ชาวบ้าน ต.บ้านเอื้อม ร่วมกันบูรณะสถานที่ อนุสรณ์สถาน พ่อเจ้าทิพย์ช้างบ้านหนาดคำ

ชาวบ้าน ต.บ้านเอื้อม ร่วมกันบูรณะสถานที่ อนุสรณ์สถานพ่อเจ้าทิพย์ช้างบ้านหนาดคำ พร้อมเตรียมจัดบวงสรวง ก่อนจะนำรูปปั้นปูนปอตแลนด์ผสมเรซินพิเศษเสริมโครงเหล็ก เหมือนพ่อเจ้าทิพย์ช้าง และแม่เจ้าพิมพาขึ้นประดิษฐาน ให้ชาวบ้านในพื้นที่และนักท่องเที่ยวได้เข้ากราบไหว้ โดยประธานสภาวัฒนธรรม กล่าวว่า จะดำเนินการให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของ จ.ลำปาง พร้อมประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทั้งคนไทย-ต่างชาติเข้ามาเที่ยว โดยจะมีสินค้าโอทอปภูมิปัญญาของชาวบ้านไว้จำหน่าย

และจะได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของพ่อเจ้าทิพย์ช้าง วีรบุรุษผู้กู้แผ่นดินภาคเหนือในอดีต จนได้รับอุสสาภิเษกเป็นเจ้าผู้ครองเขลางค์นคร และเชื้อเจ้าเจ็ดต้น บุญสายสุรินทร์ ศิษย์ใกล้ชิดหลวงพ่อเกษม เขมโก และนายกสมาคมผู้สื่อข่าวนครลำปาง ที่รับเป็นผู้ดำเนินเนินการจัดสร้างรูปเหมือน จัดพิธีเบิกเนตรนิมนต์พระผู้ใหญ่หลายรูปร่วมทางพิธีสงฆ์ และพิธีพราหมณ์ นิมนต์เกจิดัง 5 รูป นั่งปรกรูปเหมือน และเหรียญพ่อเจ้าทิพย์ช้างและแม่เจ้าพิมพา อย่างยิ่งใหญ่

นายบุญสาย สุรินทร์ นายกสมาคมคนเลี้ยง จ.ลำปาง ร่วมกับ นายไชยยันต์ เปรมทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวนครลำปาง ได้นำชาวบ้าน ต.บ้านเอื้อม ร่วมกันทำความสะอาดบูรณะสถานที่ประดิษฐานพ่อเจ้าทิพย์ช้าง ณ อนุสรณ์สถานบ้านหนาดคำ ต.บ้านเอื้อม อ.เมืองลำปาง โดยมี ดร.อุดมศักดิ์ ศักดิ์มั่นวงค์ ประธานสภาวัฒนธรรม จ.ลำปาง เข้าร่วมเป็นเกียรติในกิจกรรมครั้งนี้ด้วย

การบูรณะสถานที่ประดิษฐานพ่อเจ้าทิพย์ช้างในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมสถานที่ ๆ จะนำรูปปั้นเหมือนพ่อเจ้าทิพย์ช้าง 1.99 เมตร และแม่เจ้าพิมพา (ปิมปา) มาประดิษฐานแทนรูปถ่ายเดิมซึ่งเป็นไวนิล สถานที่แห่งนี้เป็นเป็นบ้านเดิมของพ่อเจ้าแม่พิมพามเหสีพ่อเจ้าทิพย์ช้าง โดยตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านหนาดคำ ต.บ้านเอื้อม บริเวณสถานที่แห่งนี้ เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านสืบต่อกันมาช้านาน โดยสภาพพื้นที่มีใบไม้ตกเกลื่อนเต็มไปหมด และหญ้าขึ้นรกชันไปทั่ว ประกอบกับกิ่งก้านไม้ปกคลุม และผนังไม้ บันได ซึ่งสร้างขึ้นได้เกิดผุพังเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้นายบุญสาย สุรินทร์ และนายไชยยันต์ เปรมทอง ที่ได้รับมอบหมายจากสภาวัฒนธรรม จ.ลำปาง ให้เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้างรูปปั้นเหมือนพ่อเจ้าทิพย์ช้าง และแม่เจ้าพิมพา ได้กล่าวว่า ก่อนจะเข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันเกิดของหลวงพ่อเกษม เขมโก ทางกลุ่มผู้สูงอายุบ้านวังหม้อ ได้เห็นชอบกันว่าน่าจะเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของพ่อเจ้าทิพย์ช้าง ที่ทรงมีต่อชาวภาคเหนือ และท่านยังเป็นเจ้าผู้ครองเขลางค์นครมาตั้งแต่ยุคต้น ๆ อีกทั้งยังเป็นต้นตระกูล ณ ลำปาง ณ ลำพูน ณ เชียงใหม่ และสกุลต่าง ๆ ในสายสกุลของของเจ้าเจ็ดตนผู้ปกครองเมืองต่าง ๆ แห่งล้านนา อย่างร่มเย็นเป็นสุขมาตราบจนเท่าทุกวันนี้

