“หนานทิพจักรวเนจร” เป็นชื่อของราษฎรสามัญผู้มีสติปัญญาและกล้าหาญชาญชัย ทั้งยังเคยเป็น หมอโพน ช้างป่ามาก่อน จนชาวบ้านตั้งสมญานามว่า “หนานทิพช้าง”ในช่วงปี พ.ศ.2272 – 2275 แผ่นดินล้านนาไทยถูกพม่าปกครองเกิดการจราจลรบราฆ่าฟันกันทั่วไป หาความสงบสุขมิได้ นครลำปางมีแต่พ่อเมืองควบคุมกันเองปล่อยให้สถานการณ์เสื่อมทรามลงเรื่อย ๆ ทางนครลำพูนก็ฉวยโอกาสให้ท้าวมหายศ ซึ่งเป็นพม่าครองเมืองเป็นแม่ทัพคุมไพร่พลไปตีเมืองลำปางได้ พระอธิการวัดชมพู ซึ่งเป็นพระสงฆ์ที่นับถือของชาวลำปาง จึงคบคิดกับพ่อเมืองกอบกู้บ้านกลับคืนมา กลุ่มผู้ที่คิดกู้ชาติจึงพร้อมใจกันเลือก หนานทิพช้างนำไพร่พลออกรบกับท้าวมหายศ ซึ่งตั้งกองทัพอยู่ที่วัดลำปางหลวง ได้ต่อสู้กันจนที่สุดท้าวมหายศแตกพ่ายหนีไป เมื่อสิ้นสงครามแล้ว ชาวเมืองลำปางจึงสถาปนาหนานทิพช้างขึ้นเป็น “พระยาสุละวะฤาชัยสงคราม” เป็นผู้ครองเมืองลำปางในปี พ.ศ.2275หนานทิพช้าง หรือ พระยาสุละวะฤาชัยสงคราม จึงตั้งราชวงศ์ของพระองค์ขึ้นมาเรียกว่าราชวงศ์ “ทิพจักราธิวงศ์” เจ้าพระยาสุละวะฤาชัยสงคราม ครองเมืองลำปางได้ 27 ปีก็ถึงแก่พิราลัยในปี พ.ศ.2302 รวมอายุได้ 84 ปี พระยาสุละวะฤาชัยสงครามมีโอรสและธิดากับเจ้าแม่พิมพา รวม 6 พระองค์ ซึ่งโอรสคนที่ 2 คือ เจ้าฟ้าแก้ว ต่อมาได้ครองเมืองต่อจากบิดา เจ้าฟ้าแก้วมีโอรสและธิดารวม 10 พระองค์ เป็นธิดา 3 พระองค์และพระโอรส 7 พระองค์ต่อมาพระโอรสทั้ง 7 ได้ครองเมืองต่าง ๆ ในล้านนา เจ้าเชียงใหม่ เจ้าลำพูนและเจ้าลำปางจึงอยู่ในราชวงศ์เดียวกัน คือ ราชวงศ์ทิพจักราธิวงศ์ รวมเรียกว่า “เจ้าเจ็ดตน” เป็นต้นตระกูล ณ.ลำปาง ,ณ ลำพูน ,ณ เชียงใหม่ สืบมาจนปัจจุบันบทความโดย
จักรพงษ์ คำบุญเรือง

ร่วมแสดงความคิดเห็น