ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ แจงเหตุค่าฝุ่น ติดท็อปโลกบ่อยครั้ง

วันนี้ (14 มี.ค. 66) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการแถลงข่าวสื่อมวลชนประจำสัปดาห์ ณ ห้องประชุม 4 ชั้น 4 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเปิดเผยถึงการดำเนินงานของจังหวัดเชียงใหม่ ในการป้องกัน ควบคุมไฟป่า และฝุ่น PM 2.5 ว่าจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการเตรียมรับเหตุไฟป่าฝุ่นควันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 และรับฟังเสียงจากทุกภาคส่วน โดยมีเสียงสะท้อนขอให้มีการดำเนินการร่วมกันกับจังหวัดข้างเคียง จนนำไปสู่การทำข้อตกลงในการทำงานร่วมกัน ทั้งการลาดตระเวน ดับไฟ ทำแนวกันไฟ รวมถึงการกำหนดห้วงเวลาในบริหารจัดการเชื้อเพลิง

สำหรับแนวทางการดับไฟ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กำชับให้แต่ละพื้นที่สามารถดับไฟให้ได้ภายใน 1 วัน แต่หากพื้นที่อันตราย และเป็นเวลากลางคืน ไม่สามารถปฏิบัติงานต่อได้ ก็จะปล่อยให้ไฟมาชนแนวกันไฟ ที่ได้มีการทำเตรียมไว้แล้วรวมหลายพันกิโลเมตร อย่างไรก็ตาม อาจจะมีบางกรณีที่เหตุเกิดข้ามวันข้ามคืน แต่เป็นจำนวนน้อยเพียงร้อยละ 3 เท่านั้น ซึ่งกรณีที่อุทยานแห่งชาติออบหลวง อำเภอฮอด ในห้วงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นเหตุที่รุนแรงที่สุดเพียงครั้งเดียว ตั้งแต่เข้าสู่ช่วงไฟป่าฝุ่นควัน โดยในขณะนั้น ได้มีการระดมสรรพกำลังจากพื้นที่ต่าง ๆ มาสนับสนุน และหลังจากเหตุการณ์นั้น ก็ไม่มีพื้นที่ใดเกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีก ด้วยทุกภาคส่วนได้ร่วมกันควบคุมการเผาในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง

ด้านข้อมูลการเกิดจุดความร้อนของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566 จนถึงปัจจุบัน จังหวัดเชียงใหม่ มีจุดความร้อนน้อยกว่าจังหวัดข้างเคียงในทุก ๆ วัน และในวันที่ 13-14 มีนาคม ก็ไม่มีจุดความร้อนเกิดขึ้น ขณะที่ข้อมูลการเกิดจุดความร้อนทั่วประเทศไทย และประเทศข้างเคียง พบว่าประเทศไทยมีจุดความร้อนสูงเป็นอันดับที่ 1 ในวันที่ 1 มีนาคม 2566 เพียงวันเดียวเท่านั้น และในวันที่ 10 มีนาคม 2566 ขณะที่ประเทศข้างเคียงมีจุดความร้อนสูงที่สุดกว่า 7,000 จุด จังหวัดเชียงใหม่ มีจุดความร้อนเพียง 77 จุด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในพื้นที่สามารถควบคุมการเผาได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้านถึงการควบคุมการเผาในพื้นที่ ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ช่วงไฟป่าฝุ่นควัน ทั้งการพูดคุยกับทั้งทางการทูต และกองควบคุมกำลังภาคพื้น อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถเข้าไปควบคุมการทำงานของประเทศเพื่อนบ้านได้ เป็นเพียงการพูดคุยขอความร่วมมือในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่เท่านั้น

กรณีค่าฝุ่นของเชียงใหม่ ที่ขึ้นติดอันดับโลกบ่อยครั้งในแอปพลิเคชั่นหนึ่งนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้ข้อมูลว่า ด้วยแอปพลิเคชั่นดังกล่าวจะเลือกเพียงเมืองหลักของแต่ละประเทศ ประเทศละ 1-2 เมืองเท่านั้น ซึ่งของประเทศไทยที่นำมาจัดอันดับจะมีเพียงแค่ กรุงเทพมหานคร และ จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้จังหวัดเชียงใหม่ มีข้อมูลติดอันดับโลกแม้ในบางวันจะมีค่าฝุ่นน้อยกว่าจังหวัดข้างเคียงในพื้นที่ภาคเหนือก็ตาม

ด้านการดูแลประชาชน จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการจัดทำห้องปลอดฝุ่นอย่างครอบคลุมทุกพื้นที่ และให้ รพ.สต. ทุกอำเภอ ออกไปดูแลประชาชน และนำหน้ากากอนามัยออกไปแจกจ่าย ซึ่งหากพบว่ามีผู้ใดเจ็บป่วยก็จะให้การดูแลรักษาทันที ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ได้นำรถน้ำออกล้างถนน ฉีดพ่นละอองน้ำ รดน้ำต้นไม้ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นในอากาศ ช่วยบรรเทาฝุ่นละอองในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้มีการติดตามความพร้อมของสภาพอากาศ เพื่อขึ้นทำฝนเทียมอยู่ตลอดเวลา หากมีความชื้นเพียงพอ และมีโอกาสประสบความสำเร็จที่จะเกิดฝน ก็จะมีการขึ้นทำฝนหลวง เพื่อให้มีเปอร์เซ็นต์การเกิดฝนให้มากขึ้น

ส่วนการประชาสัมพันธ์ผ่านเพจผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่ง เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มีแผนจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ให้มีการยกเลิกการเดินทางเข้ามาในพื้นที่ ด้วยรายได้ 70 เปอร์เซ็นต์ ของจังหวัดเชียงใหม่ มาจากการท่องเที่ยว หากไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริงออกไป ก็จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่

ร่วมแสดงความคิดเห็น