เปิดค่าใช้จ่าย พิธีอภิเษกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่-เมแกน มาร์เคิล สูงลิ่ว!!

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับงานพิธีการครั้งสำคัญ ที่ทั่วโลกจับตามอง พิธีอภิเษกสมรสระหว่าง เจ้าชายแฮร์รี่ แห่งเวลส์ และ เมแกน มาร์เคิล ที่จะมีขึ้นในวันที่ 19 พ.ค.61 หลายคนอยากทราบเกี่ยวกับการจัดเตรียมงานพิธี เพราะแม้กระทั่งสามัญชนทั่วไป งานแต่งงานยังมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง หากเป็นงานพิธีของราชวงศ์ ย่อมมีรายละเอียดค่าใช้จ่ายของส่วนต่างๆ เพิ่มขึ้นมากมาย ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 พ.ค.61 เว็บไซต์มิเรอร์ เผยรายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญจาก Bridebook บริษัทจัดงานแต่ง ได้ออกมาคำนวณคาดการณ์ว่า ตัวเลขค่าใช้จ่ายในการจัดพิธีอภิเษกสมรสระหว่าง เจ้าชายแฮร์รี่ และ เมแกน มาร์เคิล จะสูงถึงราว 32 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1.4 พันล้านบาท โดยเชื่อว่า งานพิธีครั้งสำคัญนี้ จะติดเป็น 1 ใน 10 ของงานแต่งงานที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุด อีกทั้งยังคาดว่า ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าพิธีอภิอเษกสมรสของเจ้าชายวิลเลียม และเจ้าหญิงแคเธอรีน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านปอนด์ (ราว 860 ล้านบาท)
สำหรับรายละเอียดของการจัดเตรียมส่วนต่าง ๆ ของงานพิธี และค่าใช้จ่ายในส่วนนั้น ๆ มีดังนี้
– สถานที่ : ฟรี งานพิธีอภิเษกสมรส จะจัดขึ้นที่โบสถ์เซนต์จอร์จ ในพระราชวังวินด์เซอร์ จึงไม่ต้องเสียค่าสถานที่
– เต็นท์ขนาดใหญ่สำหรับแขกที่มาร่วมงาน : 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 15 ล้านบาท)เป็นกระโจมแก้วหรูหราขนาดใหญ่ รวมกับค่าอาหารรับรอง รวมทั้งค่าพนักงานเสิร์ฟ
– อาหารและเครื่องดื่มสำหรับจัดเลี้ยง : 286,000 ปอนด์ (ประมาณ 12.3 ล้านบาท)
โดยงานพิธีจะมีเลี้ยงรับประทานอาหารกลางวันอย่างเป็นทางการ ส่วนในช่วงค่ำ จะมีพิธีงานเลี้ยงเฉลิมฉลองพิธีอภิเษกสมรสแบบส่วนพระองค์ ที่เซนต์จอร์จ ฮอลล์
– เค้ก : 50,000 ปอนด์ (ประมาณ 2.1 ล้านบาท)เค้กจะถูกจัดทำขึ้นอย่างพิเศษ โดยเชฟทำขนมชื่อ Claire Ptak เจ้าของร้าน Violet Bakery ร้านเบเกอรี่ชื่อดังในกรุงลอนดอน โดยตัวเค้กจะเคลือบด้วยบัตเตอร์ครีม และตกแต่งด้วยดอกไม้สดงดงาม
– เครื่องดื่ม : 193,000 ปอนด์ (ประมาณ 8.3 ล้านบาท) เครื่องดื่มส่วนใหญ่ในงานพิธี จะถูกส่งมาจาก Palace Cellars โดยคาดว่าจะมีประมาณ 2,300 ขวด เป็นแชมเปญ 1,700 ขวด และอีก 650 ขวด เป็นไวน์ วิสกี้ และค็อกเทล โดยแชมเปญยี่ห้อโบลลิเฌ (Bollinger) เป็นแชมเปญยี่ห้อโปรดของราชวงศ์ ตกอยู่ที่ราคาขวดละ 80 ปอนด์ (ราว 3,500 บาท) – ชุดเจ้าสาว : 300,000 ปอนด์ (ประมาณ 13 ล้านบาท) มีหลายข่าวลือเกี่ยวกับดีไซเนอร์ที่ออกแบบชุดเจ้าสาวให้กับเมแกน มาร์เคิล และหลายคนต่างคาดเดาว่าชุดจะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ ๆ ไม่ได้มีชุดเดียวแน่นอน ทั้งนี้ไม่วายถูกนำไปเปรียบเทียบกับชุดเจ้าสาวของเจ้าหญิงแคเธอรีน ที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า อยู่ที่ 250,000 ปอนด์ (ราว 10 ล้านบาท)