“หลังจากที่หลายฝ่ายเห็นต้องกัน จึงได้จัดหาชุดเสื้อผ้าสมัยโบราณ เพื่อเตรียมแต่งเค้าโครงพ่อเจ้าทิพย์ช้าง แต่ทั้งนี้ก่อนถึงวันงาน ผมได้เดินทางไปพร้อมกับคุณไชยยันต์ เพื่อขออนุญาตแต่งกายคล้ายพ่อเจ้าทิพย์ทิพย์ช้าง ที่อนุสาวรีย์พ่อเจ้าทิพย์ช้าง ที่ประดิษฐานอยู่บริเวณถนนพหลโยธิน ตรงกันข้ามสวนอาหารเรือนแพแล้ว ก็ยังเดินทางไปที่อนุสรณ์สถานของพ่อเจ้าทิพย์ช้างอีกแห่งหนึ่งที่บ้านหนาดคำ ต.บ้านเอื้อม เมื่อเข้าไปแล้วพบว่า พื้นที่รกรุงรังหลายอย่างทั้งเศษใบไม้ใบหญ้า กิ่งไม้ปกคลุมลงมา และสถานที่ประดิษฐานพ่อเจ้าทิพย์ช้างเป็นแค่ป้ายไวนิล ดูแล้วไม่สวยงาม ผมจึงได้ปรึกษากับคุณไชยยันต์ ว่าเราน่าจะสืบเสาะประวัติของพ่อเจ้าทิพย์ช้าง และเข้าพบกับ ดร.อุดมศักดิ์ ศักดิ์มั่นวงศ์ ประธานสภาวัฒนธรรม จ.ลำปาง พร้อมคณะกรรมการ เพื่อหารือในการดำเนินการจัดสร้างรูปปั้นเหมือนพ่อเจ้าทิพย์ช้าง และแม่เจ้าพิมพา ซึ่งก็ได้เห็นชอบให้ผมกับคุณไชยยันต์ เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้างรูปปั้นทั้ง 2 พระองค์ ดังกล่าวในครั้งนี้”

นายบุญสาย สุรินทร์ กล่าวไว้ตอนหนึ่ง และกล่าวเสริมอีกว่า ยังได้เข้าพบกับ นายทวีศักดิ์ นพคุณ ปลัด อบต.บ้านเอื้อม รักษาการนายก อบต.บ้านเอื้อม ในฐานะที่ดูและและรับผิดชอบในพื้นที่ก็ได้ให้การสนับสนุน พร้อมแนะนำให้ไปพบกับนายนิคม กิตติแก้ว ผญบ.หมู่ที่ 1 ต.บ้านเอื้อม หลังจากแจ้งวัตถุประสงค์ให้ทราบแล้ว ก็มีการทำประชาคมกับชาวบ้านในพื้นที่ ถึงการที่จะสร้างรูปปั้นเหมือนพ่อเจ้าทิพย์ช้างและแม่เจ้าพิมพาให้ทราบ โดยชาวบ้านต่างลงมติเห็นชอบในการดำเนินการดังกล่าวในครั้งนี้ ส่วนขั้นตอนการดำเนินการนั้น ตอนนี้อยู่ระหว่างการว่าจ้างช่างปั้นปูนให้จัดสร้างรูปเหมือนพ่อเจ้าทิพย์ช้าง ขนาดความสูง 1.99 เมตร และรูปปั้นเหมือนแม่เจ้าพิมพา ขนาดความสูง 1.89 เมตร

