ลำไยสดใส จีนไฟเขียวเปิดด่านหนุนนำเข้าผลไม้ไทยไม่อั้น

คณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ เตรียมรับมือผลไม้ ผลผลิตที่ทยอยออกตามฤดูกาลซึ่งคาดว่าผลผลิตปีนี้ เริ่มจากทุเรียน 584,712 ตัน ออกสู่ตลาดมากช่วงเมษายน-พฤษภาคม 2563 มังคุด 201,741 ตัน และเงาะ 220,946 ตัน จะออกสู่ตลาดมากช่วงพฤษภาคม-มิถุนายน 2563
ส่วนลิ้นจี่ มีผลผลิตรวม 33,873 ตันเพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน11,783  ตัน ออกสู่ตลาดมากสุดเดือนพฤษภาคม ลำไยในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ผลผลิตรวม 699,815 ตัน แยกเป็นในฤดู 439,850 ตัน นอกฤดู 259,965 ตัน ออกสู่ตลาดมากสุดเดือนสิงหาคม
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 )ส่งผลกระทบต่อส่งออกสินค้าเกษตรของไทย ไปยังจีน ซึ่งเป็นตลาดหลัก ตลาดใหญ่ของผลไม้ไทย ดังนั้นการเจรจาขอความร่วมมือ ทั้งที่ด่านโหย่วอี้กวน ที่มีรถติดสะสมยาวหลายกิโลเมตร การจัดคิวรถบริเวณหน้าด่าน ให้คิวรถของเวียดนามผ่านด่านไปได้ก่อน ส่วนรถของไทยต้องรอต่อท้ายแถว ส่งผลกระทบต่อคุณภาพผลไม้ไทย ที่จะสุกหรือเน่าเสียก่อนถึงมือผู้บริโภค
สำหรับการแก้ไขปัญหากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ดำเนินการเจรจากับกระทรวงศุลกากรของจีน จนทางจีนอนุญาตให้นำเข้าผลไม้จากไทยเพิ่มจากเดิมอีก 2 ด่าน คือ ด่านตงซิง และด่านรถไฟผิงเสียง ซึ่งเริ่มตั้งแต่ประมาณปลายเมษายนนี้แล้ว และจากการตรวจสอบมาตรการกระจายและควบคุมคุณภาพสินค้าเกษตร พบว่ามีโครงการประสานใจเกษตรกรไทยสู่พี่น้องชาวจีนสู้ วิกฤตโควิด-19 รณรงค์ส่งเสริมการบริโภคผลไม้ภายในประเทศ ส่งเสริมการขายผ่านระบบออนไลน์ หาตลาดใหม่สินค้าเกษตรเพิ่มเติม

รวมถึงการมอบหมายสถานกงสุลในประเทศจีน (ฝ่ายพาณิชย์) ติดตาม ประสานงานแผนส่งเสริมการตลาดผลไม้ไทย
ล่าสุดสถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง นายวศิน ธรรมวาสี รักษาราชการแทนกงสุลใหญ่ กงสุลฝ่ายพาณิชย์ และคณะ ได้ลงพื้นที่ด่านตงซิง หลังจากรัฐบาลไทยและจีนลงนามในพิธีสารฉบับย่อ ว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบการส่งออกและนำเข้าผลไม้ไทย ระบุการเปิดด่านตงซิงของเมืองฝางเฉิงก่าง และด่านรถไฟผิงเสียงของเมืองฉงจั่วในกว่างซี เมื่อ 28 เมษายน 2563
ทั้งนี้ช่วงปลายเมษายน 2563คณะได้ลงพื้นที่ด่านชายแดนหลงปังในอำเภอระดับเมืองจิ้งซี เมืองไป่เซ่อของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งเป็นประตูชายแดนจีน-เวียดนาม อยู่ระหว่างดำเนินการภายใน เพื่อนำเข้า-ส่งออกสินค้าระหว่างจีนกับประเทศสมาชิกอาเซียนในอนาคตอันใกล้นี้ (คาดว่าจะได้รับอนุมัติให้เป็นด่านสากลสำหรับการค้าระหว่างประเทศภายในปี 2563)

 

ด่านดังกล่าว แวดวงส่งออกผลไม้ ระบุว่า กลุ่มพ่อค้า ล้งเวียดนาม บางกลุ่มนิยมกว้านซื้อผลผลิตจากไทย ในราคาถูก
แล้วไปส่งขายต่อ ในเครือข่ายผู้ค้าในจีน โดยอ้างว่าเป็นผลไม้ไทย ซึ่งจะได้ราคาสูง เนื่องจากชาวจีนมองว่าผลไม้ไทย เป็นผลไม้ไฮโซ ลำไย กก.ละ 150 บาทขึ้นไป ในตลาดหนานหนิง
“การแปลงสัญชาติผลไม้ไทย เป็นผลไม้อ๋าวหญ่าย เพื่อลดอัตราภาษี ซึ่งเป็นเทคนิคทางการตลาดในวงการค้าผลไม้ระหว่างประเทศบรรดาล้งใหญ่ ๆ ในไทยจะทราบดี”

ด้านเครือข่ายชาวสวนลำไยภาคเหนือ  กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ในระยะต้นปี อาจสร้างความผันผวน ไม่มั่นใจ ในตลาดส่งออกผลไม้ ซึ่งจีนถือเป็นตลาดหลัก และประเมินกันว่า ทุเรียนที่เป็นผลผลิตแรกของต้นฤดูกาลผลไม้ในบ้านเราที่วัดภาวะตลาด
“ปกติถ้าไม่มีเรื่องโควิด บรรดาล้งใหญ่ ๆ กลุ่มส่งออกผลไม้ มั่นใจว่าจะส่งออกทุเรียน 409,298 ตัน จากที่มี ผลผลิต 584,712 ตัน ราคารับซื้อหน้าสวนราคาไม่นิ่ง จนกระทั่ง พอตลาดจีนเปิดด่าน หลาย ๆ แห่ง ราคาล่าสุดหน้าสวน เฉพาะหมอนทอง ทะลุ 100-120 บาท ชะนี 90 บาทขึ้น ดังนั้นเรื่องทุเรียนที่คาดว่าจะราคาถูก เลิกคิดได้เลย”
ดังนั้นชาวสวนลำไย ภาคเหนือ จึงค่อนข้างมั่นใจว่า ไตรมาส 2 ตลาดน่าจะปกติ ความต้องการผลผลิตตามที่ประมาณการและเคยส่งออก  คงไม่ลดต่ำกว่าที่เคยได้ ประกอบกับปีนี้แล้ง ผลผลิตลูกเล็ก ขาดน้ำ ถ้าเกรดเอ ขึ้นไปราคาน่าจะดี ชาวสวนต้องดูแลผลผลิตให้มีคุณภาพ  ต้องติดตามข่าวสารข้อมูลตลาดผลไม้ จากหน่วยงานราชการ และกลุ่มชาวสวน อย่างใกล้ชิด อย่าไปเชื่อกระแส ปั่นเรื่องต่าง ๆ ที่พวกล้งใหญ่ ๆ และพ่อค้าคนกลางในพื้นที่ พยายามสร้างขึ้นเพื่อกดราคาผลผลิต หรือ การเหมาสวน”

ร่วมแสดงความคิดเห็น