ลูกค้าที่มีทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวจีน พากันไปที่ร้านตี๋น้อยโอชา ริมถนนเชียงใหม่ – เชียงราย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ สั่งบะหมี่เกี๊ยวรับประทานกันตลอดทั้งวัน เกี๊ยวร้านนี้แปลกไม่เหมือนใคร มีที่เดียวในเมืองไทย เพราะใช้เห็ดเผาะ หรือที่คนทางภาคเหนือเรียกว่าเห็ดถอบมาทำเป็นไส้เกี๊ยว ทำให้หลายคนชื่นชอบ แวะเวียนเข้าร้านมารับประทาน รวมทั้งสั่งซื้อวันละนับร้อยกล่อง ด้วยความที่เห็ดเผาะจะออกเพียงปีละครั้ง แถมมีราคาแพง ลิตรละเกือบ 200 บาท และ ด้วยความกรุบกรอบเฉพาะตัวของเนื้อเห็ดเผาะ เมื่อนำมาเป็นส่วนผสม ทำให้เกี๊ยวเห็ดเผาะ กลายเป็นเมนูยอดนิยมของร้านไปทันที นางสาวกานต์ทิตา งอกงาม อายุ 26 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า เปิดร้านขายหมี่เกี๊ยวมานานกว่า 4 ปีแล้ว ช่วงที่ผ่านมาทุกช่วงต้นฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูกาลของเห็ดเผาะ แม่จะส่งเห็ดเผาะจาก อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ บ้านเกิด มาให้รับประทานเป็นประจำ จึงเกิดแนวคิดใช้อาหารธรรมชาติในท้องถิ่น มาประยุกต์เข้ากับบะหมี่เกี๊ยวที่ขายอยู่ เพื่อสร้างความแปลกใหม่ของรสชาติอาหาร โดยทดลองนำเห็ดเผาะมาหั่นเป็นแผ่นบาง ๆ คลุกเคล้ากับหมูบดปรุงรสแล้วห่อด้วยแผ่นเกี๊ยว ปรากฏว่าเมื่อลองชิมแล้วมีรสชาติอร่อย มีกลิ่นหอม และ มีสัมผัสกรุบกรอบ จึงเริ่มทำขาย ปรากฏว่าลูกค้าชื่นชอบ นางสาวกานต์ทิตา บอกว่า แม้ต้นทุนราคาเห็ดเผาะจะแพง แต่ที่ร้านก็ขายชามละ 50-60 บาท เท่าราคาเกี๊ยวปกติ ที่ทำขึ้นเพื่อคืนกำไรให้กับลูกค้าและต้องการให้นักท่องเที่ยวได้รับประทานอาหารแปลกใหม่ โดยเมนูเกี๊ยวเห็ดเผาะมีที่นี่ที่เดียวในเมืองไทยและจะเปิดขายเมนูนี้เพียงปีละครั้งในช่วงฤดูกาลเห็ดเผาะ หรือ เดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน เท่านั้น
ใครที่อยากมาสัมผัสกับรสชาติแปลกใหม่ของเกี๊ยวเห็ดเผาะ เหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนเห็ดเผาะจะหมด หากมาไม่ทันจะต้องรอถึงฤดูฝนปีหน้า

ร่วมแสดงความคิดเห็น