ตร.ภูธรแพร่ นับหนึ่งใหม่แกะรอยหาเบาะแส สาม พ่อแม่ ลูกหายลึกลับ ญาติพี่น้องหวังตำรวจคลี่คลาย

ผู้สื่อข่าวรายงานมาจาก จ.แพร่ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 เกี่ยวกับความคืบหน้า กรณี 3 พ่อแม่-ลูก หายลึกลับไร้ร่องรอย ไม่ทราบชะตากรรม ที่บ้านพระหลวง อ.สูงเม่น จ.แพร่ ซึ่งเป็นข่าวที่ชาว จ.แพร่ ต่างก็ให้ความสนใจ แลติดตามมการทำงานของตำรวจ สภ.สูงเม่น จะคลี่คลายคดีอย่างไร โดยเรื่องนี้ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 ได้รับรายงานเบื้องต้น จากกรณีที่ทาง พล.ต.ต.นันท์วิทย์ เทียมบุญธง ผบก.ภ.จว.แพร่ ได้รับรายงานการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับความคืบหน้า ที่มีผู้มาแจ้งทุกข์ว่า มีผู้สูญหาย 3 คน เมื่อวันที่29 พฤศจิกายน 2562 จาก พ.ต.อ.สุชาติ สิงห์ขรณ์ ผกก.สภ.สูงเม่น จ.แพร่ ในพื้นที่ ตำบลพระหลวง อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ คือ นายนิพนธ์ พรมโรจน์ อายุ 79 ปี หายออกจาบ้าน เมื่อปี 2545, นางละเอียด พรมโรจน์ อายุ 76 ปี หายออกจากบ้าน เมื่อปี 2559, นายนราพันธ์ (บรรจง) พรมโรจน์ อายุ 41 ปี (ซึ่งปวยทางโรคสมอง) ได้หายออกจากบ้านเมื่อปี 2555 ทั้ง 3 ชีวิต คือ พ่อ แม่ และลูก ครอบครัวดังกล่าวมีลูก 3 คน ๆโตเสียชีวิตแล้ว เหลือ นายนรินทร์ (จอนห์) พรมโรจน์ อายุ 46 ปี และนายนราพันธ์ (บรรจง) พรมโรจน์

จากการหายตัวของ พ่อ แม่ และน้อง ได้สร้างปริศนาในการหายตัวของคนทั้ง 3 แบบไร้ร่องรอยสร้างความกังขาให้กับญาติ ๆ ของนางละเอียดที่มีพี่น้องร่วมท้องถึง 8 คน แต่ได้เสียชีวิตไป 1 คน ในครอบรัวดังกล่าว นายนิพนธ์ฯ มีอาชีพจำหน่ายยางรถยนต์ อยู่ที่ร้านบนถนนยันตรกิจโกศล (หน้า ร.ร.สูงเม่นชนูปถัมภ์) เลขที่172/5 หมู่ที่ 4 ต.ดอนมูล อ.สูงเม่น จ.แพร่ อยู่กับ นายนรินทร์ (จอนห์) 2 คน ส่วนนางละเอียด อยู่กับนายนราพันธ์ ที่บ้านเลขที่ 181 หมู่ที่ 2 ต.พระหลวง อ.สูงเม่น จ.แพร่ แต่การไปมาหาสู่กันทุกวันก็ปรกติ แต่มีเหตุเมื่อปี 2545 นายนรินทร์ (จอนห์) ได้มาบอกแม่ว่า พ่อจะไปอยู่เชียงรายกับภรรยาคนใหม่แต่ย้ายมาไปอยู่ จ.เพชรบูรณ์ ในเวลาต่อมาจนปี 2555 นายนรินทร์ (จอนห์) มาบอกแม่ว่า พ่อมารับน้องไปด้วยที่ จ.เพชรบูรณ์ นางละเอียดก็ให้ นายนราพันธ์ (บรรจง) ไปกับพ่อ จนปี 2559 นายนรินทร์ (จอนห์) มาบอกญาติๆว่าพ่อมารับแม่ คือนางละเอียดฯไปอยู่กับพ่อและน้อง เพราะนายนราพันธ์ (บรรจง) ได้รับอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บ ทางญาติ ๆ ก็ไม่ติดใจสงสัยอะไรเพราะเป็นครอบครัวที่เคยอยู่ร่วมกันมาก่อน แต่เวลาเนิ่นนานวัน นางละเอียดฯปรกติเป็นคนห่วงบ้าน เป็นคนมัธยัสถ์ ชอบค้าขายผลไม้ในบ้านจะต้องนำออกมาขายหน้าบ้านตลอดทั้งปี แต่ทางญาติ ๆ ยังไม่เห็นอะไรผิดปรกติของชีวิตทั้ง 3 คน