– ดอกไม้ตกแต่ง : 110,000 ปอนด์ (ประมาณ 4.7 ล้านบาท) เฉพาะค่าดอกไม้สำหรับเต็นท์รับแขกก็ปาเข้าไป 70,000 ปอนด์ (ราว 3 ล้านบาท) โดยดอกไม้ตกแต่งในงานพิธี จัดเตรียมโดย Philippa Craddock ร้านจัดดอกไม้หรูหราชื่อดังในกรุงลอนดอน
– ค่าถ่ายรูป : 17,000 ปอนด์ (ประมาณ 735,000 บาท)มิลลี พิลคิงตัน (Millie Pilkington) ช่างถ่ายภาพพิธีอภิเษกสมรสส่วนพระองค์ของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคเธอรีน คาดว่าจะมารับหน้าที่ถ่ายภาพหลักในงานพิธี รวมไปถึง ฮิวโก เบอร์นาร์ด (Hugo Burnand) ช่างถ่ายภาพชื่อดัง น่าจะมาร่วมเก็บภาพงานพิธีทางการ
– การ์ดเชิญ : 20,000 ปอนด์ (ประมาณ 863,000 บาท) พระราชวังเคนซิงตัน ประกาศว่า ได้ใช้บริการบริษัทการพิมพ์ Barnard & Westwood ที่ดูแลด้านการพิมพ์เอกสารทางการ และหนังสือของราชวงศ์มาผลิตการ์ดเชิญ ตัวการ์ดมีตราสัญลักษณ์รูปขนนก เจ้าชายแห่งเวลส์ด้วยหมึกสีทองเป็นประกายงดงาม
– ดนตรี : 300,000 ปอนด์ (ประมาณ 13 ล้านบาท)มีข่าวลือออกมาเกี่ยวกับวงดนตรีและนักร้องที่จะมาทำการแสดงตั้งแต่ สไปซ์เกิร์ลส์ (Spice Girls) กลุ่มศิลปินหญิงอังกฤษชื่อดัง ไปจนถึง เอลตัน จอห์น (Elton John) นักร้องชื่อดัง รวมทั้ง คริส มาร์ติน (Chris Martin) จากวงดนตรีชื่อดัง Coldplay และริฮนน่า (Rihanna) เพื่อนของเมแกน มาร์เคิล นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงดนตรีในโบสถ์ด้วย – ทรัมเป็ต : 90,000 ปอนด์ (ประมาณ 3.8 ล้านบาท) ทางกระทรวงกลาโหมต้องการใช้ทรัมเป็ตเงินพิเศษสำหรับงานพิธี จำนวน 20 เครื่อง ประทับตรา Royal Coat of Arms ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณเครื่องละ 3,000-9,000 ปอนด์
– ค่าตกแต่งสถานที่ : 130,000 ปอนด์ (ประมาณ 5.6 ล้านบาท) ได้แก่ ค่าจัดไฟในโบสถ์ ค่าตกแต่งเต็นท์รับรอง และเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ในงานพิธี
– แหวนแต่งงาน : 6,000 ปอนด์ (ประมาณ 260,000 บาท) แหวนทองแห่งเวลส์ประจำพระราชวงศ์ ตั้งแต่ปี 1923 จะถูกนำมาใช้ในงานพิธี
– ชุดสำหรับเด็กนำขบวน : 1,698 ปอนด์ (ประมาณ 73,000 บาท) คาดว่า เจ้าชายจอร์จ และเจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ แห่งเคมบริดจ์ จะทรงรับหน้าที่เป็น Page boy และ Flower girl ในงาน โดยชุดผู้ชายอยู่ที่ 226 ปอนด์ และชุดผู้หญิงอยู่ที่ 340 ปอนด์
– ชุดเจ้าบ่าว : 8,000 ปอนด์ (ประมาณ 345,000 บาท) คาดว่าเจ้าชายแฮร์รี่ในฐานะผู้บัญชาการ Apache Helicopter Commander จะทรงสวมยูนิฟอร์มเต็มยศของกองทัพอากาศ และอาจจะทรงเปลี่ยนเป็นชุดสูททักซิโด้ในภายหลัง
