รวบยกแก๊ง! ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ วางแผนตลบหลังกลุ่มขบวนการลักพาตัวเรียกค่าไถ่ พบไม่ใช่กลุ่มผู้มีอิทธิพล แต่รู้จักกับผู้เสียหาย เกิดไม่ลงรอยกัน จึงวางแผนใช้นกต่อสาวล่อเหยื่อมาเจอก่อนทำร้ายร่างกายอุ้มไปก่อเหตุ เรียกเงินค่าไถ่ 120,000 บาท
ช่วงบ่ายวันนี้ (27 ส.ค.69) พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวกลุ่มผู้ต้องหา เหตุลักพาตัว เรียกค่าไถ่ ในพื้นที่เมืองเชียงใหม่ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงกลางดึกเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 27 ส.ค.69 ที่ผ่านมา จนกระทั่งช่วงเช้าของวันเดียวกันนี้ ทางนายฟาเซท (สงวนนามสกลุ) ได้เข้ามาพบ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ โดยระบุว่า นายฟาอีส (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นพี่ชาย ถูกลักพาตัวไปเพื่อเรียกค่าไถ่ เป็นเงินจำนวน 120,000 บาท เพื่อแลกกับการให้ตนได้รับการปล่อยตัว
ขณะมี่ต่อมาหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนทราบเรื่อง จึฝได้ได้ทำการสืบสวน จนทราบว่าผู้ก่อเหตุที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้มีด้วยกันทั้งสิ้น 4 คน โดยได้ลงมือลักพาตัวไปผู้เสียหายในบริเวณ ถ.เจริญประเทศ ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ขึ้นขึ้นรถยนต์ ยี่ห้อมาสด้า สีดำ มีรอยบุบด้านขวาหลัง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และหลบหนีไป จนต่อมา นายฟาเซท (ผู้แจ้งความ) กำลังให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทาง นายฟาอีส พี่ชายก็ไก้ติดต่อมาหา นายฟาเซท อีกครั้งผ่านโทรศัพท์ และแจ้งว่ากลุ่มคนร้ายได้เรียกเงินค่าไถ่เป็นเงินจำนวน 600,000 บาท แต่นายฟาเซท (ผู้เสียหาย) ได้ต่อรองจนเหลือเป็นเงินจำนวน 120,000 บาท
จากนั้นภายหลังการตกลงกันได้แล้ว กลุ่มคนร้ายจึงได้นัดหมายให้ นายฟาเซท นำเงินค่าไถ่ไปวางไว้ที่บริเวณริมแม่น้ำปิง ใกล้กับท่าเรือหางแมงป่อง ต.วัดเกต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วางแผนจับกุมกลุ่มคนร้าย โดยได้ให้ นายฟาเซท ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปยังจุดนัดหมาย ซึ่งทางเจ่าหน้าที่ได้วางกำลังไว้แล้ว โดยให้นำเงินค่าไถ่ที่ตกลงกับทางกลุ่มคนร้ายไปวางไว้บริเวณเสาไฟฟ้า และหลังจากที่ นายฟาเซท วางเงินค่าไถ่ไว้ และขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไปไม่นาน หนึ่งในกลุ่มคนร้าย ทราบชื่อคือ นายบาชู (ไม่มีนามสกุล) อายุ 29 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามายังจุดนัดหมาย และได้ลงจากรถจักรยานยนต์ไปหยิบเงินค่าไถ่ดังกล่าว
ทางเจ้าหน้าที่เห็นดังนั้น จึงได้เข้าควบคุมตัว และขอทำการตรวจค้นตัว แต่พบไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย และพบกล่องบรรจุเงินค่าไถ่อยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่ง นายบาซู (ผู้ถูกจับกุม) รับว่าได้มาเอาเงินค่าไถ่ดังกล่าวจริง และจากการสอบถาม ได้ให้การเพิ่มเติมว่า นายฟาอีส (ผู้เสียหาย) ถูกกักขังอยู่ที่ โรงแรมแห่งหนึ่งในย่าน ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เข้าทำการตรวจสอบและพบเห็น รถยนต์ ยี่ห้อมาสด้า สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ลักษณะตรงตามภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ ซึ่งเป็นคันที่ได้ลักพาตัวผู้เสียหายไป จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อเรียกตรวจสอบรถคันดังกล่าว
