ผู้สื่อข่าวรายงาน จากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาขุนตาล ทะลักไหลลงแม่น้ำท่วม เมื่อช่วงดึกของวันที่ 7-8 ก.ค. ที่ผ่านมา พร้อมพัดพาเศษซากไม้มาเป็นจำนวนมาก จนส่งผลเสียหายต่อบ้านเรือน พื้นที่การเกษตรบ้านห้วยเหี้ยะ หมู่ 3 ต.ทาแม่ลอบ อ.แม่ทา จ.ลำพูน
หลังจากรับทราบรายงานภัยพิบัติ ทางนายพงศ์รัตน์ ภิรมณ์รัตน์ ผู้ว่าราชการจ.ลำพูน, นายโยธิน ประสงค์ความดี นายอำเภอแม่ทา พร้อมชุดเจ้าหน้าที่ป้องกันภัย จ.ลำพูน นายดำรง จินะกาศ นายกเทศมนตรีตำบลทากาศเหนือ, อบต.ทาแม่ลอบ, ผู้ใหญ่บ้าน และคณะ รีบลงพื้นที่ตรวจสอบ ให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนทันที

ทั้งนี้ผู้นำชุมชน ในพื้นที่ซึ่งร่วมคณะในวันดังกล่าว ยอมรับว่า กระแสข่าวที่มีการนำเสนอประเด็นการขอความช่วยเหลือจาก อบจ. นำเครื่องจักรกลหนัก โดยเฉพาะรถแบ๊คโฮ ขนาดใหญ่ แขนยาว ซึ่ง อบจ.ทุกแห่งจะมี เพื่อนำมาเปิดทางน้ำเป็นการด่วน แล้วได้รับแจ้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าต้องรอผู้ใหญ่พิจารณาอนุมัติ
“โดยส่วนตัวมองว่า ถ้าพ่อเมืองขอความร่วมมือขนาดนี้ และเป็นเรื่องภัยพิบัติเร่งด่วน ต้องรอคำสั่งอนุญาต ตามระเบียบ ถ้าตามรายงานอ้างว่าผู้บริหาร สั่งห้ามนำเครื่องจักรออก จนกว่าจังหวัดจะออกประกาศภัยพิบัติ และช่วงประสานงานไปก็บ่ายจนหมดเวลาทำการแล้ว ขยับออกมาช่วยวันรุ่งขึ้น (9 ก.ค. 2563) นั้น เหตุการณ์นี้ชาวบ้านที่เดือดร้อน วิพากษ์ วิจารณ์กันมาก”

ทีมข่าวตรวจสอบระเบียบปฏิบัติ ในการช่วยเหลือภัยพิบัติ จากระดับรองนายกเทศมนตรี อปท.ใหญ่ในพื้นที่ลำพูน และเชียงใหม่ อธิบายว่า ถ้านำเรื่องความเดือดร้อนชาวบ้าน มาล้อเล่น จากปมชุดแคร์เซ็ต ช่วงโควิด-19 ที่รู้ ๆ กันว่า ผู้ว่าฯ กับนายก อบจ. อยู่คนละมุมกับเรื่องนั้น ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชน ตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2561 ข้อ 6 นักการเมือง ผู้บริหารท้องถิ่น รู้ดีว่า “กรณีเกิดสาธารณภัยในพื้นที่ของ อปท. ไม่ว่าจะมีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินหรือไม่ก็ตาม สามารถดำเนินการช่วยเหลือในเบื้องต้น โดยฉับพลันทันที เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า หรือระงับสาธารณภัย หรือเพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สิน หรือป้องกันภยันตรายที่จะ
เกิดแก่ประชาชน ได้ตามความจำเป็น”

และทุกจังหวัด ถ้าเป็นจังหวัดที่มีป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับภาคตั้งอยู่ มีกำลังพล จะมียุทโธปกรณ์พร้อมสนับสนุน ภารกิจ ถ้าจังหวัดเล็ก ๆ ก็ต้องพึ่งพา อบจ. กันทั้งนั้น เพราะมีเครื่องไม้ เครื่องมือพร้อม จะรอให้เทศบาลตำบล, อบต. เล็ก ๆ หรืออำเภอช่วยอย่างเดียวคงเกินศักยภาพ

“ส.อบจ. ในพื้นที่ คงลำบากใจที่จะประสานงาน ยิ่งถ้าผู้ว่าฯ ตามรายงานข่าว ได้โทรขอความร่วมมือไปยังกองช่าง ก็อาจสร้างความลำบากใจให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งพร้อมจะขยับ เครื่องจักรกลออกมาได้ เรื่องเวลาไม่ใช่ปัญหา ถ้าชาวบ้านเดือดร้อน จะเป็นจะตาย เวลาไหนก็ต้องออกมาช่วยเหลือ เกิดน้ำไหลหลากซ้ำในคืนนั้น แล้วมีเศษซากไม้ขวางกั้นอยู่ สภาพคงยับเยินหนักกว่าที่เห็น ไม่เข้าใจว่า บิ๊ก ๆ อบจ.คิดอะไรอยู่ ประเด็นนี้ ชาวลำพูน หยิบยกเป็นเรื่องร้อน ๆ เพราะช่วงฝน เกิดมีน้ำป่าจำนวนมากไหลลงเขาทะลักลงแม่น้ำพัดพาเศษไม้ต่าง ๆ อีกระลอกใหญ่
คงจะฝากความหวังกับการช่วยเหลือเบื้องต้น เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่กับหน่วยงานที่มีศักยภาพ มีเครื่องจักรกลพร้อมไม่ได้แล้ว และทุกจังหวัด ระดับบิ๊ก ๆ มีสายด่วน สายตรงเฉพาะกัน ปมนี้น่าจะส่งผลให้ชาวลำพูนเริ่มไม่พอใจ “บิ๊กโก” เพิ่มขึ้นอีกเรื่อง ”

ร่วมแสดงความคิดเห็น