– ผมและการแต่งหน้า : 10,000 ปอนด์ (ประมาณ 430,000 บาท)ซาลอน Belgravia’s Neville Hair & Beauty เป็นที่โปรดปรานของเมแกน มาร์เคิล แต่เธออาจจะเลือกใช้บริการกับ Hannah Martin หรือ Bobbi Brown และ Richard Ward ที่แต่งหน้า-ทำผมให้กับเจ้าหญิงแคเธอรีน
– ค่าธรรมเนียมเช่าโบสถ์ : 175 ปอนด์ (ประมาณ 7,500 บาท) เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไปที่ต้องจ่าย
– ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาความปลอดภัย : 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.3 พันล้านบาท)นับว่าเป็นส่วนที่มากที่สุดของค่าใช้จ่ายทั้งหมด เนื่องจากเป็นงานใหญ่และสำคัญ ประกอบกับความเสี่ยงด้านการก่อการร้าย ทำให้ต้องมีการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมขั้นสุด โดยมีทั้งโดรนตรวจจับ สไนเปอร์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ
– ค่าสิ่งบันเทิง : 55,000 ปอนด์ (ประมาณ 2.3 ล้านบาท)อาจจะมีการจัดแสดงของทางกองทัพอากาศ หรือมีจุดพลุเฉลิมฉลองครั้งใหญ่
– ทริปฮันนีมูน : 120,000 ปอนด์ (ประมาณ 5 ล้านบาท) มีรายงานว่า เจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน มาร์เคิล จะเดินทางไปฮันนีมูนที่ประเทศแปลกใหม่ อย่างประเทศนามิเบีย ในแอฟริกาใต้ ทั้งนี้ แหล่งข่าวยังระบุว่า เมแกนจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายสำหรับทริปฮันนีมูนเอง เพื่อเป็นของขวัญแด่เจ้าชาย
– ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ได้แก่ ค่าของชำร่วย 3,000 ปอนด์ (ราว 130,000 บาท), ค่าห้องน้ำ 35,000 ปอนด์ (ราว 1.5 ล้านบาท)
สำหรับคำถามที่ว่า ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด สำหรับงานพิธีอภิเษกสมรสครั้งนี้ ตามธรรม เนียม พระบิดาของเจ้าบ่าว ซึ่งก็คือ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ จะทรงเป็นผู้จัดการ ซึ่งทางพระราชวังเคนซิงตันก็ยืนยันว่า ทางราชวงศ์จะเป็นผู้รับผิดชอบส่วนที่เกี่ยวกับงานพิธีและสถานที่ ส่วน เมแกน คาดว่าจะจ่ายค่าชุดเจ้าสาวและค่าทริปฮันนีมูนเอง ส่วนค่ารักษาความปลอดภัย ใช้เงินภาษีของประชาชนจ่าย
ในวันเสาร์ที่ 19 พ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 15.15 น. ทางพีพีทีวี เอชดี ช่อง 36 ถ่ายทอดสดพิธีเสกสมรสระหว่าง “เจ้าชายแฮร์รี่” พระโอรสองค์ที่ 2 ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมาร และรัชทายาทลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์อังกฤษ วัย 33 ชันษา กับพระคู่หมั้นสามัญชน ซึ่งเป็นนักแสดงสาวชาวอเมริกันวัย 36 ปี “เมแกน มาร์เคิล” จากโบสถ์เซนต์จอร์จ พระราชวังวินด์เซอร์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ภาพจาก Instagram kensingtonroyal
ที่มา:[email protected]

ร่วมแสดงความคิดเห็น