เมื่อหน้าหนาวได้เข้ามายังประเทศไทย สิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยคลายหนาวได้นั่นก็คือ การทานอาหารที่ช่วยให้คลายความหนาวได้ เช่น ซุปร้อน ๆ นมอุ่น ๆ หรือแม้กระทั่งอาหารที่เป็นที่นิยมในช่วงฤดูหนาว สิ่งนั้นก็คือ “หมูกระทะ” นั่นเอง
.
หมูกระทะอาจเรียกได้ว่าเป็นอาหารประจำชาติไทยก็ว่าได้ เพราะเป็นที่นิยมของคนในหลายช่วงวัย นอกจากนั้นยังมีวิธีการทานที่สนุกสนาน ปิ้งย่างไปสลับกับการพูดคุยไป หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัว เพื่อนฝูงได้กลับมาพูดคุยกันมากขึ้น รวมไปถึงการได้ทานอาหารที่หลากหลายรสชาติและอาจได้สารอาหารที่ครบถ้วน เช่น ผัก โปรตีน คาร์โบไฮเดรต แต่การทานหมูกระทะมากเกินไปและการทานแบบผิดวิธี ก็อาจจะทำให้เสียสุขภาพในระยะยาวได้
.
สถิติจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่าในปี 2566 จำนวนคนไทยที่ป่วยเป็นมะเร็งตับและท่อน้ำดีอยู่ที่ 377 รายที่เข้ารับการรักษาในสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และมีจากโรงพยาบาลอื่น ๆ อีกหลายพันคน ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการรับประทานหมูกระทะที่มากเกินไป นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รักษาการแทนอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่าถ้าทานหมูกระทะมากเกินไปเสี่ยงต่อการได้รับสารอันตราย 3 ชนิด ได้แก่ สารไนโตรซามีน (nitrosamines) สารพัยโรลัยเซต (Pyrolysates) และสารพีเอเอช หรือสารกลุ่มโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic aromatic hydrocarbon) ที่ถือว่าเป็นสารที่อันตรายสุด เพราะเป็นสารชนิดเดียวกับที่เกิดในควันไฟ ไอเสียของเครื่องยนต์ และควันบุหรี่ โดยสารนี้จะพบในบริเวณที่ไหม้เกรียมของอาหารที่ปรุงด้วยการปิ้ง ย่าง ของเนื้อสัตว์ที่มีไขมันติดอยู่ เมื่อนำไปปิ้งย่าง ไขมันหรือน้ำมันจะหยดไปบนเตาไฟ ทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ก่อให้เกิดสารพีเอเอชลอยขึ้นมาพร้อมเขม่าควันเกาะที่บริเวณผิวของอาหาร
.
ดังนั้น จึงควรทานอย่างถูกวิธีเพื่อไม่ให้เกิดผลที่ขึ้นในระยะยาว นายแพทย์สุวรรณชัยกล่าวต่อว่า หากทำการปิ้งย่างกันเอง ควรเลือกเนื้อสัตว์เฉพาะส่วนหรือที่มีไขมันติดน้อยที่สุด หรือควรตัดส่วนที่เป็นไขมันออกไปก่อน เพื่อลดไขมันที่จะไปหยดลงบนถ่าน ถ้าต้องปิ้งย่างบนเตาถ่านธรรมดา ควรใช้ถ่านที่อัดเป็นก้อน ไม่ควรใช้ถ่านป่นละเอียด และหลังปิ้งย่างควรหั่นส่วนที่ไหม้เกรียมออกให้มากที่สุด แต่หากกินตามร้านอาหาร เช่น ร้านหมูกระทะ ควรเลือกร้านที่ใช้ภาชนะการปิ้งย่างที่สามารถลดหรือป้องกันน้ำมันหยดลงบนเตาไฟได้ เช่น ใช้เตาไฟฟ้า หรือเตาไร้ควัน ซึ่งสามารถควบคุมระดับความร้อนได้มากกว่าการใช้เตาถ่าน หรือเลือกร้านที่ได้รับป้ายอาหารสะอาด รสชาติอร่อย (Clean Food Good Taste) จากกรมอนามัยก็จะช่วยสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยได้ดียิ่งขึ้น
.
รายการอ้างอิง :
กรมอนามัย, สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

ร่วมแสดงความคิดเห็น