ตลาดค้าออนไลน์ไทยกำลังเจอโจทย์ใหญ่ เมื่อผู้ประกอบการหลายรายต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มมากขึ้นเพื่อเข้าถึงลูกค้า แต่แพลตฟอร์มไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ซื้อขายอีกต่อไป เพราะยังเข้ามาเกี่ยวข้องกับ ค่า GP ค่าธรรมเนียม การมองเห็นสินค้า ระบบโฆษณา อัลกอริทึม และการขนส่ง ทุกขั้นตอนล้วนมีต้นทุนและเงื่อนไขที่กระทบโดยตรงต่อรายได้และอำนาจต่อรองของผู้ขาย จึงเกิดคำถามว่า เมื่อร้านค้าต้องพึ่งแพลตฟอร์มเพื่ออยู่ในตลาด ใครเป็นคนกำหนดกติกา และผู้ค้าไทยมีสิทธิต่อรองมากแค่ไหน

ประเด็นที่ถูกจับตาคือ “ค่า GP” เมื่อแพลตฟอร์มเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากการขาย ขณะที่ผู้ประกอบการยังอาจต้องแบกรับค่าโปรโมชั่น ส่วนลด หรือค่าโฆษณาเพื่อให้สินค้าถูกมองเห็นมากขึ้น จึงมีการตั้งคำถามถึงโครงสร้างต้นทุนว่า ขายของหนึ่งออเดอร์ ร้านค้าต้องจ่ายให้แพลตฟอร์มกี่ต่อ และเมื่อหักต้นทุนทั้งหมดแล้ว กำไรของผู้ประกอบการรายเล็กเหลือเท่าไร? ยิ่งหากระบบการมองเห็นสินค้าและอัลกอริทึมมีผลต่อโอกาสในการขาย ผู้ประกอบการยิ่งต้องการความชัดเจนว่าเกณฑ์เหล่านี้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมเพียงใด
ขณะที่อีกประเด็นร้อนคือ “ขนส่ง” หลังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการจำกัดทางเลือกของผู้ขาย และกรณีที่ระบบจัดสรรคำสั่งซื้ออาจทำให้ออเดอร์กระจุกตัวไปยังผู้ให้บริการบางราย จนเกิดคำถามว่า ร้านค้าเป็นคนจ่ายค่าขนส่ง เหตุใดจึงไม่มีสิทธิเลือกผู้ให้บริการที่เหมาะกับต้นทุนและรูปแบบธุรกิจของตัวเอง เพราะหากทางเลือกด้านขนส่งลดลง ย่อมกระทบทั้งการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการ ต้นทุนของร้านค้า และท้ายที่สุดอาจส่งผลต่อทางเลือกของผู้บริโภคด้วย ขณะที่แนวทางของ กขค. ที่มีผลตั้งแต่ 25 มี.ค. 2569 ระบุถึงการไม่ควรบังคับหรือจำกัดการเลือกใช้บริการรับและขนส่งสินค้าในลักษณะที่อาจกระทบการแข่งขัน

เมื่อแพลตฟอร์มมีบทบาทตั้งแต่ กำหนดค่าธรรมเนียม การโฆษณา การมองเห็นสินค้า ข้อมูล อัลกอริทึม ไปจนถึงระบบขนส่ง จึงเกิดคำถามกลับไปยังภาครัฐ โดยเฉพาะ “ศุภจี–ไชยชนก” ว่า จะวางกติกาอย่างไรเพื่อคานอำนาจของแพลตฟอร์มและรักษาพื้นที่การแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย เพราะโจทย์วันนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่อง GP แต่เป็นเรื่องโครงสร้างของตลาดดิจิทัลทั้งระบบ ซึ่ง กขค.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังถูกจับตาว่าจะกำกับดูแลอย่างไรให้การแข่งขันมีความโปร่งใสและเป็นธรรม
สุดท้ายแล้ว คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ค่า GP เท่าไร” หรือ “ร้านค้าเลือกขนส่งได้หรือไม่” แต่คือ เมื่อผู้ประกอบการไทยต้องพึ่งแพลตฟอร์มมากขึ้นเรื่อย ๆ รัฐจะทำอย่างไรให้กติกาการแข่งขันไม่เอื้อให้ผู้เล่นรายใดรายหนึ่งมีอำนาจเหนือช่องทางการค้า และทำให้ผู้ค้าไทยยังมีทางเลือก มีอำนาจต่อรอง และสามารถแข่งขันได้จริงในตลาดออนไลน์ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ร่วมแสดงความคิดเห็น