โดยรูปั้นทั้งสองพระองค์ จะแล้วเสร็จในราวต้นเดือนเมษายน 2563 นี้ พร้อมจะมีการทำพิธีเบิกเนตร ทางพิธีพราหมณ์ และพิธีสงฆ์ มีพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่หลายรูปเข้าร่วมพิธี และนอกจากนี้ยังได้นิมนต์พระเกจิสงฆ์ดังอีก 5 รูป ทำพิธีปลุกเสกรูปปั้น ของ 2 พระองค์ และเหรียญที่ระลึกพ่อเจ้าทิพย์ช้าง มีทั้งเหรียญทอง (ตามสั่งจอง) เหรียญเงิน เหรียญนวะ และเหรียญทอง ใครร่วมทำบุญจะได้รับเหรียญที่ระลึกสมนาคุณ วัตถุประสงค์ เพื่อหาทุนมาพัฒนาอนุสรณ์สถานบ้านหนาดคำ ให้สะอาดสะอ้าน และปรับปรุงอีกหลาย ๆ อย่าง รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะมอบเป็นกองทุนให้กับทางผู้ใหญ่นิคมและคณะกรรมการ ที่จะแต่งตั้งขึ้นมาเป็นผู้รับผิดชอบเอาไว้ใช้จ่ายกับทางอนุสรณ์สถานแห่งนี้ต่อไป

ด้าน ดร.อุดมศักดิ์ ศักดิ์มั่นวงศ์ ประธานสภาวัฒนธรรม จ.ลำปาง กล่าวว่า ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว โดยได้ขออนุมัติงบประมาณจาก จ.ลำปาง สมัยอดีตนายสุวรรณ กล่าวสุนทร เป็น รอง ผวจ.ลำปาง ผ่านไปทาง นายอมรพันธ์ นิมานันท์ อดีต ผวจ.ลำปาง ที่ได้อนุมัติเงินจากกองทุนพัฒนารอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ให้จำนวนทั้งสิ้น 4,500,000 บาท (สี่ล้านห้าแสนบาทถ้วน) ให้มาดำเนินการก่อสร้างอนุสรณ์สถานพ่อเจ้าทิพย์ช้าง จนเป็นผลสำเร็จ อย่างไรก็ตามหลังสร้างเสร็จได้มอบหมายให้ทาง อบต.บ้านเอื้อม เป็นผู้ดูแล แต่การดำเนินการของบมาเพิ่มเติมจากทาง จ.ลำปาง ไป เพื่อนำมาทำความสะอาดและจัดซ่อมแซมอาคารที่เสียหายไป และการทำนุบำรุงรักษาต่าง ๆ โดยทาง จ.ลำปาง ไม่ได้อนุมัติให้มา สุดท้ายทาง อบต. ก็ปรึกษาหารือกับทางสภาวัฒนธรรม จ.ลำปาง เพื่อคืนการดูแลในอนุสรณ์สถาน กลับไปอยู่ในความดูแลของสภาวัฒนธรรมอีก

เมื่อทางคุณบุญสาย สุรินทร์ และคุณไชยยันต์ เปรมทอง ได้เข้ามาปรึกษากับผมและคณะกรรมการสภา ถึงการจะจัดสร้างรูปปั้นเหมือนพ่อเจ้าทิพย์ช้าง และแม่เจ้าพิมพา โดยทั้ง 2 ท่าน ว่าจะดำเนินการหางบมาจัดสร้างรูปปั้นด้วยตนเอง โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆทั้งสิ้น ทางสภาวัฒนธรรมเมื่อฟังเหตุผลต่างๆแล้วจึงได้นำเรื่องเข้าประชุมกับคณะกรรมการสภาวัฒนธรรม และให้ความเห็นชอบให้ดำเนินการ

“ผมได้รับทราบข่าวจากคุณบุญสาย และ คุณไชยยันต์แล้ว ก็มีความยินดีอย่างยิ่ง และต้องขอขอบขอบคุณท่านทั้งสองที่ได้มีเจตนาดี ๆ อันน่าชื่นชมเป็นอย่างมาก จากนี้ไปผมจะผลักดันอนุสรณ์สถานพ่อเจ้าทิพย์ช้าง ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของ จ.ลำปาง จะสนับสนุนให้ชาวบ้านในพื้นที่ นำสินค้าโอทอปหรือสินค้าอื่นเข้ามาจำหน่ายได้ พร้อมจะได้ตกแต่งในอนุสรณ์สถานให้งดงามมากยิ่งขึ้น ทั้งยังจะได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ไปยังนักท่องเที่ยวชาวไทยทั่วประเทศ และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต่าง ๆ เข้ามาเที่ยวชมกันอีกด้วย เชื่อว่าภายในปีนี้ จะได้เห็นเป็นอย่างรูปธรรมหลายๆอย่าง” ดร.อุดมศักดิ์ ศักดิ์มั่นวงศ์ ประธานสภาวัฒนธรรม จ.ลำปาง กล่าวในตอนท้าย

ร่วมแสดงความคิดเห็น