รองนายกฯ ลงพื้นที่เชียงใหม่ร่วมประชุมแก้ปัญหา PM 2.5

วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569 ศาสตราจารย์ยศนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะ เดินทางมาติตามการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) สำหรับกลุ่มเปราะบาง ณ สถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ก่อนเยี่ยมชมผลงานการวิจัยวิทยาศาสตร์และเข้าร่วมการประชุมบูรณาการการแก้ไขปัญหาและปฏิบัติการบรรเทาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) สำหรับกลุ่มเปราะบางพื้นที่ภาคเหนือ ณ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร จ.เชียงใหม่ 

ในการประชุมบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นควันและ PM 2.5 ของจังหวัดเชียงใหม่ครั้งล่าสุด รองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาที่ต้องทำควบคู่กันทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยในระยะสั้นมุ่งเน้นไปที่การปกป้องสุขภาพของกลุ่มเปราะบางผ่านการติดตั้งห้องความดันอากาศบวก (Positive Pressure) ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องหลายปีและพร้อมจะถ่ายทอดให้ประชาชนสามารถจัดทำเองได้ในราคาประหยัด นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมที่ประชาชนเข้าถึงง่ายอย่างเครื่องฟอกอากาศ DIY จากกล่องกระดาษและมุ้งลดฝุ่น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เพื่อให้การป้องกันฝุ่นในระดับครัวเรือนมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกพื้นที่

.

สำหรับแนวทางการบริหารจัดการในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัดได้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในปีนี้ที่มีจุดความร้อน (Hot Spot) พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ อันเนื่องมาจากเชื้อเพลิงสะสม สภาพอากาศที่แห้งแล้ง และกระแสลมที่พัดพาฝุ่นควันข้ามพรมแดนมาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยปัจจุบันทางจังหวัดได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ 16 อำเภอเพื่อเร่งรัดความช่วยเหลือ และใช้ระบบ “FIRE D” ของ มช. ในการบริหารจัดการเชื้อเพลิง รวมถึงการใช้เทคโนโลยีโดรน (UAV) และการจัดการข้อมูลแบบ Big Data ในการระบุแหล่งกำเนิดไฟป่า โดยเฉพาะในพื้นที่ดอยสุเทพ-ปุย พร้อมทั้งมีการจัดสวัสดิการประกันชีวิตให้กับอาสาสมัครดับไฟป่าเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ป่าลึก

.

ในมิติด้านเทคโนโลยีและนโยบายระยะยาว กระทรวง พม. และกระทรวง อว. ได้ร่วมมือกันยกระดับการแก้ไขปัญหาผ่านทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศ โดย NARIT ได้เสนอการใช้กล้องดาราศาสตร์และระบบตรวจจับไฟป่าที่พัฒนาขึ้นเองในเชียงใหม่ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาฝุ่นควัน แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและงานทักษะสูงให้กับคนในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีการนำข้อมูลงานวิจัยจากการบินสำรวจขององค์การนาซ่า (NASA) มาต่อยอดเพื่อวิเคราะห์การสะสมของฝุ่นควันและสารอินทรีย์ระเหยง่ายที่กลายเป็นแอโรซอลทุติยภูมิ (Secondary Aerosol) ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาในระยะยาว เช่นเดียวกับโมเดลที่ประสบความสำเร็จในสหรัฐอเมริกาและจีน

.

เป้าหมายสูงสุดของการดำเนินงานในครั้งนี้ คือการเปลี่ยนผ่านจากการตั้งรับไปสู่การจัดการเชิงรุกที่ยั่งยืน โดยอาศัยการทำงานร่วมกันของท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และหน่วยงานวิจัย เพื่อสร้างระบบเซนเซอร์ IOT และฐานข้อมูล Big Data PM 2.5 ที่แม่นยำ นำไปสู่การออกแบบนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาไฟป่าและการเผาในที่โล่งได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับพี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่อย่างแท้จริง

ร่วมแสดงความคิดเห็น