เมื่อต้นปี 2562 ญาติผู้น้องของนางละเอียดฯได้เสียชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บ สิ่งแรกญาติ จะต้องมาบอกนายนรินทร์ (จอนห์) ให้ทราบ เพื่อจะได้นำข่าวการเสียชีวิตของผู้น้องไปแจ้งให้กับ พ่อ แม่ ของตัวเองรับทราบเบื้องต้น แต่หลายวันก็ ไร้วี่แวว ของนางละเอียดฯ ทางญาติ ๆ จึงประสานนายนรินทร์ (จอนห์) อีกครั้งว่าขอเบอร์ฯเพื่อที่จะโทรฯไปหานางละเอียดฯที่จะแจ้งให้จากการจากไปของน้องสาว นายนรินทร์ (จอนห์) ก็ให้เบอร์โทรฯมาแต่ไม่สามารถติดต่อได้ทุกเบอร์ฯ หลังจากที่ได้จัดพิธีศพน้องสาวนางละเอียดเป็นที่เรียบร้อย เวลาก็ผ่านไปหลายเดือน ทางญาติๆก็ปรึกษากันว่าจะตามไปหาครอบครัว พรมโรจน์ ที่ จ.เพชรบูรณ์ แต่ไปถามที่อยู่ นายนรินทร์ (จอนห์) กลับปฎิเสธว่าจำไม่ได้และไม่รู้ว่าอยู่จุดไหนของ ต.แคมม์สน อ.เขาคอ จ.เพชรบูรณ์ ทำให้ญาติ ๆ เกิดความสับสน เพราะแรก ๆ นายนรินทร์ (จอนห์) บอกว่าเคยไปหาพ่อ แม่และน้องมาแล้ว หลายครั้ง พอถึงเวลานี้กลับบอกว่าจำไม่ได้และอีกประการหนึ่ง ก็บอกญาติ ๆ ว่าพ่อเคยพาน้องมาที่ร้านจำหน่ายยาง 3-4 ครั้ง ทุกครั้งญาติ ๆ จะถามว่าพ่อแม่ และน้อง อยู่อย่างไร นายนรินทร์ (จอนห์) จะตอบทุกครั้งว่าทุกคนอยู่สุขสบายดี

