น้ายิงหลานดับคาวงข้าว ญาติเผยคู่กรณีทะเลาะกันบ่อย บานปลายถึงเสียชีวิต

น้ายิงหลานดับคาวงข้าว ญาติเผยคู่กรณีทะเลาะกันบ่อย ล่าสุดเริ่มจากเรื่องหลานไม่ล้างจาน บานปลายถึงเสียชีวิต

เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. วันที่ 11 มี.ค. 68 ร.ต.ท.ณัฐพล จันดาพิทักษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บุญเรือง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้รับแจ้งเหตุยิงกัน ผู้เสียชีวิต 1 ราย พื้นที่บ้านเกี๋ยงใต้ ม.6 ต.ห้วยซ้อ อ.เชียงของ จ.เชียงราย จึงแจ้งผู้บังคับบัญชา และลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับหน่วยกู้ชีพบุญช่วยอุปถัมภ์เชียงของ

ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนหมายเลข 4027 ช่วงบ้านเกี๋ยงใต้-บ้านแก่น บ้านที่พบศพผู้เสียชีวิตเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ พบศพนายพงศกร (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณใบหน้าด้านขวา เศษชิ้นเนื้อ สมอง เลือด กระจายเต็มพื้น ศพนอนหงายหน้าอยู่บริเวณประตูด้านในบ้านชั้นล่าง กู้ภัยนำส่งร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ เจ้าหน้าที่นำอาวุธปืนแก๊ปไทยประดิษฐ์ในบ้าน ซึ่งมีจำนวนหลายกระบอก ไปตรวจสอบคราบเขม่าดินปืน เพื่อหาอาวุธสังหาร

จากการสอบถามผู้อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุทราบว่า คนร้ายที่ลงมือยิงในครั้งนี้ก็คือ นายไหว (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี เป็นน้าชายและอยู่บ้านหลังเดียวกับผู้เสียชีวิต และเคยมีปากเสียงกับผู้ตายมาก่อนหน้านี้ ล่าสุดทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนก่อเหตุมาดำเนินคดีได้แล้ว

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดเกี๋ยงใต้ ม.6 ต.ห้วยซ้อ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นสถานที่เตรียมจัดพิธีศพ ล่าสุดศพกำลังอยู่ระหว่างกระบวนการชันสูตรศพที่นิติเวช รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ แต่มีบรรดาญาติสนิทและเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวมาช่วยกันเตรียมสถานที่ประกอบพิธีศพ นายวุฒิไกร ไชยชาย ผญบ.เกี๋ยงใต้ เล่าว่า ตนได้รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต เมื่อช่วงประมาณ 2 ทุ่มคืนที่ผ่านมา จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ พบว่าคนถูกยิงตายคือนายพงศกร อายุ 41 ปี ส่วนตนยิงคือนายไหว อายุ 58 ปี เป็นน้าชายของผู้ตาย โดยทราบว่าทั้งคู่ทะเลาะกันขณะทานข้าวเย็น และมีปากเสียงกันรุนแรง จนนายไหวน้าชายนำอาวุธปืนแก๊ปที่ทำขึ้นเอง ออกมายิงหลานจนเสียชีวิต และทราบหลังจากถูกตำรวจควบคุมตัวและมาทำแผนที่เกิดเหตุ นายไหวบอกว่าหลังก่อเหตุยังไปหาซื้อเหล้ามาดื่ม และไปที่สวนยางพาราพื้นที่ ม.9 ต.ห้วยซ้อ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3-4 กม. ซึ่งเป็นสวนของเพื่อนนายไหว แต่ไม่มีใครอยู่ที่สวนจึงกลับมาที่บ้าน และถูกตำรวจควบคุมตัวได้ในที่สุด ทีแรกนายไหวปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนก่อเหตุ แต่คงจะจำนนด้วยหลักฐาน เพราะทั้งคู่เคยทะเลาะกันบ่อยครั้ง เป็นที่รับรู้กันของชาวบ้าน เมื่อประมาณสัก 1 เดือนก่อน ฝ่ายหลานก็เคยเอาปืนมายิงขู่น้า

ที่บ้านหลังเกิดเหตุ มีนายนายอุดร (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี น้าชายอีกคนของผู้ตาย เล่าว่า เวลาประมาณ 1 ทุ่มกว่าถึง 2 ทุ่ม ขณะเกิดเหตุตนกำลังดูทีวีอยู่ในบ้านอีกหลัง ห่างบ้านหลังเกิดเหตุประมาณ 10 ม. ตอนนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จากนั้นได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์ของพี่ชายขับออกจากบ้านไป แต่ไม่คิดว่าจะมีเหตุยิงกัน เพราะก่อนหน้านี้ ทั้งหลานและพี่ชายของตนทะเลาะกันบ่อย และเคยเอาปืนมายิงขู่กันด้วย รอบนี้ก็ทะเลาะกันมาตั้งแต่ตอนเย็น เรื่องที่หลานชายไม่ยอมล้างถ้วยล้างจาน จนก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

นายอุดร เล่าต่อว่า หลังจากได้ยินเสียงปืนประมาณ 10 นาที ตนจึงเดินมาดูที่บ้าน เพราะรู้สึกผิดสังเกตุที่เสียงเงียบไป โดยเข้าทางประตูด้านหลังบ้าน เพราะประตูด้านหน้าบ้านถูกล็อคไว้ จนมาพบศพหลานชายในสภาพหงายหน้า มือข้างหนึ่งยังถือช้อนและอีกข้างถือจานส้มตำ ขาข้างซ้ายยังพาดคาอยู่ที่ขาโต๊ะ ตนจึงรับแจ้งผู้นำมาตรวจสอบ

ร่วมแสดงความคิดเห็น