14 ธ.ค. 67 ผู้สื่อข่าว “เชียงใหม่นิวส์” รายงาน นับตั้งแต่เชียงใหม่ติดบัญชีรายชื่อเบื้องต้นมรดกโลก ขององค์การยูเนสโก้ เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 แม้จะมีข่าวความเคลื่อนไหวมาตลอดเกือบทศวรรษ จนกระทั่งหลังคณะอนุกรรมการระดับชาติ ได้ตีกลับเอกสารประกอบการขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของเชียงใหม่ให้กลับไปแก้ไข เมื่อปี พ.ศ. 2565 ทุกอย่างกลับเงียบหายไป
.
ล่าสุดนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกคำสั่งจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 5787/2567 ให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก พร้อมได้เชิญ นายบวรเวท รุ่งรุจี ผู้เชี่ยวชาญเรื่องมรดกโลก มาเป็นประธานคณะทำงาน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นผู้นำขับเคลื่อนการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพและภูพระบาท จนได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกมาแล้วในปี พ.ศ. 2566 และ พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา

ซึ่งวันที่ 13 ธันวาคม ได้มีการจัดงานเสวนาร่วมหารือเบื้องต้น และบรรยายความรู้เพื่อเตรียมความพร้อมในโอกาสครบรอบสถาปนา 730 ปี เมืองเชียงใหม่ เป็นมรดกโลก ณ ห้องเธียร์เตอร์ อาคารรวงผึ้ง ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่ โดยมีหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่แหล่งมรดกเชียงใหม่ทั้ง 8 แหล่ง และตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วม
.
มรดกโลกเริ่มต้นจากแนวคิดของยูเนสโกในปี พ.ศ. 2502 หลังการร้องขอจากอียิปต์และซูดานที่กังวลว่าน้ำจากเขื่อนอัสวานจะท่วมโบราณสถานสำคัญ การเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุทำให้เกิดการถกเถียงเรื่องการอนุรักษ์ นำไปสู่กฎบัตรเวนิส (พ.ศ. 2507) และการก่อตั้ง ICOMOS หรือ สภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ ในปีถัดมา เพื่อดูแลและพิจารณาแหล่งวัฒนธรรมที่สำคัญ ต่อมาเกิดอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกในปี พ.ศ. 2515 และคณะกรรมการมรดกโลกในปี พ.ศ. 2520 โดยไทยเข้าร่วมในปี พ.ศ. 2530

จังหวัดเชียงใหม่ได้เสนอแหล่งมรดกวัฒนธรรมอนุสรณ์สถานแหล่งต่างๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยมีแหล่งโบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ วัดเชียงมั่น , วัดเจดีย์หลวง , วัดพระสิงห์ , วัดสวนดอก , วัดอุโมงค์ , วัดเจ็ดยอด , วัดพระธาตุดอยสุเทพ และคูเมืองเชียงใหม่
.
สำหรับแผนการดำเนินงานผลักดันสู่มรดกโลก มีกรอบระยะเวลาการทำงาน 10 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2567 – เดือนกันยายน พ.ศ. 2568 ก่อนที่จะนำเสนอให้คณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม เพื่อให้ผู้แทน ICOMOS เดินทางเข้ามาตรวจประเมินแหล่งโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียน ก่อนจะพิจารณาเสนอให้องค์การยูเนสโก้ รับรองการเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ให้ทันวาระครบรอบสมโภชเชียงใหม่ 730 ปี ในปี พ.ศ. 2569

ตามขั้นตอนแล้ว หลังจากสถานที่ที่นำเสนอติดบัญชีรายชื่อเบื้องต้นมรดกโลก จะต้องเว้นระยะเวลาประมาณ 1 ปี ก่อนที่คณะทำงานจะส่งเอกสารประกอบการขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก ซึ่งผ่านมติที่ประชุมของคณะรัฐมตรี ไปยังองค์การยูเนสโก้ ก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ หลังจากนั้นจะมีการประชุมในเดือนมีนาคม เพื่อคัดเลือกสถานที่ที่น่าสนใจ ก่อนส่งคณะผู้แทนสากลจาก ICOMOS เดินทางเข้ามาตรวจประเมินแหล่งโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียน ก่อนจะพิจารณาเสนอให้คณะกรรมการมรดกโลกตัดสินในการประชุมขั้นตอนสุดท้าย
.
เชียงใหม่ถือว่ามีโอกาสสูงที่จะได้เป็นมรดกโลก เนื่องจากปัจจุบันติดอยู่ในรายชื่อบัญชีเบื้องต้น มีการตั้งคณะทำงานชุดใหม่ โดยได้ผู้มีประสบการณ์ในการผลักดันแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมมาแล้ว ซึ่งการได้เป็นมรดกโลก ไม่เพียงแค่เชียงใหม่จะได้รับตราสัญลักษณ์มรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้มาติดเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เชียงใหม่ได้รักษาโบราณสถาน มรดกเมืองเชียงใหม่ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน และช่วยให้เชียงใหม่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติเพิ่มขึ้น สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างมหาศาล


ร่วมแสดงความคิดเห็น