อีคอมเมิร์ซไทยวิกฤติ แพลตฟอร์มผูกขาดบีบขนส่ง
อีคอมเมิร์ซไทยวิกฤติ แพลตฟอร์มผูกขาด บีบขนส่ง ผู้ค้ารายย่อยเสี่ยงถูกทิ้ง บทเรียนต่างประเทศเตือนรัฐไทย ต้องเร่งกฎหมายปกป้องตลาดทันที . ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคคุ้นชินกับความสะดวกสบายแต่เบื้องหลังนั้น กลับซ่อนปัญหาร้ายแรงที่กำลังทำลายความเป็นธรรมในการแข่งขันของผู้ค้ารายย่อยและสิทธิของผู้บริโภค แพลตฟอร์มใหญ่มีอำนาจสูงในการกำหนดกติกา ตั้งแต่การบังคับเลือกผู้ให้บริการขนส่ง การกำหนดค่าธรรมเนียม และการควบคุมการมองเห็นสินค้า ตัวอย่างที่ชัดเจน กรณีฟู้ดเดลิเวอรี่ในปี 2565 เมื่อร้านอาหารหลายแห่งถูกบังคับให้ใช้บริการขนส่งของแพลตฟอร์มโดยไม่มีทางเลือก หลายร้านแบกรับต้นทุนสูงจนไม่สามารถแข่งขันได้ บางร้านต้องถอนตัวออกจากระบบหรือปิดกิจการ กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า หากรัฐไม่ออกมาตรการกำกับดูแล แพลตฟอร์มรายอื่นอาจทำซ้ำ และผู้ค้ารายย่อยจะถูกกดดันจนสูญเสียโอกาสแข่งขัน . ขนส่งกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการผูกขาด แพลตฟอร์มใหญ่สามารถกำหนดผู้ให้บริการและค่าขนส่ง ร้านค้ารายย่อยไม่มีสิทธิเลือกเส้นทางหรือราคาที่เหมาะสม ขณะเดียวกันผู้บริโภคต้องแบกรับราคาสูงตามค่าขนส่งที่แพลตฟอร์มกำหนด ความไม่เท่าเทียมนี้ส่งผลกระทบต่อทุกขั้นตอนของตลาดออนไลน์ ทั้งการเข้าถึงสินค้า การแข่งขันระหว่างผู้ขาย และการตัดสินใจของผู้บริโภค สินค้าจีนราคาถูกที่ทะลักเข้ามาในตลาดยังซ้ำเติมสถานการณ์ แพลตฟอร์มใช้ระบบอัลกอริทึมและเครือข่ายขนส่งพันธมิตรดันสินค้าจีนขึ้นหน้าแรก แม้คุณภาพด้อยกว่าสินค้าไทย แต่เข้าถึงผู้บริโภคได้รวดเร็วและกว้างขวางกว่า ทำให้สินค้า OTOP และสินค้ารายย่อยไทยถูกเบียดออกไป ผู้บริโภคถูกจำกัดทางเลือกและอาจต้องจ่ายเงินสำหรับสินค้าที่คุณภาพไม่คุ้มค่า บทเรียนจากต่างประเทศยืนยันความจำเป็นของการกำกับดูแล อินโดนีเซียในปี 2566 ต้องสั่งแบนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ครองตลาดจนผู้ค้ารายย่อยสูญเสียโอกาสแข่งขัน MSMEs ถูกกดราคาและจำกัดการเข้าถึงลูกค้า ตลาดออนไลน์ถูกผูกขาดโดยผู้เล่นรายเดียว การตัดสินใจเด็ดขาดนี้เป็นสัญญาณเตือนสำหรับไทยว่า หากปล่อยให้แพลตฟอร์มครอบงำตลาดโดยไม่ถูกตรวจสอบ ความเสียหายต่อผู้ค้ารายย่อยและผู้บริโภคไทยจะรุนแรงและสายเกินแก้ . ประเทศไทยมีกฎหมายสำคัญ เช่น พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 พ.ร.ฎ.แพลตฟอร์มดิจิทัล […]