ในจ.เชียงใหม่ฝนฟ้าได้เทกระหน่ำติดต่อกัน 3 คืนรวด(12-14 พ.ค.2562)ที่ผ่านมา ซึ่งตามธรรมชาติช่วงคืนดังกล่าวแมงมันทั้งตัวผู้และตัวเมีย ยังไม่ออกจากรังใต้ดิน คงมีแมลงอื่นๆจำพวกแมงเม่า แม่มดสีดำต่างๆพากันออกจากรังใต้ดินเพื่อออกมาผสมพันธุ์กันปัจจุบัน จะพบเห็นได้จากเสาไฟกิ่ง หรือไฟฟ้าตามบ้านเรือนที่อยู่อาศัย จะพากันบินมาตอมเต็มไปหมด ส่วนแมงมันนั้นยังไม่ออกมา อาจจะกลัวปีกเปียกน้ำฝนจะบินไม่ได้ต้องรอฝนหยุดตก ช่วงกลางวันมีแสงแดดร้อนจ้า พอตกค่ำแมงมันทั้งตัวผู้ ตัวเมีย ก็จะออกจากรังใต้ดินบินออกไปเพื่อจับคู่ผสมพันธุ์ และเป็นอาหารของคนเราที่นิยมรับประทานกันมาก

ส่วนการจับแมงมันนั้นในพื้นที่ อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 พ.ค.2562 ชาวบ้านจะไปดักจับตามสวนที่ตรงปากรูของมัน โดยใช้ไซ หรือตาข่าย ครอบบนปากรูของมัน หรือนั่งเฝ้าจับทีละตัวสองตัวที่มันโผล่ขึ้นมาจากรู แต่ก็ต้องหลีกเลี่ยงทหารของมันตัวเล็กๆเท่าปลายเข็ม ที่คอยอารักษาแม่แมงมันเอาไว้เต็มปากรู เพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูมาจับแม่แมงมันไปกิน ให้บินออกจากรังด้วยความปลอดภัย เมื่อถูกมันกัดจะคันมากจนเป็นผื่นแดง

อีกวิธีหนึ่งการออกจับแมงมัน ชาวบ้านจะดักจับตามหลอดไฟฟ้าหน้าบ้าน หรือ ตามเสาไฟกิ่งข้างถนน โดยภาชนะที่เก็บใส่แมงมันก็คือกระป๋องน้ำอัดลม เหล่าเด็กๆจะสนุกสนานกันมากกับการจับแมงมัน พ่อแม่ผู้ปกครองก็ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะมีแมลงชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกับแมงมันมากแต่สีจะแตกต่างกันนิดหน่อย ชาวบ้านเรียกแมลงชนิดนี้ว่า”ต่อนอนวัน” เหล็กไนของมันมีพิษร้ายกาจทีเดียว ห้ามจับหรือแตะต้องมันเด็ดขาด

“แมงมัน”ถือว่าเป็นเมนูเด็ดในช่วงหน้าฝนนี้เท่านั้น นำไปปรุงอาหารได้หลายหลากเมนู เป็นที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย จึงทำให้ราคาของมันแพงมากกิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 1,500 บาท

ร่วมแสดงความคิดเห็น