มช. ผุดงานวิจัย “รถกำจัดหมอกควันเคลื่อนที่” สร้างมูลค่าของเสียเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาด

เมื่อฤดูร้อนมาเยือน ภูมิภาคเหนือของประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นควันอย่างรุนแรง โดยมีสาเหตุหลักประการหนึ่งมาจากการเผาวัสดุการเกษตรหลังการเก็บเกี่ยว เช่น ข้าวโพดอันเป็นรายได้หลักของชาวบ้าน การกำจัดกองซังข้าวโพดที่มีขนาดมหึมาด้วยวิธีการเผาในที่โล่งแจ้ง ส่งผลต่อกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในฐานะสถาบันการศึกษาที่รับผิดชอบต่อสังคม ได้ศึกษาและทำการวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อคิดค้นแนวทางและสร้างองค์ความรู้การจัดการมลพิษให้กับชุมชนได้ปฎิบัติอย่างถูกต้อง

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ (ERDI) คิดค้นงานวิจัยเพื่อเป็นต้นแบบในการช่วยลดหมอกควัน ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ในการสร้างรถต้นแบบ Pyrolysis Mobile Unit ที่มีคุณสมบัติเป็นหน่วยรถเคลื่อนที่ผลิตถ่านชีวภาพ เป็นการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเข้ากระบวนการเผา โดยไล่สารระเหย ควบคุมการให้อากาศ ระยะเวลาและอุณหภูมิให้คงที่ คงเหลือเฉพาะส่วนที่เป็นคาร์บอนหรือตัวถ่านคุณภาพดี ถือเป็นการพัฒนาชีวมวลเพื่อมาทดแทนถ่านหิน ช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนไดออกไซด์ จากการศึกษาวิจัยดังกล่าว นำสู่ห้องปฏิบัติการจริง ในพื้นที่บ้านนาฮ่อง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีชาวบ้านนำซังข้าวโพดมาแปรรูปเป็นถ่านอัดแท่ง ถือเป็นการกำจัดซังข้าวโพดถูกวิธี ไม่ได้เผาทิ้งแต่กลับมีคุณค่าขึ้นมา อีกทั้งเป็นการนำวิธีการรีไซเคิลมาประยุกต์ใช้ ทำให้สิ่งที่ไร้ค่ากลับมีมูลค่า และยังประโยชน์แก่ชาวบ้านในด้านอื่นๆด้วย เช่น ใช้เป็นถ่านหุงต้ม เป็นปุ๋ย หรือขายเพื่อสร้างรายได้ ซึ่งทางสถาบันยินดีให้ข้อมูลและคำปรึกษาด้านเทคโนโลยีรวมถึงสาธิตวิธีการแก่ผู้สนใจ เกษตรกร หรือองค์กรเอกชนที่ต้องการนำไปต่อยอดหรือลงทุนทางธุรกิจต่อไป

จากการดำนินงานที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มุ่งหวังที่จะให้เกิดประโยชน์สู่พื้นที่ต่างๆอย่างหลากหลาย จึงได้มีการเปิดเวทีให้สาธารณชนได้รับรู้แสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นการขยายผลสู่การกำจัดวัสดุทางการเกษตรอื่นๆ อันจะเป็นแนวทางเพื่อให้ภาคส่วนสามารถพัฒนาให้เกิดความคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสภาวะสิ่งแวดล้อมทางอากาศให้กลับคืนมา ซึ่งจะช่วยลดปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นในภาคเหนือของทุกๆปี พร้อมๆกับได้เชื้อเพลิงพลังงานทดแทน สร้างมูลค่าของเสียเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาด ถือเป็นการผลักดันการนำเทคโนโลยีมาพัฒนา ซึ่งตรงตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยในการค้นคว้านวัตกรรมต้นแบบเพื่อชุมชนและร่วมพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

อ่านบทความอื่น ๆ : ความรู้รอบตัว.com 

ร่วมแสดงความคิดเห็น


Do NOT follow this link or you will be banned from the site!