ทดสอบเปรียบเทียบวิธีการไล่นกพิราบ ที่ข่วงประตูท่าแพ อ.เมืองเชียงใหม่

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาที่บริเวณข่วงประตูท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่  ได้มีการทดสอบเปรียบเทียบวิธีการไล่นกพิราบเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหานกพิราบ โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิระพงศ์ ลือชัย อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย ร่วมกับบริษัท ดลอัส จำกัด โดยมีคณะผู้บริหารเทศบาลนครเชียงใหม่ร่วมสังเกตการณ์

ข่วงประตูท่าแพ หรือประตูแห่งล้านนา นับเป็นแหล่งท่องเที่ยว อันดับต้นๆของเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพ จับฉ่ายใช้สอยและเป็นลานกิจกรรมของประชาชนมาอย่างช้านาน ขณะนี้กำลัง ประสบปัญหานกพิราบมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากได้ขับถ่ายทิ้งมูลทำให้เกิดปัญหาทางด้านสุขอนามัย จากมูลนกเหล่านี้นอกจากทำให้เกิดความสกปรกเรื้อรังแล้วยังทำให้ภาพที่ไม่น่ามองแล้วยังอาจทำให้เกิดโรคติดเชื้อมากมายและซากนกที่ตายยังมีกลิ่นเหม็น ดึงดูดแมลงวันหรือสัตว์พาหะอื่น ๆ ทำให้สถานที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว จากปัญหาดังกล่าวทางสถาบันการศึกษา ส่วนราชการและเอกชนที่เกี่ยวข้องได้พยายามหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเต็มที่ อนึ่งในการทดสอบเพื่อเปรียบเทียบในครั้งนี้ ได้เน้นไปที่การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นหลักโดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ
1. การตรวจจับนกพิราบ
ทำการทดสอบจำนวน 3 ระบบ (การประมวลผลด้วยภาพ:Image processing การตรวจรับด้วยเซนเซอร์อัลทราโซนิกส์:Ultrasonic sensors เซนเซอร์เลเซอร์:LiDAR Sensor)
2. ระบบแท่นที่ติดตั้ง
ทำการทดสอบจำนวน 3 ระบบ (ติดตั้งที่เสา:Smart pole หุ่นยนต์: Robotic และ โดรน:Drone)
3. และระบบการไล่นกพิราบ

ทำการทดสอบจำนวน 5 ระบบ (การใช้เลเซอร์ไล่นกความเข้มสูง: Laser bird repeller ปืนยิงกระสุนเจล: Gel blaster cannon การใช้ระบบปืนลม: Air vortex cannon กระบอกไล่นก: Gas cannon ประทัด: Firecracker)
โดยผลการทดสอบจะรายงานให้ทราบต่อไป และหลังจากได้เทคโนโลยีการไล่นกพิราบที่เหมาะสมแล้วจะนำมาใช้ในการใช้ในโครงสร้างที่ออกแบบเป็นศิลปะแบบล้านนา

ร่วมแสดงความคิดเห็น