ก.สาธารณสุข เตือนโรงพยาบาลในพื้นที่ เหนือ-อีสาน-ใต้ เตรียมแผนป้องกันน้ำท่วมสถานบริการจากฝนตกหนัก

0
440

กระทรวงสาธารณสุข กำชับให้โรงพยาบาลพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เตรียมแผนป้องกันน้ำท่วมสถานบริการจากฝนตกหนัก 18-23 มิถุนายน 2560 พร้อมแผนการจัดบริการผู้ป่วย การตรวจรักษานอกโรงพยาบาล และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ประชาชนเจ็บป่วยฉุกเฉินโทรขอความช่วยเหลือ 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการรับมือกับภาวะฝนตกหนัก ในช่วงวันที่ 18-23 มิถุนายน 2560 ในบางพื้นที่ของภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตกตามประกาศ กรมอุตุนิยมวิทยาว่า ได้กำชับให้โรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมที่ตั้งอยู่ในที่ลุ่ม ริมแม่น้ำ และเส้นทางน้ำไหลผ่าน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมแผนป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาล ทำความสะอาด ท่อระบายน้ำ จัดเตรียมกระสอบทราย เครื่องสูบน้ำ สำรองน้ำมัน และเตรียมขนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยา-เวชภัณฑ์ไว้ ที่ปลอดภัย สำรองออกซิเจน อาหารและน้ำสำหรับผู้ป่วย สำรวจระบบสำรองไฟฟ้า ให้พร้อมใช้งานหากไฟดับ และเตรียมแผนการจัดบริการประชาชนในภาวะน้ำท่วม เช่น การขนย้ายผู้ป่วยในโรงพยาบาล การส่งต่อผู้ป่วย รวมทั้งการจัดหน่วยบริการตรวจรักษานอกโรงพยาบาล กรณีน้ำท่วมโรงพยาบาลหรือท่วมเส้นทางประชาชนเดินทางเข้าออกลำบาก ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน ซึ่งจากการสำรวจพบว่าโรงพยาบาลที่เคยมีปัญหาน้ำท่วม ได้เตรียมความพร้อมรองรับไว้แล้ว

นอกจากนี้ ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/โรงพยาบาลทุกแห่ง สำรวจกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดในความรับผิดชอบ โดยพิจารณาจัดยาที่ต้องกินหรือใช้เป็นประจำทุกวัน ไม่ให้ขาดยาตลอดเวลา รวมทั้งจัดทีมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พร้อมออกไปให้การดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องถึงบ้าน

หากประชาชนอยู่ในบริเวณที่มีน้ำท่วมหรือจะเดินทางไปในบริเวณที่มีน้ำท่วม ควรยึดหลัก “3 ห้าม 2 ให้” เพื่อป้องกันการจมน้ำ ดังนี้ 3 ห้าม คือ 1.ห้ามหาปลา/เก็บผัก ในช่วงน้ำไหลหลาก 2.ห้ามดื่มสุราแล้วลงเล่นน้ำ และ 3.ห้ามเด็กเล็กลงเล่นน้ำ เพราะน้ำอาจไหลแรงทำให้เด็กพลัดตกหรือถูกน้ำพัดได้ ส่วน 2 ให้ คือ 1.ให้สวมเสื้อชูชีพ หรือนำอุปกรณ์ที่ลอยน้ำได้ติดตัวไปด้วย เช่น ถังแกลลอน/ขวดน้ำพลาสติกเปล่าปิดฝา และ 2.ให้เดินทางเป็นกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือกันเวลาฉุกเฉิน ประชาชนเจ็บป่วยฉุกเฉินโทรขอความช่วยเหลือ 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง