เครือข่ายภาคประชาชนเดินขบวนถือป้ายในคูเมืองเชียงใหม่ ยื่นหนังสือถึงสถานกงสุลใหญ่จีน ยื่นข้อเรียกร้อง 4 ข้อถึงรัฐบาลจีนแก้ปัญหามลพิษจากเหมืองแร่ในเมียนมา เกือบชุลมุนขณะพยายามเข้าใกล้พื้นที่สถานกงสุล ถูกเจ้าหน้าที่ยื้อหยุดฉุดกระชากป้าย
ช่วงสายวันนี้ (6 ก.ค.69) บริเวณคูเมืองเชียงใหม่ใกล้สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ทางกลุ่มภาคประชาชนและเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม ได้จัดกิจกรรมเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน แสดงความกังวลต่อสถานการณ์มลพิษที่ส่งผลกระทบต่อแม่น้ำข้ามพรมแดนหลายสาย ได้แก่ แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำกระบุรี ซึ่งกระทบต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำ
โดย การรวมตัวครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยื่นแถลงการณ์ เรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน พร้อมส่งมอบตัวอย่างน้ำ และดำเนินกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ด้วยการลาบปลาน้ำกก เพื่อสะท้อนความกังวลต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือการเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความกังวลต่อปัญหามลพิษข้ามพรมแดน คุณภาพน้ำในแม่น้ำสายสำคัญ ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายภาคส่วนเรียกร้องให้มีความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่ระหว่างการชุมนุมได้มีการตั้งขบวนฝั่งตรงข้ามสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดเชียงใหม่ แล้วได้เดินมาตามทางเท้าพร้อมกับชูป้ายเรียกร้องให้จัดการกับปัญหามลพิษข้ามแดนที่มาจากการทำเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมกับเรียกร้องให้ทางการจีนจัดการกับปัญหา เนื่องจากเมืองที่ทำในประเทศเพื่อนบ้านนั้นเป็นเหมืองที่มีผู้ลงทุนเป็นคนจีน ทำให้ผู้จัดกิจกรรมได้ชูป้ายแสดงออกทางสัญลักษณ์พร้อมกับได้มีการนำเอาภาพของประธานาธิบดีจีนคนปัจจุบันคือ สี จิ้นผิง
ก่อนที่จะเดินมาถึงบริเวณใกล้กับสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารักษาความปลอดภัยและดูแลความเรียบร้อย แต่ก็มีเหตุเหตุการณ์ปะทะกันเกิดขึ้นเนื่องจากผู้ที่มาจัดกิจกรรมต้องการจะเดินไปใกล้กับสถานสถานกงสุลมากขึ้น ซึ่งมันเป็นพื้นที่นอกเหนือจากทางที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เติม จึงมีการดึงและไม่ให้ผ่านเข้าไปจนทำให้เกิดเหตุชนขึ้นอยู่ระยะหนึ่งทำให้ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมได้รับบาดเจ็บสองคนจนต้องเรียกรถพยาบาลนำตัวรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่อไป
หลังจากนั้นทางผู้จัดกิจกรรมก็ได้ตั้งโต๊ะทำลาบจากปลาที่มาจากแม่น้ำกก พร้อมกับส่งตัวอย่างน้ำ และ หนังสือถึงสถานกงสุลจีน เพื่อหวังที่จะให้มีการจัดการกับปัญหาอย่างยั่งยืนและรวดเร็วที่สุด และอ่านแถลงการณ์โดยมีเนื้อหาว่าตามที่แม่น้ำกก สาย รวก โขง ปนเปื้อนสารโลหะหนักจากเหมืองแร่ที่จีนเข้าไปเกี่ยวข้องในประเทศเมียนมาร์ โดยทางการจีนก็รับรู้และยอมรับผ่านการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยถึง 3 ครั้ง ได้แก่ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2568 วันที่ 31 พฤษภาคม และวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ใจความสำคัญของการโพสต์คือการบอกประชาชนชาวไทยว่า ประเทศจีนมีความเป็นห่วงในสถานการณ์ปัญหา ไม่ยินยอมให้บริษัทจีนและวิสาหกิจจีนทำลายสิ่งแวดล้อมในต่างประเทศ อีกทั้งยินดีใช้กลไกความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขง เพื่อร่วมกันรักษาระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพน้ำในลุ่มแม่น้ำโขง
ขอเรียนท่านว่า ประชาชนชาวไทยไม่ต้องการแม่น้ำพิษจากเหมืองแร่จีนในเมียนมาร์อีกต่อไป และขอเรียกร้องให้ท่านแสดง “น้ำใสใจจริง” ในการ “ดื่มน้ำสายเดียวกัน” ดังนี้
- ขอให้รัฐบาลจีนกำกับดูแล ตรวจสอบ และดำเนินการกับบริษัทหรือนักลงทุนสัญชาติจีนที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมในต่างประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งยุติการสนับสนุนกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษข้ามพรมแดน
2.ขอให้มีการตรวจสอบย้อนหลังว่าแหล่งที่มาของแร่ต่างๆมาจากเมืองแร่ประเทศเมียนมาที่นำเข้าผ่านไทยไปยังจีนว่าแร่ดังกล่าวมาจากแหล่งที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมต่อไทย
3.ขอเชิญลงพื้นที่พบกับประชาชนคนไทยในกลุ่มแม่น้ำที่ได้รับผลกระทบและประกาศแผนการที่จะจัดการให้ชัดเจนถึงกลไกความร่วมมือ ล้านช้าง-แม่โขง
เพื่อยุติการทำลายสิ่งแวดล้อมฟื้นฟูแม่น้ำและเยียวยาชดเชยประชาชนผู้รับผลกระทบจากเมืองแร่ของท่าน
4.จัดให้มีการลงพื้นที่ของคณะผู้ตรวจสอบจากฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องรวมถึงตัวแทนประเทศไทยไปยังพื้นที่เมืองแร่ในเมียนมาร์ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอันเป็นแหล่งขุดแร่ต่างๆของจีนซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำหลายสายเพื่อเป็นหลักประกันว่ามีการปฏิบัติตามระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมสากลและขอให้มีการเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบการลงพื้นที่ต่อสาธารณะอย่างเร่งด่วนโดยทันที
อย่างไรก็ตามก็หวังว่าท่านจะยึดมั่นต่อคำกล่าวที่ว่า ดื่มน้ำร่วมสายนที ผูกพันมิตรไมตรีร่วมโชคชะตา และพิสูจน์ได้ด้วยการกระทำอย่างแท้จริง มิใช่เพียงลมปากอันหวานหูเท่านั้น




ร่วมแสดงความคิดเห็น