รายงานข่าวแจ้งว่า จากกรณีที่ขณะนี้บโลกโซเชียล ได้มีสมาชิกเฟสบุ๊ครายหนึ่ง ซึ่งใช้ชื่อว่า “น้อยหน่า น้อยหน่า” ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความกรณีที่น้องชายได้ถูกทำร้ายร่างกายอย่างไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นนกลุ่มวัยรุ่น จนได้รับบาดเจ็บและต้องเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสวนดอก โดยภายในโพสดังกล่าวระบุว่า “น้องโดนรุมทำร้ายค่ะ จอดรถข้างทางโดนขวดฟาดกกหู น้องไหว้ขอแล้วแต่ยังโดนลากลงมาหัวฟาดพื้นโดนรุมกระทืบจนสลบ พลเมืองดีโทรแจ้งตำรวจ คนทำหายไปแล้ว อาการล่าสุดตอนนี้ น้องกระดูกนิ้วมือนิ้วกลางหัก ในดวง ตามีรอยช้ำ ใบหน้ามีรอยฟกช้ำจากการโดนกระทืบ มีอาการมึน เบลอ ผลกระทบจากหัวฟาดพื้น #คนทำ คุณใจร้ายมาก น้องไหว้แล้วคุณยังลากน้องลงมารุม ** แม่ขอพยานในเหตุการณ์ เบาะแส แจ้งใต้โพสต์ เบอร์ติดต่อ ร.ต.อ.ณัฐวัฒน์ 081-837-7721 ผู้กองเกรียงศักดิ์ 089-954-7557 คุณแม่ 085-866-2685 คุณพ่อ 085-031-7197 ขอบคุณนะคะ** พิกัดเลยไฟแดงเจ็ดยอด เลย route 69 cafe มาทางปั๊มเอสโซ่ ” ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 10 พ.ค.62 ที่ผ่านมา และในเวลาต่อมาทางผู้ปกครองของผุ้ถูกทำร้ายได้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่แล้ว


ขณะที่ความคืบหน้าล่าสุดทางผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยัง ร.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เขื่อนแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.ช้างเผือก เจ้าของคดีที่รับแจ้งความ เบื้องต้นทราบว่า ทางผู้ปกครองของเด้กที่ถูกทำร้ายร่างกายได้เข้ามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภายหลังเกิดเหตุในวันถัดมา โดยขณะนี้ทางผู้บาดเจ็บยังพักรักษาตัวอยูที่โรงพยาบาลสวนดอก และอาการดีขึ้นแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เข้าไปทำการสอบสวนข้อเท็จจริงจากทางเจ้าตัวอีกครั้ง

พร้อมทั้งได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อให้ทำการลงตรวจสอบพื้นที่แล้ว และจะได้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งตามจุดเกิดเหตุด้วย เพื่อติดตามเบาะแสของผู้ก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่เข้ามาหาเรื่องและก่อเหตุ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีร้านเหล้าและสถานบันเทิงอยู่หลายแห่ง โดยในวันเกิดเหตุนั้นตนก้ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกัน และแยกย้ายกันในเวลาต่อมา จึงคาดว่าผู้เสียหายน่าจะขับรถมาเจอกับกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุและถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนข้อเท้จจริงนั้นต้องรอการสืบสวนและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาให้ได้ก่อน จากนั้นจึงจะมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น