เชียงใหม่ เมืองเหนือแดนพหุวัฒนธรรม

“แม่น้ำปิงไหลลงสู่เมืองใต้บ่ได้ไหลขึ้นเหนือ
แต่คนมากเหลือมาแอ๋วเมืองเหนือต่างเจื้อชาติกันไป พ่องก็เป็นคนไทย พ่องก็เป็นคนจีน อเมริกัน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์
พ่องก็เป็นเยอรมัน พ่องก็เป็นอินเดีย คนสิงคโปร์ คนอินโดนีเซีย
ซัมพ่องก็ขาว ซัมพ่องก็ดำ”

ยินดีต้อนรับ-จรัล มโนเพ็ชร-สุนทรีเวชานนท์

เชียงใหม่ในเวลานี้นับเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมากเป็นอันดับต้นของประเทศไทย เป็นอีกหมุดหมายสำหรับผู้ที่ต้องการย้ายเข้ามาอาศัย จากการสำรวจโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ รายงานสำรวจการย้ายถิ่นของประชากร 10 อันดับจังหวัดที่คนย้ายทะเบียนบ้านเข้ามากที่สุดปี 2568 พบว่าเชียงใหม่อยู่ในอันดับที่ 4 ทำให้เชียงใหม่มีความหลากหลายของผู้คนกระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ

ความหลากหลาย ถือเป็นส่วนหนึ่งที่แทรกซึมอยู่หลายแห่งในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นเพศ เชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม เราเรียกความหลากหลายในพื้นที่นี้ว่า “พหุวัฒนธรรม” ความเป็นพหุวัฒนธรรมนี้ได้แทรกซึมอยู่ในทุกพื้นที่ของประเทศไทยรวมถึงเชียงใหม่เองก็ถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความหลากหลายกระจัดกระจายตามพื้นที่ต่างๆ ทั้งในตัวเมืองและนอกตัวเมือง ความหลากหลายนี้เกิดขึ้นจากผู้คนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ครั้งอดีต ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนที่มาด้วยภาระหน้าที่ทางศาสนาหรือกลุ่มคนที่เข้ามาเพื่อทำการค้าขาย ไปจนถึงกลุ่มคนต่างเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ก่อนหน้าหรืออพยพเข้ามา กลุ่มคนเหล่านี้ได้ปรับเอาความแตกต่างในวัฒนธรรมของตนเองให้เข้ากับพื้นที่ใหม่ของพวกเขาจนกลายเป็นส่วนหนึ่งกับพื้นที่นั้น

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงกรุงศรีอยุธยาแตกพ่าย ภายหลังจากการบุกตีของพม่าจนแตกพ่ายเป็นครั้งที่ 2 ผู้คนที่หนีจากสงครามได้พากันกระจัดกระจายออกเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยก่อนจะถูกรวบรวมโดยพระเจ้าตากและเข้าต่อสู้เพื่อช่วงชิงเอกราชจากพม่ากลับมาอีกครั้งหนึ่ง ไฟแห่งสงครามที่ปะทุอย่างต่อเนื่อง ทำให้เชียงใหม่ต้องกลายเป็นเมืองร้างไปช่วงหนึ่งเพราะการทำศึกที่ยืดเยื้อกับพม่า พระเจ้าตากจึงมีรับสั่งให้ทิ้งเมืองเชียงใหม่เสีย จนถึงพ.ศ. 2344 เมื่อกองทัพพม่าถูกขับไล่ออกจากล้านนาแล้วก็ได้เข้าสู่ยุค “เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง” ด้วยฝีมือของพระเจ้ากาวิละได้ขึ้นเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ เห็นว่าในเขตกำแพงเมืองเชียงใหม่ไม่มีใครอาศัยอยู่จนกลายเป็นเมืองร้าง พระเจ้ากาวิละจึงชักชวนเจ้าน้องทั้ง 6 คน ไปตีหัวเมืองอื่นเพื่อกวาดต้อนคน เริ่มตั้งแต่เมืองฝางจนถึงสิบสองปันนา การไล่ตีเมืองและกวาดต้อนผู้คนในครั้งนี้นอกจากจะชวนเพิ่มประชากรให้เมืองเชียงใหม่แล้ว ยังถูกแบ่งไปยังเมืองที่เจ้าเจ็ดตนปกครองทั้งเมืองเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงแสน เชียงราย ด้วยเหตุนี้ทำให้ความหลากหลายของผู้คนในสังคมเชียงใหม่ได้ก่อตัวขึ้น

ในเวลาต่อมา ความหลากหลายของผู้คนเพิ่มขึ้นทั้งจากการเข้ามาผ่านการค้า เช่น ชาวจีนแต้จิ๋ว ชาวจีนยูนาน ชาวอินเดีย กลุ่มคนในพื้นที่ใกล้เคียง กลุ่มชาติตะวันตกที่ได้เข้ามาเผยแพร่ศาสนา และใช้ความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่ มีบทบาทสำคัญต่อเมืองเชียงใหม่เป็นอย่างมาก ทั้งการป้องกันโรคฝีดาษ และโรคมาลาเรีย นอกจากการเข้ามาเพื่อทำการค้าและเผยแพร่ความรู้สมัยใหม่

หากยกตัวอย่างของความเป็นพหุวัฒนธรรมนอกจากความหลากหลายของผู้คนแล้ว คงเป็นความเชื่อที่เข้ามาพร้อมกับพวกเขา ความเชื่อบางอย่างได้เข้ามาผสมผสานกับความเชื่อกระแสหลักได้อย่างลงตัว เช่น ในวัดหนึ่งแห่ง สามารถมีทั้งพระพุทธรูป และรูปเคารพจากความเชื่ออื่นอยู่ด้วย เช่น พระพิฆเนศ เจ้าแม่กวนอิม ท้าวเวสสุวรรณ หรือรูปเคารพที่คนในพื้นที่นับถือ ประกอบกับสังคมไทยในปัจจุบันที่การนับถือความเชื่ออื่นถือเป็นเรื่องปกติ ขึ้นอยู่กับความศรัทธาของแต่ละบุคคล เหมือนกับที่เราจัดงานเทศกาลคริสต์มาสแม้จะนับถือศาสนาพุทธ

แม้ความแตกต่างเป็นเสมือนคำที่ไว้ใช้แบ่งแยก แต่เมื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมได้โดยไม่เกิดความขัดแย้ง เพราะในสังคมของแต่ละคนล้วนมีกฎเกณฑ์หรือกฎระเบียบที่คอยควบคุมซึ่งกันและกัน อีกทั้งการดำเนินวิถีชีวิตด้วยความแตกต่างที่ไม่แทรกแซงหรือรบกวนกันจึงเป็นข้อสำคัญที่ช่วยให้กลุ่มคนที่มีความแตกต่างกันค่อยปรับตัวเข้าหากันได้ ความเป็นพหุวัฒนธรรมนี้เองที่เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนวงล้อแห่งการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ให้หมุนไปข้างหน้าต่อไป

ที่มา : ทศ คณนาพร. เรื่องเล่าเวียงเจียงใหม่. เชียงใหม่ : เอ็นสแควร์, 2549.
สรัสวดี อ๋องสกุล. ประวัติศาสตร์ล้านนา. กรุงเทพฯ : อมรินทร์, 2553.
สำนักงานนสถิติแห่งชาติ. โครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568. ที่มา https://www.nso.go.th/public/e-book/Statistical-Yearbook/SYB-2025_webPage/Page_SYB_TH.html

ที่มาภาพ: เพจศูนย์มรดกเมืองเทศบาลนครเชียงใหม่. ที่มา https://www.facebook.com/share/1AUsmYfinV/
เกษราภร กุณรักษ์. โรงพยาบาลแมคคอร์มิค. ที่มา https://www.finearts.go.th/chiangmaiarchives/view/30209-

ร่วมแสดงความคิดเห็น