เมื่อเป็นแบบนี้จึงนำการสู่มาร้องเรียนกับสื่อมวลชนแพร่นำมาสู่การแจ้งทุกข์คนหาย กับทาง ร.ต.อ.วราวุฒิ โปธาตุ พนง.สอบสวน สภ.สูงเม่น จว.แพร่ เจ้าของคดี จึงทำการสอบสวนตามกระบวนการ ของ จนท.ตร.สภ.สูงเม่น มาโดยตลอด และได้นำนายนรินทร์ (จอนห์) มาสอบปากคำ และติดตามค้นหาตามที่ นายนรินทร์(จอนห์) ได้เอ่ยถึงสถานที่และพยานหลักฐาน ต่าง ๆ นายพยุงศักดิ์ พลลุน นายอำเภอสูงเม่น จ.แพร่ ได้รับทราบและเข้าร่วมประชุมชี้แจงให้กับทางญาติผู้สูญหายเมื่อปลายเดือน ธันวาคม 2562 จนวันที่ 16 มกราคม 2563 ทาง พ.ต.อ.สุชาติ สิงห์ขรณ์ ผกก.สภ.สูงเม่น จ.แพร่ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ชัชวาล ปินตากุล รองผกก. (สอบสวน) สภ.สูงเม่น จว.แพร่ ควบคุมลงพื้นที่ เพื่อตรวจค้นตามหมายศาล จังหวัดแพร่ ที่บ้านเลขที่ 181 หมู่ที่ 2 ต.พระหลวง อ.สูงเม่น จ.แพร่ และบ้านเลขที่ 172/5 หมู่ที่ 4 ต.ดอนมูล อ.สูงเม่น จ.แพร่ เข้าตรวจค้นครั้งนี้ไม่สามารถหาหลักฐานของด้านคดี และการหาผู้ต้องสงสัยได้เท่ากับว่าการตรวจค้นครั้งนี้ไม่มีอะไรคืบหน้าของการหายตัวของคนทั้ง 3 ทำให้ญาติ ๆ ผิดหวังหมดกำลังใจและไม่เชื่อมั่นในการทำงานของ จนท.ตร.สภ.สูงเม่น จ.แพร่ จนสื่อมวลชนในจ.แพร่ทั้งท้องถิ่นและส่วนกลางนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง เมื่อข่าวออกไปทั่วประเทศ หากบุคคลทั้ง 3 ยังมีชีวิตอยู่ จะต้องติดต่อทางญาติ ๆ ที่เฝ้าการรอคอยด้วยดวงใจความห่วงใย แต่กลับไร้วี่แววว่า สามพ่อแม่ลูกจะติดต่อกลับมาหาญาติ

ทางด้าน พล.ต.ต.นันทวิทย์ เทียมบุญธง ผบก.ภ.จว.แพร่ ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว รอง ผบก.ฝ่าย สส.ปส. รับนโยบายตั้งชุดเฉพาะกิจในการติดตาม ค้นหาการหายตัวของคนทั้ง 3 ชีวิตว่าจะอยู่ในจุดไหนของประเทศไทยหรือจะอยู่จุดไหนของพื้นแผ่นดินนี้ และจะต้องเร่งติดตาม สืบเสาะหาความจริงให้สังคมรับรู้ ให้ญาติๆของผู้สูญหายได้มีกำลังใจและได้เชื่อมั่นกับการทำงานของตำรวจไทยว่า จริงมัย ใต้ปฐพีนี้ตำรวจไทยทำได้ทุกอย่าง นางเหรียญ ศรชัย อายุ 75 ปี ผู้เป็นน้องสาว นางละเอียด พรมโรจน์ ผู้สูญหาย เล่าว่า เป็นห่วงพี่สาวที่ได้หายออกจากบ้านไปไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ทุกวันทุกคืนก็คอยหาพี่สาวตลอด ส่วนนายนรินทร์ หรือจอนห์ ไม่เคยมาส่งข่าวส่งคราวเรื่องของ พ่อ แม่ และน้องให้รับทราบ มีแต่ลูกสาวและพี่ ๆ น้อง ๆ ลูกหลานเท่านั้นมาเล่าอะไรให้ฟังเกี่ยวกับการหายตัวของพี่สาว (นางละเอียด) ก็ฝากไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยติดตามและช่วยหาความจริงมาบอกญาติๆผู้สูญหายให้โดยเร็ว การเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายระรอกใหม่อีกครั้ง ทางด้าน รอง ผบก. ภ.จว.แพร่ ฝ่าย สส.ปส. ที่ได้รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวว่าจะต้องนับเลขหนึ่งใหม่หรือจะนำข้อมูลเดิมจาก สภ.สูงเม่น จว.แพร่ มาสานต่อ ซึ่งความคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะได้ติดตามมาให้ทราบต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น