จากการตรวจสอบบุคคลภายในรถพบ นายฟาอีส (ผู้เสียหาย) มีร่องรอยจากการถูกทำร้ายร่างกายตามใบหน้า และมีแผลฉีกขาดบริเวณใบหูข้างซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์ และพบ นายฤทธิเดช หรือไอซ์ อายุ 24 ปี และ นายธนพล หรือเบียร์ อายุ 27 ปี พร้อมกับ นายวัน (ไม่มีนามสกุล) อายุ 14 ปี อยู่ภายในรถคันดังกล่าว จึงได้ทำการควบคุมตัวไว้ จากการสอบถาม ผู้ต้องหาทั้งสามให้การยอมรับว่าได้ก่อเหตุลักพาตัว นายฟาอีส มาเพื่อกักขังเรียกค่าไถ่จริง จึงได้ทำการควบคุ้มตัวผู้ต้องหาทั้งหมกพร้อมกับยึดของกลางมายัง สภ.เมืองเชียงใหม่
ขณะที่ช่วงเวลา 15.30 น. ของวันเดียวกันนี้ ทางด้าน พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทั้งหมดและบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก 1 คน เป็นหญิงสาว มาสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งมีการนำอาวุธปืนที่ตรวจยึดได้จากทางกลุ่มผู้ก่อเหตุมาตรวจสอบ พบว่าปืนของกลางทั้งหมดเป็นปืน บีบีกัน ที่ทางกลุ่มคนร้ายได้นำไปใช้ในการข่มขู่ผู้เสียหายเพียงเท่านั้น อีกทั้งยังพบว่าทางหญิงสาวที่มีการคุมตัวในเวลาต่อมามีความเกี่ยวข้องกับทางกลุ่มผู้ก่อเหตุ โดยทราบว่าเป็นคนที่ได้มีการโทรนัดหมายให้ผู้เสียหายมาหา ก่อนที่จะถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุทำร้ายแล้วพาตัวขึ้นรถไป
อย่างไรก็ตามหลังการสอบสวน ทางด้าน พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวที่เกิดขึ้น ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการจับกุมบุคคลที่ก่อเหตุและบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ทั้งหมดแล้ว โดยจะมีการสอบสวนข้อเท็จจริงกับบุคคลทั้งหมดอีกครั้งเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอน โดยในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการแจ้งข้อหากับทางผู้ก่อเหตุเบื้องต้น 4 ข้อหา คือ เรื่องการเรียกค่าไถ่ , กักขังหน่วงเหนี่ยว , ร่วมกันทำร้ายร่างกาย และเรื่องของการพกพา หรือมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ จากการสอบสวนเบื่องต้น ทางผู้ต้องหาทั้งหมดก็ได้ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันก่อเหตุจริง ส่วนกรณีที่ใครเป็นคนวางแผนหรือใครเป็นคนทำหน้าที่อะไรนั้น ยังมีการให้ข้อมูลที่ไม่ชักเจนอยู่ โดยในส่วนนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็จะได้มีการสืบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มจากทางพยานหลักฐาน และทางผู้เสียหายอีกครั้ง และจากการสืบสวนในเบื้องต้นก็พบว่ากลุ่มผู้ต้องหานั้นไม่ได้้ป็นกลุ่มแก๊งที่มีอิทธิพลแต่อย่างใด เพราะจากการสืบสวนพฤติการของผู้ก่อเหตุไม่ได้มีการวางแผนแบบรัดกุมหรือเป็นขั้นตอนอะไรมาก และพบว่ามีการพูดคุยกับทางผู้เสียหาย แต่ทางผู้เสียหายมีการขัดขืนไม่ยินยอม จึงมีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็จะได้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และหากมีการสืบพบเบาะแสการกระทำผิดหรือมีหลักฐานเพิ่มเติมก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมและดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป





ร่วมแสดงความคิดเห็น