นย้ำให้การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเฝ้าระวังและติดตามประเด็นพื้นที่เสี่ยงที่ประชาชนให้ความสนใจ โดยมุ่งหวังให้กลไกภาคประชาชนและหน่วยงานตรวจสอบร่วมกันติดตามปัญหา นำไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม และลดความเสี่ยงต่อการทุจริตในพื้นที่




ร่วมแสดงความคิดเห็น