ประตูช้างม่อย รอยอดีตเวียงเชียงใหม่ ในวันก้าวสู่ฝัน “เมืองมรดกโลก”

กลุ่มนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเชียงใหม่ บอกเล่า มุมอดีตที่น่าฉงนเกี่ยวกับ “ประตูช้างม่อย” ซึ่งเอกสารด้านประวัติศา
สตร์นครเชียงใหม่  ระบุว่า เป็นประตูเมืองชั้นนอก ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2453-2458 ต่อมาแนวกำแพงดินและประตูนี้ถูกรื้อ มีการเจาะช่องกำแพงเมืองชั้นใน นำชื่อประตูเดิมไปใช้กับช่องทางใหม่ และถนนที่ผ่านบริเวณประตูใหม่ถูกเรียกว่า “ถนนช้างม่อย” เมื่อเชียงใหม่ถูกกำหนดให้เป็นศูนย์กลางภาคเหนือ ส่งผลต่อแผนพัฒนาท้องถิ่นและความจำเป็นต้องขยายถนน เส้นทางเพื่อสัญจรให้สะดวก รองรับความเจริญ ทำให้กำแพงเมืองชั้นในที่ผุพังต้องถูกทุบทำลาย รื้อหายไปพร้อมกับประตูที่ถูกเจาะใหม่ถูกรื้อลงจนหมด เหลือเพียง ถนนช้างม่อยเพียงอย่างเดียวที่ยังคงสืบคำว่า “ช้างม่อย”หลงเหลืออยู่จนปัจจุบัน
ความไม่ชัดเจน ในการเรียบเรียง รวบรวม ประวัติศาสตร์เมือง อาทิ แผนผังพระนคร (เชียงใหม่) พ.ศ. 2436 ไม่
ปรากฎประตูช้างม่อย นอกจากแสดงที่ตั้ง “กู่ช้างม่อย” บริเวณริมคลองแม่ข่าฝั่งตะวันตก ระหว่างวัดปันตาเกิ๋นหรือวัดชัยศรีภูมิกับวัดแสนฝาง
ในขณะที่แผนที่แสดงทรัพย์สินของมิชชันนารี (กลุ่มอเมริกันเพรสไบทีเรียนเมืองนครเชียงใหม่ ฉบับ ค.ศ. 1923 (ราว ๆ พ.ศ. 2466)) ได้แสดงที่ตั้ง ประตูช้างม่อย ไว้ในแนวกำแพงเมืองชั้นในด้านทิศตะวันออก ทางตอนเหนือของประตูท่าแพชั้นใน สันนิษฐานกันว่า คงเกิดจากการเจาะกำแพงเมือง เพื่อต่อเชื่อมถนนจ่าแสน (ปัจจุบันคือถนนราชวิถี) ถนนภายในกำแพงเมืองตัดตรงจากหน้าเวียงแก้ว  ผ่านกลางระหว่างคุ้มหลวงกลางเวียงพระเจ้าอินทวิชยานนท์ และที่ว่าการเค้าสนามหลวง ตรงไปบรรจบกับถนนช้างม่อยตัดใหม่ ที่กำแพงเมืองด้านทิศตะวันออก เหนือประตูท่าแพ ตรงหน้ากาด (ตลาด) สมเพ็ชรในปัจจุบัน

อีกด้านจากสารการวิจัยเรื่อง “ชุมชนโบราณในแอ่งเชียงใหม่–ลำพูน” โดย อ.สรัสวดี อ๋องสกุล กล่าวถึง “บริเวณกำแพงเมืองเชียงใหม่ด้านนอก มีประตูเมืองสำคัญอยู่ 5 ประตู และประตูช้างม่อยคือหนึ่งในนั้น” โดย อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง ในอดีตถนนช้างม่อยเก่า เป็นเส้นทางโบราณผ่านหมู่บ้านเชียงเรือก ไปวัดหนองหล่มแล้วไปสิ้นสุดที่ประตูช้างม่อย

ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่กล่าวถึงประตูช้างม่อยว่า สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1825 เมื่อบ้านเมืองขยายตัวทางราชการได้ตัดถนนช้างม่อยใหม่ขึ้น โดยเจาะกำแพงชั้นในให้ถนนราชวิถี จากในเวียงตัดตรงสู่ถนนช้างม่อยใหม่ไปออกแม่น้ำปิงชาวบ้านนิยมเรียกประตูชั้นในที่เจาะใหม่ว่า ประตูช้างม่อย เพื่อแทนที่ประตูเดิมซึ่งถูกรื้อทิ้งไปในปี พ.ศ.1968 เป็นเวลาร่วม ๆ 4 ปี ที่ เวียงเชียงใหม่เมืองโบราณ ซึ่งตำนานสร้างเมืองระบุว่า ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1839 พยายาม
นำเสนอแผนสู่ “เมืองมรดกโลก”
การผสมผสาน อัตลักษณ์ รากเหง้าของเมืองที่เคยเป็นราชธานีอันยิ่งใหญ่ ของราชอาณาจักรล้านนา จนวิวัฒน์มาสู่ส่วนหนึ่งของแผ่นดิน คงสถานะจังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยมติดอันดับโลกของไทย ย่านบ้านเมืองที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “ช้าง” ไม่ว่าจะเป็นช้างคลาน ช้างเผือก และช้างม่อย ล้วนเป็นทำเลทองที่ราคาติดอันดับ ท็อปไฟว์ ของเชียงใหม่ โดยอ้างอิงประกาศราคาประเมินที่ดินรอบบัญชีปี พ.ศ.2559-2562  อันดับ  1  ถนนท่าแพ, ถนนช้างคลาน, ถนนวิชยานนท์, ตลาดวโรรส และตลาดต้นลำไย  ราคาประเมินที่ดินตารางวาละ 250,000 บาท อันดับ 4 คือย่าน ถนนช้างม่อย ราคาประเมินตารางวาละ  180,000 บาท

ดังนั้น ความเปลี่ยนแปลง บริเวณย่านประตูช้างม่อย หรือกู่ช้างม่อย หรือถนนช้างม่อย หากเทียบเคียงแผนที่เมือง
ในห้วงเวลา 1 ศตวรรษ จากบริเวณหนองคำ ที่ราบลุ่มมีสภาพเป็นหนองน้ำ แถว ๆ วัดหนองคำ หรือวัดช้างม่อย จากเอกสารลงวันที่ 15 มีนาคม ร.ศ. 120 (พ.ศ. 2445) ที่ เจ้าพระยาวิชิตวงศ์วุฒิไกร (ข้าหลวงต่างพระเนตรพระกรรณ ในรัชสมัย ร.5) ได้มีหนังสือกราบทูลพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสมมติอมรพันธุ์ ทราบฝ่าพระบาท (ร.5) ว่า เจ้าราชวงศ์ ว่าราชการแทนเจ้าผู้ปกคองนครเชียงใหม่ มีโทรเลข 2 มีนาคม ว่า หม่องปิด ชาวพม่าที่ศรัทธาสร้างอุโบสถวัดช้างม่อย บ้านประตูช้างม่อย แขวงเมืองเชียงใหม่ ขอผูกพัทธสีมา กว้าง 10 วา ยาว 10 วา
ช่วง พ.ศ. 2450 การสำรวจจำนวนวัดในเวียงเชียงใหม่ ยังไม่ปรากฎชื่อวัดหนองคำ มีเพียง วัดช้างม่อย เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ประวัติการสร้างวัดคู่ชุมชนช้างม่อย ละแวกประตูช้างม่อย ระบุว่าถูกสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2350 ด้วยซ้ำไป ตำนานเมือง หลาย ๆ ฉบับ ที่นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นหยิบยกมาหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูล สรุปว่า วัดช้างม่อย ก็คือ วัดหนองคำ เป็นวัดในชุมชนช้างม่อย ละแวกประตูช้างม่อยหรือกู่ช้างม่อย และย่านนี้เป็นถิ่นฐานชาวปะโอ ชาวต่องสู้  ชาวพม่า เป็นชุมชนทำป่าไม้ ครั้งภาคเหนือ (เชียงใหม่) เป็นศูนย์กลาง สัมปทานทำไม้สัก

ความเป็นไปของเมือง เปลี่ยนแปลง ก้าวตามยุทธศาสตร์แผนพัฒนาแต่ละฉบับ มีความโดดเด่นในแงของความเจริญ
รุดหน้าแบบก้าวกระโดด ช่วงตั้งแต่ พ.ศ. 2500 และห้วงเวลาปี พ.ศ. 2555 ที่กล่าวกันว่า ยุคทองของทุนจีน ก้าวสู่เวียงเชียงใหม่ ส่งผลให้ย่านบ้านเมืองโบราณ ช้างม่อย ถูกพัฒนาเพื่อรองรับภาคการท่องเที่ยว เสมือนหนึ่งชุมชนรากฐาน “เจ้าสัวจีนยุคใหม่” แม้จะอยู่ในช่วงโควิด-19 ระบาด แต่ภาพการรีโนเวท เสกสร้าง อาคาร บ้านเก่า เป็นที่พัก กิจการต่าง ๆ เพื่อรอต้อนรับทัวร์จีน กลับมาเยือนเชียงใหม่ ยังคงดำเนินไป เช่นเดิม
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่า ย่านประตูช้างม่อย  รอดอดีตที่ปรากฎผ่านสถาปัตยกรรม สิ่งปลูกสร้างจะถูกลบเลือนหายไปตาม
กาลเวลา เปลี่ยนแปลงก้าวไปตามยุคสมัยแต่เหนือสิ่งอื่นใด ชุมชนโบราณแห่งนี้ยังคงทรงคุณค่า และมีมูลค่าคู่เคียงเวียงเชียงใหม่ตลอดไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น