(มีคลิป) แจ้งความอดีตพระลูกวัด ย่องเงียบขนของออกจากกุฏิ

YouTube video

ผู้ใหญ่บ้านฉุนเข้าแจ้งความ อดีตพระลูกวัดย่องเงียบ ขนของออกจากกุฏิ

เมื่อวันที่ 4 ม.ค.66 ที่สำนักสงฆ์วัดป่าอุดมเจริญธรรม ม.11 ต.อ่างทอง อ.เชียงคำ จ.พะเยา นายวิจารณ์ กาติ๊บ ผู้ใหญ่บ้านเนินสายกลาง ม.11 ต.อ่างทองได้พาคณะกรรมการวัดและชาวบ้าน รวมตัวเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เชียงคำ โดยพบว่า นายเฉลิมเกียรติ (ขอสงวนนามสกุล) อดีตพระลูกวัดซึ่งเคยดูแลพระใบฎีกายุทธนา จิตสังวโร หรือครูบาเซน ได้ทำการแอบย่องมาขนของในกุฏิอดีตเจ้าอาวาสออกไปช่วงกลางดึก หลังเสร็จงานประชุมเพลิงอดีตเจ้าอาวาส ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้

ชึ่งมีการขนข้าวของออกไปทั้งกลางวันและกลางคืน โดยดึกสุดคือเวลาประมาณตี 1 กว่า สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมากในเรื่องนี้ ทั้งนี้หลังจากเกิดเรื่องได้มีการพูดคุยเจรจากับนายเฉลิมเกียรติต่อหน้าพนักงานสอบสวน โดยเบื้องต้นยังตกลงกันไม่ได้

นายวิจารณ์ ได้เล่าว่า หลังจากที่ได้มีการประชุมเพลิงครูบาเซนเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.65 ที่ผ่านมา ทางตนและคณะกรรมการวัดได้ประชุมหารือในเรื่องที่ นายเฉลิมเกียรติ จะมาขนข้าวของออกจากกุฏิภายในวัดแห่งนี้ออกไป ซึ่งตนก็ได้บอกกล่าวกับนายเฉลิมเกียรติ ว่าอันไหนที่คิดว่าเป็นของตัวเองก็ให้ขนไปได้ แต่อันไหนที่เป็นของวัดแห่งนี้อย่าได้ขนออกไป โดยวันที่เข้ามาขนของช่วงกลางวันนั้น ชาวบ้านส่วนหนึ่งก็ได้เข้ามาช่วยขนของเพราะเจ้าตัวอ้างว่าเป็นของส่วนตัวทั้งหมด แต่ตกดึกกลับพบว่านายเฉลิมเกียรติ ได้มีการเข้ามาขนของอย่างต่อเนื่อง จนรุ่งเช้าตนและคณะกรรมการวัดเข้าไปดูก็พบว่า ภายในกุฏิของครูบาเซนกลับโล่งอย่างผิดหูผิดตา ทั้งประตูบานเลื่อนถูกยกไปทั้งหมดและข้าวของอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้อาคารที่เก็บของก็ถูกงัดแถมยังนำข้าวของออกไปด้วย จึงทำให้พวกตนไม่พอใจจึงได้โทรศัพท์เรียกตัวของนายเฉลิมเกียรติ มาพูดคุยแต่ก็ตกลงกันไม่ได้ โดยมีการนัดให้ไปพูดคุยกันที่ สภ.เชียงคำ พวกตนจึงได้พากันไปพูดคุยต่อหน้าพนักงานสอบสวน

ทั้งนี้ตัวของนายเฉลิมเกียรติ อ้างว่าข้าวของทุกอย่างรวมทั้งประตูบานเลื่อนที่อยู่ในกุฏิ เป็นของส่วนตัวทั้งสิ้น ตนจึงได้บอกกล่าวว่าหากเป็นของตัวเองจริง ให้นำหลักฐานมาแสดงต่อหน้าคณะกรรมการวัดและชาวบ้านทุกคน โดยหลังจากนั้นก็ยังได้มีการมาพูดคุยกันภายในวัดอีก 1 รอบ แต่ก็ยังตกลงกันไม่ได้และทางนายเฉลิมเกียรติ ก็ได้พูดขึ้นมาว่าหากข้าวของชิ้นไหนเป็นของวัด ก็ให้นำหลักฐานมาแสดงด้วย

ล่าสุดวันนี้พวกตนจึงได้นำหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อมามอบให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อที่จะได้ดำเนินคดีต่อนายเฉลิมเกียรติ ที่เข้ามาขนของในยามวิกาล ซึ่งไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ตนเองติดใจเพียงในเรื่องของประตูที่ถูกยกเอาไปจนเกลี้ยงว่าเอาไปได้อย่างไร

ด้าน ร.ต.อ.อาคม แก้วหน่อ พนักงานสอบสวนร้อยเวร สภ.เชียงคำ เจ้าของคดีนี้ได้กล่าวว่า ในทางของตำรวจนั้น เบื้องต้นได้มีการลงพื้นที่เพื่อเก็บรายละเอียดทั้งหมดแล้ว ทั้งนี้จากการสอบสวนเบื้องต้นนั้น ทราบว่าหลังจากพระใบฎีกามรณภาพก็ยังไม่มีการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสไว้ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเสียก่อน อีกทั้งบัญชีทรัพย์สินทุกอย่างของทางวัดนั้น พบว่าตัวของนายเฉลิมเกียรติได้มีการเก็บเอกสารไว้ทั้งหมด โดยไม่มีการมอบให้กับทางคณะกรรมการวัดแม้แต่น้อย ทั้งนี้ตนจะได้ทำการปรึกษาอย่างละเอียดกับทาง ผกก.สภ.เชียงคำ และเจ้าคณะ อ.เชียงคำ ในเรื่องที่เกิดขึ้นนี้รวมทั้งจะได้ติดต่อนายเฉลิมเกียรติ ผู้ถูกกล่าวหามาให้ปากคำกับทางตำรวจด้วย แต่หากไม่มาหรือติดต่อไม่ได้ ก็จะมีการออกหมายเรียกต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการตั้งข้อหากับผู้ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด ซึ่งจะต้องสอบสวนอย่างละเอียดกันอีกครั้ง

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้มีการโทรศัพท์ไปหายังนายเฉลิมเกียรติ ทั้งหมายเลขเดิมและหมายเลขใหม่ เพื่อที่จะมีการสอบถามในเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่สามารถที่จะติดต่อตัวของนายเฉลิมเกียรติได้ ด้วยผู้ถูกกล่าวหาได้ปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารทั้งหมด ซึ่งทางชาวบ้านเองก็ไม่สามารถที่จะติดต่อได้เช่นกัน

ร่วมแสดงความคิดเห็น