จับตาดูอนาคตของ เชียงใหม่ ในศึกการชิงเก้าอี้นายก อบจ.

ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้จะเป็นวันที่มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(นายกอบจ.) รวมไปถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด จัดขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งหนึ่งในสนามเลือกตั้งที่น่าจับตามองคือ เชียงใหม่ ที่จะเป็นการปะทะกันระหว่างสองขั้วอำนาจ สองพรรคใหญ่ ที่เป็นที่รู้จักและเป็นที่รักของประชาชน นั่นคือพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชนนั่นเอง 

โดยทั้งสองพรรคก็ได้ส่งตัวแทนในการลงรับสมัครเลือกตั้งในการชิงตำแหน่งในครั้งนี้โดยพรรคเพื่อไทยก็นำโดย นาย พิชัย เลิศพงษ์อดิศร (อดีตนายกอบจ.คนก่อน) หมายเลข 2 ซึ่งมาพร้อมกับความมั่นใจในผลงานที่ผ่านมาที่ตัวเองและทีมงานได้ทำ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทำให้เชียงใหม่กลายเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมากจากการจัดงานต่างๆ การพัฒนาพื้นที่ห่างไกลและมีความพร้อมทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ 

ส่วนทางพรรคประชาชนก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน ได้ส่ง นาย พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ลงชิงเก้าอี้นายกอบจ.ซึ่งได้หมายเลข 1 โดยจะเน้นในเรื่องของความเท่าเทียม การปฏิรูปอบจ. สร้างความเท่าเทียมและสร้างโอกาสให้คนเชียงใหม่ เน้นในด้านเศรษฐกิจ อยู่ดี ด้านคุณภาพชีวิต และมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน อุทกภัย ยังรวมไปถึงการนำเอาเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาช่วยในการพัฒนาเชียงใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม 

ซึ่งทั้งสองพรรคต่างก็เป็นที่นิยมในหมู่ของประชาชน จึงทำให้ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้จึงต้องมีการเเข่งขัน ลงพื้นที่หาเสียง เผยแพร่นโยบายจุดเด่นของแต่ละพรรค ซึ่งประชาชนชาวเชียงใหม่เองก็ได้มีการแตกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งนั้นยังคงมีความมั่นใจและเชื่อมั่นในเเนวทางของพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะการที่ นาย ทักษิณ ชินวัตรได้เข้ามาช่วยทำการหาเสียงกับชาวเชียงใหม่จะเห็นได้ว่าพรรคเพื่อไทยนั้นยังคงได้รับความนิยมไม่เปลี่ยน ในส่วนของอีกกลุ่มหนึ่งของประชาชนชาวเชียงใหม่ มองว่าต้องการความเปลี่ยนแปลง อยากให้โอกาสคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน เข้ามาบริหารเมืองเชียงใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม ที่ผ่านมาหลายด้านมันดีขึ้นแต่ก็มีหลายด้านที่เเย่ลง มันทำให้เชียงใหม่ไม่สามารถพัฒนาไปได้อย่างเต็มที่ การที่คนรุ่นใหม่ที่พร้อมไปด้วยความสามารถอาจเข้ามาช่วยพัฒนาเชียงใหม่ได้

เราก็ต้องติดตามและรอลุ้นกันต่อไปว่า ผลสุดท้ายมันจะออกมาเป็นอย่างไร?อำนาจจะมีการถูกเปลี่ยนผ่านไหม? เราไม่อาจทราบได้ อนาคตอยู่ที่ชาวเชียงใหม่แล้วว่าอยากจะให้ใครเข้ามาบริหารจังหวัดของตน เลือกคนที่เราคิดว่าจะสามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาได้จริงๆ ไม่ใช่เลือกเพราะว่ารู้จักหรือเขามีชื่อเสียงก็พอแล้ว

อ้างอิง : https://www.thairath.co.th/news/politic/2832622

ร่วมแสดงความคิดเห็น